วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรรมตามสนอง! พีท พล ร้องไห้หนักโดนคนโซเชียลหลอกให้รัก สุดท้ายไม่มีตัวตน (คลิป)

เห็นหล่อ ล่ำ ร้องเพลงเพราะขนาดนี้ แต่ใครจะรู้ว่า ชีวิตรักส่วนตัวของหนุ่ม พีท พล นั้นจะดราม่าขั้นสุด อย่างในรายการ Stage Fighter ไมค์หมู่ สู้ ฟัด ที่เจ้าตัวขึ้นร้องเพลง แต่ร้องไปร้องมากลับดราม่าร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลเป็นทางซะงั้น ทำเอาคนรอบข้างตกใจ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ล่าสุด พีท ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตรักสุดดราม่าในรายการ Club Friday SHOW ทางช่อง GMM25 งานนี้ทำเอาเจ้าตัวถึงกับร้องไห้หนักมาก ถึงความรักที่ผ่านมาที่ไม่เคยสมหวังเลย 

ในสเตจไฟต์เตอร์เกิดอะไรขึ้น? “พีทก็ยังไม่ได้ดู ไม่กล้าดูรับไม่ได้ เพราะเรารู้สึกว่ามันไม่มืออาชีพสำหรับเรา เพราะเราขึ้นไปร้องเพลงแล้วร้องไห้ต่อหน้าคนดู ก็คงต้องบอกว่าตอนนั้นมันอิน เพราะว่ามันเกี่ยวโยงกับช่วงเวลาความรักในตอนนั้น พอคนมาแตะตัวเรา ก็เขื่อนแตกเลย”

ตอนที่มีความรักเป็นยังไง? “เป็นคนจริงจังกับความรัก เป็นคนจริงจังทุกอย่าง เป็นคนซีเรียส แต่เราจะชอบทำให้ดูไร้สาระ ทำบ้าๆ บอๆ ไปเพื่อให้คนรอบข้างมีความสุข เราเป็นคนพูดตรงนะ เพราะรู้สึกว่าการพูดตรงๆ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า

เราจะบอกคนที่ทำงานกับเราทุกครั้งว่า เราเป็นคนพูดตรงนะ โอเคมั้ย เค้าก็บอกว่า โอเค รับได้ๆ แต่เอาจริงๆ เค้าเกลียดเราเลย(หัวเราะ) กับแฟนคลับเราก็เคยพูดตรงมาแล้ว เค้าถามว่าเราคิดยังไงกับแฟนคลับ เราก็บอกตรงๆ ว่า เอาจริงๆ พีทไม่เก็ท เค้าว่างเหรอถึงมาตามเรา

พีทเป็นคนที่ชอบให้เค้ามาชอบงานเรามากกว่าที่จะมายุ่งกับเรา ซึ่งก่อนที่เราจะพูดเราก็คิดแล้ว และคิดว่าเค้าไม่น่าจะเฮิร์ต เพราะเค้าเป็นคนถามเอง ก็น่าจะพร้อมรับกับคำตอบที่ได้ยินได้”

เราค่อนข้างหัวโบราณ? “ด้วยลุคที่คนข้างนอกจะมองว่าเรากินยับ แตะตัวผู้ชาย ซึ่งจริงๆ มันก็คือการแสดง แต่จริงๆ แล้วเราจะไม่ชอบถูกตัวใครเลย โดยเฉพาะผู้ชาย เรารู้สึกว่าการที่จะเป็นแฟนกันมันไม่ใช่แค่แบบเจอหน้ากันแล้วปลากัดเลย มันไม่ใช่ มันต้องมีการใช้เวลาเรียนรู้ก่อน”

เวลาอกหักนี่สุดขนาดไหน? “เฉยมาก ที่ผ่านมาคือเฉย เฉยแบบนิ่ง จิตหลุด มันไม่ได้รู้สึกเสียใจนะ ไม่ฟูมฟาย แต่เราจะเล่นใหญ่ สร้างซีนแบบดราม่าเหมือนในละคร กินเหล้าเมา ขับรถชน คือเราแค่อยากมีซีนเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรเลย”

