วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า' ออกโรงโต้ กรมควบคุมโรค บิดเบือนงานวิจัย

'เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า' ออกโรงโต้ กรมควบคุมโรค บิดเบือนงานวิจัย

  • Share:

"เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า" ตอก "กรมควบคุมโรค" บิดเบือนงานวิจัยต่างประเทศ วาดภาพ "บุหรี่ไฟฟ้า" ให้เป็นวายร้าย ทั้งที่ผลวิจัยหลายฉบับยันชัดอันตรายน้อยกว่า "บุหรี่มวน" ยกทั่วโลกจัดเป็นสินค้าถูก ก.ม. หวังภาครัฐไทยเห็นคล้อยตามประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อตีกรอบป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (16 ธ.ค.) นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า "กลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST)" และเฟซบุ๊ก "บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร" กล่าวถึงกรณีที่ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุขไทยหลายราย ออกมาระบุถึงอันตรายและสารพิษจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าบ่อยครั้งในช่วงนี้ว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ออกมาจากกระทรวงสาธารณสุขหลายเรื่องค่อนข้างคลาดเคลื่อนและสวนทางกับผลวิจัยของต่างประเทศ โดยเฉพาะข้อมูลจากทาง กรมควบคุมโรค ที่ย้ำว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษ โลหะหนัก จนถึงยาดองศพ และแนะเยาวชนและผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ไม่ควรลองใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้น เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน อ้างผลการตีความวิจัยแบบผิดๆ ตรงข้ามกับงานวิจัยในต่างประเทศ พยายามปิดโอกาสของผู้สูบบุหรี่ที่จะได้เข้าถึงทางเลือกที่เป็นอันตรายน้อยกว่า

"ข้อมูลที่บอกว่าในควันบุหรี่มีสารที่เกิดจากการเผาไหม้ เช่น สารโลหะหนักพวกโครเมียม นิกเกิล และฟอร์มาลดีไฮด์ มากกว่าไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้านั้น รายงานของกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ปี 2558 ออกมาชี้แจงประเด็นฟอร์มาลดีไฮด์แล้วว่า เป็นการทดลองที่นำเอานิโคตินเหลวไปผ่านความร้อนสูง ซึ่งไม่เคยมีรายงานใดระบุว่าการใช้งานจริงของบุหรี่ไฟฟ้าจะเกิดความร้อนสูงขนาดนั้น เห็นได้ชัดว่าภาครัฐมีความตั้งใจในการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกับประชาชน เราถึงได้พยายามเรียกร้องให้มีการพูดคุยผลการศึกษาของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นกลาง" นายมาริษ ระบุ

นายมาริษ กล่าวต่อว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง อังกฤษ สหภาพยุโรปกว่า 27 ประเทศ นิวซีแลนด์ หรือสหรัฐอเมริกา บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าถูกกฎหมายและหลายประเทศสนับสนุนให้บุหรี่ไฟฟ้า เป็นทางเลือกที่ช่วยลดอันตรายจากการสูบบุหรี่ หากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายจริงอย่างที่กรมควบคุมโรคไทยกล่าวอ้าง เหตุใดบุหรี่ไฟฟ้าจึงเป็นสินค้าถูกกฎหมาย ทำไมรัฐบาลประเทศเหล่านั้นถึงยินยอมให้คนในประเทศเขาใช้ได้ ถึงเวลาแล้วที่เราน่าจะเอาข้อมูลการวิจัยเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่มีอยู่ทั้งหมดมาพูดคุยกันอย่างจริงจังสักที ไม่ใช่ออกสื่อโต้กันไปกันมาแบบนี้ รัฐบาลจะได้มีแนวทางที่อยู่บนพื้นฐานของผลวิจัยวิทยาศาสตร์มาช่วยกำหนดนโยบายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม และช่วยกันป้องกันเด็กและเยาวชนของเราได้จริง

นายอาสา ศาลิคุปต์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าฯ กล่าวเสริมว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าฯ ได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงผลการวิจัยเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า กับคณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์ฯ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนประกาศกระทรวงพาณิชย์ในการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเราได้ให้ข้อมูลพร้อมผลการวิจัยกับคณะอนุกรรมาธิการฯ ไปแล้วว่า กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ลอนดอน และสถาบันมะเร็งอังกฤษ ต่างยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษที่ออกมาน้อยกว่าบุหรี่มวนมาก และผลการวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าไม่ได้เป็นตัวดึงดูดเด็กเยาวชนหรือผู้ไม่สูบบุหรี่

ทุกวันนี้แม้จะยังไม่มีข้อมูลผลกระทบระยะยาว แต่รัฐบาลหลายประเทศก็อนุญาตให้ใช้ โดยมีกฎหมายควบคุมอย่างถูกต้อง ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน แถมยังช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศได้อีกด้วย ซึ่งท่าทีของที่ประชุมมีความเป็นกลางและรับฟังข้อมูลความเห็นของผู้บริโภคเป็นอย่างดี และจะทำสรุปเพื่อพิจารณาต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้