วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เหลือที่เดียวในไทย 'เอื้องโมกพรุ' กว่า 70 ไร่ที่ชุมพร (คลิป)

เหลือที่เดียวในไทย 'เอื้องโมกพรุ' กว่า 70 ไร่ที่ชุมพร (คลิป)

  • Share:

พบ “เอื้องโมกพรุ” กว่า 70 ไร่ เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวในสยาม ที่จังหวัดชุมพร ชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ พร้อมผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว “อันซีนไทยแลนด์” ...

วันที่ 17 ธ.ค. 60 นายวิโรจน์ ศรีสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านถ้ำธง นายบุญยัง ศรีซังส้ม แพทย์ประจำตำบลปากคลอง นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำนักสงฆ์ถ้ำธง หมู่ที่ 3 ตำบลปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยนำเรือพาย 2 ลำ ลงไปสำรวจในป่าพรุสระยายชี ที่อยู่ด้านหลังของวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นป่าพรุขนาดใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์น้ำท่วมขังสูงตลอดทั้งปี ปกคลุมเขียวขจีไปด้วยพรรณไม้น้ำหากยากหลากหลายชนิด โดยเฉพาะต้น “เอื้องโมกพรุ” ที่ขึ้นอยู่หนาแน่น ออกดอกสีชมพูคล้ายกับดอกกล้วยไม้ มองดูสวยงามไปทั่วบริเวณ

นายวิโรจน์ ศรีสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านถ้ำธง และ นายบุญยัง ศรีซังส้ม แพทย์ตำบลปากคลอง ร่วมกันให้ข้อมูลว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2551 ผู้นำท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านถ้ำธง ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) วิทยาเขตชุมพร ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยอนุรักษ์พันธุกรรมพืชกล้วยไม้เอื้องโมกพรุ ที่ป่าพรุสระยายชีแห่งนี้ บนเนื้อที่ซึ่งมีอยู่ประมาณ 72 ไร่ เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์

เนื่องจากเอื้องโมกพรุจะเจริญเติบโตขยายพันธุ์เฉพาะถิ่นในป่าพรุตามที่โล่งแจ้ง มีแสงแดดจัด ที่มีพื้นที่สูงใกล้เคียงกับระดับน้ำทะเล ซึ่งในโลกนี้พบมีเฉพาะที่ประเทศจีน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประทศไทย ส่วนในประเทศไทยปัจจุบันพบเอื้องโมกพรุ มีเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือที่ป่าพรุสระยายชีแห่งนี้

นายบุญยัง ศรีซังส้ม แพทย์ตำบลปากคลอง กล่าวว่าเอื้องโมกพรุจะออกดอกตลอดทั้งปี แต่ช่วงนี้จะออกดอกห่างๆ แบบประปราย ส่วนช่วงฤดูกาลระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ของทุกปีจะออกดอกหนาแน่น เป็นสีชมพูมองดูสวยงามไปทั่วทั้งป่าพรุแห่งนี้ จึงอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยผลักดันส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ของชุมชน เนื่องจากเอื้องโมกพรุเป็นพืชที่เติบโตขยายพันธุ์เฉพาะถิ่น ซึ่งมีเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

และขณะนี้ตนได้ประสานกับผู้บริหาร อบต.ปากคลอง เขียนโครงการเสนอของบประมาณพัฒนาจังหวัดจาก นายรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร เพื่อจะก่อสร้างสะพานไม้รอบๆ ป่าพรุ และศาลาโดม เพื่อเป็นจุดชมวิว ถ่ายภาพ เซลฟี่ กับดอกเอื้องโมกพรุสีชมพูทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวยังไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ เพราะต้องใช้เฉพาะเรือพายเข้าไปเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเอกสารเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการและการวิจัย โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น ครู นักเรียนโรงเรียนบ้านถ้ำธง โดย ผศ.ดร.นาตยา มนตรี หลักสูตรพืชสวน สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สจล.วิทยาเขตชุมพร ระบุว่า “เอื้องโมกพรุ เป็นกล้วยไม้ชนิดพืชน้ำ มีการเจริญเติบโตเฉพาะที่ด้วยการอิงอาศัยกับพืชอื่นในบึงพรุ ทำให้มีข้อจำกัดในการนำมาปลูกเลี้ยงที่ยังไม่สามารถแพร่หลายได้ จึงทำให้กล้วยไม้ชนิดนี้หาพบยากมากในปัจจุบัน ถึงแม้จะรายงานว่า พบกล้วยไม้ชนิดนี้ใน 3 จังหวัดภาคใต้ตอนบน แต่จากข้อมูลทางวิชาการ พบว่าแหล่งสมบูรณ์ที่สุดที่พบกล้วยไม้เอื้องโมกพรุของประเทศไทย เหลือเพียงแหล่งเดียวคือที่ อำเภอปะทิว จ.ชุมพร.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้