เห็นแบบนี้เคยจีบผู้หญิงด้วย? “ใช่ เราก็ไม่รู้หรอก ตอนเด็กๆ เพื่อนเรียกตุ๊ด เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร เราแค่รู้สึกว่าตุ๊ดมันคือท่าทางมั้ง เด็กใสๆ เราเคยมีโมเมนต์จีบผู้หญิงร้องไห้แบบฟูมฟายมาก แต่เราก็จำโมเมนต์นั้นไม่ได้นะ จนเพื่อนโทรมาแฉเราให้ฟังในรายการ เราก็ถามกลับว่า เคยเป็นแบบนั้นเหรอ”

“จนเรามาชอบผู้ชาย ตอนเข้ามหาวิทยาลัย ปี 1 เทอม 2 มีแฟนคนแรก เริ่มต้นด้วยสังคมไฮไฟว์ ตอนนั้นเค้าเรียนอยู่ฝรั่งเศส ก็ใช้วิธีส่งโปสการ์ดกัน ส่งกันไปมาเหมือนจองกันไว้ก่อน คุยเหมือนเป็นแฟนกัน จนเค้ากลับมาก็คบกันเป็นแฟน คบกันอยู่ประมาณ 3-4 เดือน แล้วก็เลิกกันผ่านอีเมล เค้าก็แค่บอกว่ามันไม่ใช่ เราก็โอเคถ้าไม่ใช่คือไม่ใช่

วันนั้นคือจิตหลุดมาก เค้าบอกเลิกในวันที่เราทำงานเป็นดีเจอยู่จตุจักร ตอนนั้นเราเป็นพีท เดอะสตาร์ แล้วนะ เราก็จิตหลุดส่งอีเมลไปหาอากู๋ไพบูลย์ เขียนไปว่า เรียนคุณไพบูลย์ ผมคือพีท เดอะสตาร์ เป็นนักร้องมาเท่านี้ๆ เห็นว่าเค้าบอกจะทำเพลงให้ ผมก็เลยเซ็น แต่ยังไม่เห็นมีอะไรให้เลย ถ้าจะทำก็รีบทำ ผมขอ 2 เพลง แต่ถ้าไม่มีอะไรให้เลย ก็รีบปล่อยผมไป เสียเวลาผม

คือเราคิดว่าเก็บไว้ทำไมในเมื่อไม่ต้องการ แล้วทันใดนั้นก็สัมฤทธิ์ผล แล้วก็ได้งานเพลงมา คือได้ร้องเพลง มากกว่ารัก อันนั้นคือเพลงแรกในชีวิต”

รู้สึกมั้ยว่า ความรักของเราเริ่มเร็วแล้วก็จบเร็ว? “ใช่ รู้สึกเสมอ ไม่รู้เหมือนกัน เราอาจจะไม่ได้เรียนรู้กันก่อน มันก็เลยจบเร็ว ถ้าแค่บอกว่าไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่ คือจบ เค้าไม่ให้เวลาเราเรียนรู้เลย ไม่ใช่เพราะเรา เราก็จบ”

จากนั้นก็มีใหม่? “คนที่สองมันเริ่มมาจากคุยกันอีกคนหนึ่ง นัดเจอกันที่ร้านนั่งเล่นหน้าบ้านเรา พอเจอกันก็คุยกับคนนี้ แล้วก็มีอีกคนเป็นเงาอยู่ด้านหลัง คอยพูดสาระแนตลอดเวลา แทรกขึ้นมาตลอด ซึ่งก็คือเพื่อนเค้า และคนนี้ก็เป็นแฟนพีทคนที่สอง เราก็รู้สึกรำคาญว่าทำไมผู้ชายคนนี้มาเยอะใส่เราจัง

จนมาวันหนึ่ง เราก็เดินผ่านร้านนี้ที่เคยเจอเค้า ก็คิดถึงไอ้คนที่เป็นเงาคนนั้น คิดถึงเฉยๆ ก็เลยทักไปว่า ทำอะไร แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรกับเค้านะ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการคุยกับคนนี้ ก็เลยได้เจอกัน คุยกัน ซึ่งคนนี้พีทเกลียดเค้าทุกอย่างในร่างเค้านะ

แต่สุดท้ายได้เป็นแฟนกัน คือเค้าเป็นคนน่ารักมาก เป็นคนที่รักเรามากจริงๆ ยอมเราทุกอย่างๆ จริง ทั้งๆ ที่เราเตือนแล้วว่าอย่าเอาใจเรามาก ไม่งั้นเราก็จะยิ่งไปกันใหญ่ ด้วยความที่เราเป็นคนถูกตามใจมากๆ เราก็ได้ใจ เราเป็นคนชั่วมาก คนเลวมาก พีทไม่คิดว่าเราจะเลวได้ขนาดนั้น

ในขณะที่ว่าเรานัดกันที่พารากอน เค้าก็มาถึงก่อน จอดรถเสร็จแล้วก็ไปเดินมาบุญครองรอ เรามาถึงตรงเวลา เราก็โทรมาถามว่าอยู่ไหน เราก็บอกให้เค้ามาให้ถึงภายใน 10 นาที เค้าก็วิ่งมาหาภายใน 7 นาที ซึ่งตอนนั้นเราคิดว่าเราเลวมาก

เราก็วิ่งขึ้นไปรอชั้นบน ให้เค้าวิ่งมาหาภายใน 10 นาที ซึ่งตอนนั้นมันไม่น่ารักนะ เราแค่อยากเอาชนะเค้า เค้ามาทันนะ แต่เราก็ทำให้ไม่ทัน ทำให้เค้าแพ้ เราเป็นคนที่พลิกเรื่องเก่งมาก

อย่างเคยหาเรื่องสร้างเรื่องทะเลาะกันบนรถ คือพีทชอบทำให้เค้าผิด เค้าไม่เคยผิดเลย ชอบแกล้งเค้าด้วยนะ เวลาทะเลาะกันเค้าจะผิดตลอด เราต้องถูกตลอด ทะเลาะกันบนรถ เราลงจากรถเลยตอนนั้น มันเป็นช่วงไฟเขียว

เค้าก็ลงจากรถวิ่งตามเราเลย ไม่แคร์รถคันอื่น พอกลับขึ้นรถแล้วเราก็งอนไปเรื่อย ไร้สาระ เราไม่เคยขอโทษเลย ไม่เคยมีคำนี้หลุดจากปากเรา ไม่รู้ด้วยนะว่าทำไปเพราะอะไร เราบ้าไง แต่เรารักนะ ไม่ใช่ไม่รัก

จนกระทั่งวันหนึ่ง จากการที่ลงจากรถปุ๊บ เค้าปล่อยเราออกไปเลย แล้วก็ขับออกไปเลย ตอนนั้นเราตกใจ โอเคได้ แต่เค้าก็มาง้อเรา เราก็เล่นตัว ไม่ๆ จนกระทั่งเรารู้สึกว่า เราโดนบอกเลิกหนิ ไม่ได้นะ ไม่สวยๆ กลับไปง้อ วันเดียวพอคืนดีปุ๊บ วันต่อไปพีททิ้งเค้า เพราะแค่ยอมไม่ได้ที่ถูกเค้าทิ้ง เราต้องทิ้งเค้า

หลังจากที่เลิกกันปุ๊บ เรารู้นะว่าเค้ารักเราแค่ไหน และเราก็รักเค้านะ สิ่งที่เราทำให้เค้าได้ตอนนั้นหลังจากที่เลิกกันไปคือ เค้าชอบไปเดินพารากอน เราเห็นเค้าแล้วชั้นบน แต่เรารู้ว่าถ้าเค้าเห็นเรา เค้าก็จะหนี เราใช้วิธีก้มหน้าผูกรองเท้าทั้งๆ ที่เชือกเราไม่ได้หลุด แล้วเค้าก็รีบซอยเท้าเดินผ่านหน้าเราไปเร็วมาก

คือทุกปีเราจะชอบโทรหาเค้า เหมือนยังรังควานอยู่อ่ะ คือเราโทรไปเบิร์ธเดย์เค้าทุกๆ ปี ทุกวันนี้ยังจำเบอร์ได้อยู่เลย คือเรารักเค้าไง แต่เค้ามองว่าเรายังรังควานเค้า เค้ารักเรามาก (ร้องไห้)

พีทพูดเรื่องนี้กี่ครั้งเราไม่เคยร้องไห้นะ เราผิดมากๆ (ร้องไห้) ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พีทไม่ทำอะ ทุกวันนี้ตอนเราโทรไป เค้าใช้คำว่ารังควาน แต่เราใช้คำว่าคิดถึง เราถามเค้าว่าอยากได้อะไรมั้ยวันเกิด เค้าบอกจะทำให้ได้มั้ย งั้นขอให้เลิกยุ่งกับเค้าเถอะ และเราก็ไม่โทร”

เคยถึงขั้นเพื่อนเค้ารุมกระทืบเรา? “ตอนนั้นเลิกกันได้ 1-2 ปี เราเมา ก็บุกไปหาเค้า เค้าอยู่กับเพื่อน เพื่อนเค้าก็มายุ่งไง ไม่ให้เราเจอ ก็กดเราเหยียบเราเต็มที่มาก ซึ่งเราก็ไม่ได้รู้สึก ไม่ได้เจ็บอะไร ไม่ให้เรามายุ่ง

ก็กลายเป็นว่าเราโดนหิ้วปีกออกมา แต่เค้าออกมาเจอนะ ซึ่งเราทั้งเมาทั้งร้องไห้ เค้าก็บอกว่าจะไปส่งเรา แต่เราก็ไม่ให้เค้าไปส่ง ไม่ต้องไป ตอนนี้มันเหมือนเป็นปม มีความรู้สึกผิดเสมอกับสิ่งที่เราทำ”

อยากขอโทษอะไรเค้า? “ทุกอย่างอ่ะ ถ้ากลับไปได้พีทคงไม่ทำ (ร้องไห้) จากนั้นมา พีทก็ไม่ทำเรื่องพวกนี้อีกเลยนะ”

“9 ปีต่อมากรรมตามสนองกับคนใหม่ หลังจากที่เลิกกับคนเก่า เราเว้นวรรคไม่มีใครเลยมา 9 ปี ไม่คิดถึงเรื่องความรักเลย มาเจอคนนี้เค้าดูไนซ์ เราอยากแก้ปมตรงนี้ เพื่อไม่ให้ผิดพลาดอีก แต่กลายเป็นว่า เราคือผู้ถูกกระทำบ้าง เป็นเราที่เป็นเหมือนแฟนเก่า แล้วแฟนใหม่คือตัวพีทสมัยนั้น เป๊ะเลยทุกอย่าง วีน เหวี่ยงที่สุด

ตอนแรกเค้าดูใจดี ดูใจเย็น แต่พอเป็นแฟนกันปั๊บ ร้อนดั่งไฟ และอารมณ์ยิ้มชื่น ซึ่งตอนนั้นเราก็ยอม เพราะเราไม่อยากผิดพลาดอีก อยากประคองไปเรื่อยๆ

เช่นพีทหลับ ต่อให้เปิดเสียงโทรศัพท์เราก็ไม่ได้ยิน เค้าโทรเข้ามา 50 สาย เราก็โทรกลับถามว่ามีอะไร เค้าบอกว่าทำอะไร เราบอกว่าเราหลับ เค้าก็ถามกลับ หลับลึกขนาดนั้นเลยเหรอ

แต่มีเหตุการณ์กลับกัน เค้าเป็นคนติดต่อได้ง่าย เราก็โทรหาเค้า เค้าไม่รับเราก็กลัวเค้าจะมีอุบัติเหตุ เราโทรไป 30 สาย พอเค้ารับก็หัวเราะ กลายเป็นเรื่องตลก เราก็เอ้า ทำไมทำงี้ เพราะสำหรับเรามันเป็นเรื่องมหันตภัยมาก

แล้วมีอีกเรื่องคือเหมือนเค้าเป็นไบโพลาร์แต่ไม่รู้ตัว หลังจากที่เลิกกันไปแล้ว เค้าก็โพสต์คลิปที่เค้าดูเป็นเรื่องเกี่ยวกับที่บ้าน พ่อแม่ เค้าโพสต์ประมาณว่า ตอนแม่พีทป่วย เค้าไปเยี่ยมทุกวัน แต่พอแม่เค้าป่วย เค้าว่าเราไม่ไปเยี่ยมเลย ไม่เคยถามถึงแม่เค้าเลย

เราก็งงเหมือนด่าเรา แต่ตอนแรกคุณบอกเราว่า ที่เค้าชอบเราเป็นเพราะเราเป็นคนเดียวที่ถามถึงแม่เค้า ว่าแม่เป็นยังไงบ้าง แล้วตอนนั้นไม่รู้ว่าทำไมเค้าถึงจำไม่ได้ ทุกครั้งที่แม่เค้าไปโรงพยาบาล เราจะถามเสมอว่าหมอว่ายังไงบ้าง

วันนั้นรถเค้าเสีย เราก็ให้รถเราไปใช้พาแม่ไปหาหมอ แต่เค้าไม่เคยจำ เค้าจะมโนว่าเราไม่เคยสนใจแม่เค้า โพสต์ด่าเราในเฟซบุ๊ก

ตัดภาพมาที่วันเกิดเรา เค้าก็ลบโพสต์พวกนั้นทิ้ง แล้วโพสต์เบิร์ธเดย์เรา อวยพรเราเต็มหน้าเฟซบุ๊กบอกว่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งตอนนั้นก็เลิกกันไปแล้วนะ พอจากนั้นอีกอาทิตย์ต่อมาเค้าก็ลบพวกนั้นทิ้ง แล้วโพสต์ด่าเราอีกให้เพื่อนเค้ามารุมด่าเรา เหมือนเป็นไบโพลาร์ คือคนนี้เราก็คบกันอยู่ 10 เดือน เพราะเราจะประคอง ไม่ว่าจะแย่แค่ไหนเราก็ไม่เลิก

จนพี่สาวเราบอกว่าจะทนทำไม เสียเวลา ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เราก็เออ งั้นเลิกดีกว่า กับคนนี้พีทรู้สึกว่า เค้าไม่เคยรู้สึกยินดีกับสิ่งที่เราทำเลย เหมือนเค้ามองเป็นหน้าที่ ทุกอย่างทุกสิ่งที่เราทำให้ แต่เราทุ่มให้เค้ามาก วันเกิดเค้า พีทซื้อไอโฟน 7พลัสให้ แล้วพีทไม่เคยซื้อของแพงให้ตัวเองเลย แต่พีทซื้อให้เค้า ในขณะที่เราใช้ไอโฟนหน้าจอแตกอยู่”

เปิดใจรักครั้งล่าสุด รักตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า? “คนนี้เค้าส่งไดเรคแมสเซจมาในอินสตาแกรม มาจีบๆ เราทั่วไป แล้วเราก็ย้ายกันไปคุยที่ไลน์ พีทเป็นคนที่เข้าหาคนยาก

คนที่ถ้าเราจะคบเค้า เราจะบุกหนัก เราก็คุยกันไปก่อน แต่เค้าทำตัวมีความชอบที่ห้ามใครคุยกับเรา ทำตัวเหมือนหึงเรา ไม่ให้เราคุยกับใคร ก็คุยกันไปเรื่อยๆ

สักพักเราก็รวบรัดอยากเจอแล้ว คุยกันในระยะเวลาที่สั้นๆ แต่เราคุยกันเหมือนเป็นปี คุยกันเยอะมาก คุยกันผ่านไลน์อย่างเดียว พิมพ์อย่างเดียว ไม่โทร ไม่เคยวิดีโอคอล เราโทรไปเค้าก็ไม่รับสายเรา และห้ามเราคุยกับคนอื่น แต่เค้าเป็นแฟนเรานะ

ด้วยความที่เราอยากเจอ เราก็บุกไปที่ออฟฟิศเค้า ทั้งๆ ที่เราไม่เคยรู้เลยนะว่าเค้าเป็นใคร แต่เวลาคุย เค้าจะมีข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ หลุดออกมา จนเราปะติดปะต่อเรื่องเค้าได้ จนรู้ว่าเค้าเป็นใคร และได้บุกไป

เหตุผลที่เค้าไม่รับสายเรา เค้าใช้คำว่า เค้ายังไม่พร้อมที่จะคุย จะเจอ นี่คือการที่เราไปเจอก่อน เพราะเค้ายังรักแฟนเก่า นี่คือที่มาที่เราร้องไห้ในรายการ

จนเราบุกไปหา 4 ครั้ง ครั้งแรกบุกไปที่ออฟฟิศ เค้าบอกว่าไม่อยู่ โอเค เราก็กลับ ไม่ว่ากัน เค้ารู้ว่าเราไปเพราะเราไลฟ์ให้เค้ารู้ว่าเราจะไป แล้วรอบที่ 2 พีทไปที่ฟิตเนส รอตั้งแต่ทุ่มหนึ่งถึงเที่ยงคืน เค้าบอกว่าเค้าไป เราไปรอเค้า แต่บอกเราว่าแบตหมด เราก็ไม่ว่ากัน

จนครั้งที่ 3 เราถ่ายละครเสร็จก็ไปหาที่บ้านเค้า ไปยืนรอยุงกัดที่หน้าหมู่บ้าน รออยู่เป็นชั่วโมงก็ไม่ออกมา ตั้งแต่คุยกันมาจนไปยืนรอหน้าบ้าน เป็นระยะเวลาเดือนกว่านะ คือเราคุยกันผ่านตัวอักษร

เค้าทั้งหวงทั้งหึงเรา แต่เอาจริงเราดันไปให้ชีวิตกับตัวอักษร ไปสร้างชีวิตให้กับสิ่งเหล่านั้นให้มันมีชีวิตขึ้นมา มันเป็นจินตนาการของเราล้วนๆ แต่สิ่งที่ทำให้เราประทับใจในตัวเค้าคือ เรารู้สึกว่าเค้ากล้าว่า กล้าพูด กล้าสอนเรา

เคยได้ยินเสียงนะ เพราะเราเคยเจอกันครั้งหนึ่ง หลังจากที่เราร้องไห้หนักมากในรายการ ซึ่งวันต่อมาคือวันเกิดของพีทพอดี เค้ามาเซอร์ไพรส์เรา เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกันแค่ 20 นาที มาพร้อมเลขาเค้า

เพื่อนเราเยอะมากทุกคนรู้ยกเว้นพีท เพราะเค้ามาเซอร์ไพรส์เราไง เค้าบอกกับเลขาเค้าว่า มาหาเพื่อน แต่เพื่อนๆ เรารู้นะว่าคนนี้คือคนที่เราคุยอยู่ เหมือนผู้จัดการพีทดันแขนเค้าให้โดนตัวพีท แต่เค้ารีบกระโดดหนี แค่ตัวยังไม่กล้าแตะ ไม่กล้าอยู่ใกล้เลย แต่วันนั้นบอกเลยว่ารู้สึกมีความสุขที่สุด รู้สึกดีมากนะ

เรื่องต่อมาคือเค้าจะกลับบ้านเค้าที่ญี่ปุ่น เค้าอยากให้เราไปด้วย เราถามเค้าถึง 3 ครั้งว่าจริงเหรอ เค้าบอกว่าใช่ เราก็ถามเค้าจริงจังว่าเค้าอยากให้เราไปบ้านเค้าจริงเหรอ

เค้าบอกว่า อยากให้ไป เราก็แคนเซิลงาน ไปจองตั๋วไปญี่ปุ่นเลย ทิ้งกองละครเลย เพื่อจะไปตามหารักแท้ ซึ่งเราก็คิดว่าจะได้เป็นความรักแบบจริงจังสักที แต่สุดท้ายแล้วมันคือการมโน

ซึ่งเค้าไปคุยกับผู้จัดการพีทว่า เค้าไม่อยากให้พีทไป แต่เค้าไม่บอกพีทนะ ผู้จัดการพีทถามว่าจะให้พี่บอก หรือจะบอกเอง เค้าบอกจะบอกเอง แต่พีทได้รับทราบเรื่องแล้ว เราก็รอให้เค้าพูดกับเราตรงๆ เราจะไม่ว่าสักคำ

แต่สิ่งที่เค้าทำคือเค้าไม่บอก จนกระทั่ง 1 วันก่อนบิน พีทถามเค้าว่าเราจะไปพักกันยังไง ไปรอที่เกตเหรอ เราเปิดคำถามพวกนี้ เพื่อให้เค้าพูดว่าให้เราไป หรือไม่ให้ไป

ซึ่งเค้าก็พูดให้เรายกเลิกตั๋ว แต่พี่เข้าใจมั้ยว่า เราแคนเซิลทุกอย่างแล้ว ยังไงจะไม่ให้ทริปล่ม เพียงเพราะคุณไม่ให้เราไป แต่ยังไงเราก็จะไป เค้าบอกว่าเค้ามีประชุม เค้าไปพร้อมเราไม่ได้นะ เค้าก็ไปเลื่อนตั๋วบินวันต่อไป

เค้าไม่รู้ว่าเราไปรึเปล่า แต่เค้าเลื่อนตั๋วเพื่อความชัวร์ เราก็ไปนะที่ญี่ปุ่น เราไปอยู่ที่ญี่ปุ่นคนเดียว ไม่รู้ภาษาอะไรทั้งสิ้น อยู่ตรงนั้นทุกวันก็กลับไปดีกว่า อยู่ไปทำไมไม่รู้ ซึ่งตลอดเวลาที่ไปหวังว่าจะเจอเค้า ถามว่าโกรธมั้ย ไม่โกรธ เพราะเราเลือกเอง แต่ยังคุยแชตตลอดเวลา

เค้าบอกว่า เดี๋ยวเค้ามีงานด่วน ซึ่งต้องกลับเร็วขึ้น เราก็ถามว่ากลัวเจอเรารึเปล่า เค้าบอกว่าเปล่า พอมาถึงปุ๊บ เราก็บอกว่าเห็นบอกว่ามีงานด่วน ทำไมถึงกลับวันนั้นล่ะ เค้าบอกอยากกลับวันนั้น แต่เค้าบอกว่า เค้ารักเรามากกว่าที่เรารักเค้า เค้าบอกว่าการกระทำบอกทั้งหมด เค้าหาว่าเราเลวมากกับเค้า เราทำร้ายจิตใจเค้า”

พีทเชื่อในสิ่งที่เค้าพูดมากแค่ไหน? “อย่าเรียกว่าพีทเชื่อ พีทหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ พีทแค่หวังว่าเค้าจะเปลี่ยน หวังว่าเค้าจะแก้ให้เรา หวังว่าเค้าจะทำดี”

แต่สิ่งที่แปลกใจคือ ทำไมเราถึงรักเค้ามากขนาดนี้ ทั้งๆ ที่มันเป็นตัวหนังสือ? “เพราะพีทไปให้ชีวิตกับตัวหนังสือไงพี่ เพราะเราคิดว่าเค้าจะแก้ จะปรับปรุง อย่างวันที่พีทไปหาเค้าที่บ้าน เราแค่ไปเพื่อที่จะขอกำลังใจ เพื่อที่จะไปแข่งร้องเพลง

แล้วเค้าก็ไม่ให้ เลือกที่จะไม่ออกมา คือพีทมีสติตลอด รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เราเลือกที่จะเชื่อเค้า เลือกที่จะให้โอกาส เพื่อหวังว่าเค้าจะเปลี่ยนตัวเอง แล้วทำให้มันเป็นจริง วันที่รายการโทรมาขอข้อมูล พีทเลื่อนไปเรื่อยๆ ไม่ยอมให้ข้อมูล เพราะพีทหวังว่าเค้าจะแก้ เพื่อที่เรื่องเล่าวันนี้จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

“เรื่องมันพีคตรงที่ หลังจากวันที่เราเจอกันในวันเกิดพีท เค้าก็ยังไม่เปิดกล้องวิดีโอคอลกับเรา เราโทรวิดีโอคอลหาเค้า เค้ารับแล้วปิดหน้ากล้องด้วยนิ้วเค้า วันเกิดพีท พีทเลือกที่จะไม่ลงรูปอะไรเลยทั้งสิ้นในวันที่เค้ามา ในขณะที่เค้าลงรูปของเค้าเอง ลงรูปเราเป็นวิดีโอเลย แสดงความเป็นเจ้าของเราผ่านไอจีเค้า เลิฟเรา นั่นนี่

จนเราถามเค้าว่า เอางี้มั้ย รอวันที่คุณพร้อมก่อน แล้วค่อยมารักกัน เค้าบอกว่าเค้าพร้อมอยู่แล้ว เค้าพร้อมแต่คนที่จะไปคือเรา เราก็บอกว่า เอ้า ถ้าพร้อมก็วิดีโอคอลมาสิ เค้าบอกว่า ทำไมต้องให้เค้าเป็นเหมือนคนอื่น”

ในที่สุดแล้ว ความสัมพันธ์เราเป็นยังไงกับคนๆ นี้? “ก็คือก่อนให้ข้อมูล 2 วัน เราบอกเค้าว่า งั้นเราเลิกกันเถอะ เค้าบอกพีทว่าเค้าไม่เคยจะอยากเลิก แต่สิ่งที่เราทำเหมือนเราอยากเลิกกับเค้าทั้งนั้น มันหนักมาก แล้วคนนี้เป็นครั้งแรกที่เอฟเฟกต์เรื่องงานมาก พอเราหยุดเค้าก็หยุด เค้าใจร้ายมาก จนเรารู้สึกว่า เราไปทำอะไรให้”

“เราเคยส่งไปให้เค้าดูนะว่า เราคงเป็นกระเบื้องที่หนามาก แต่ถ้าเจอพายุเข้ามาแรงๆ บ่อยๆ มันแตกได้นะ ซึ่งวันนี้มันแตกแล้ว ชีวิตคนเรามันก็ยากแล้วอ่ะ อย่าทำให้มันยากขึ้นกับการทำพฤติกรรมอะไรแบบนี้กับคนอื่นได้มั้ย วันนี้เราไม่แน่ใจว่าเรากำลังคบกับใคร

คือพีทก็พูดตลอดว่า ความรักอย่าซับซ้อน คนรักถ้ารักกันแล้วอยู่ด้วยกัน มันก็จบ ถ้ามันซับซ้อนก็แปลได้อย่างเดียวว่า เค้าไม่รัก ที่ผ่านมา เราพยายามหาเหตุผลเพื่อหลอกตัวเอง แต่เรารู้ตัวเสมอนะ จนสุดท้ายแล้วเค้าก็ยังไม่คิดจะเปลี่ยน และการที่พีทออกมาพูดตรงนี้ในรายการนี้ นั่นแปลว่าเราไม่กลับไปแล้ว”.