วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำรวจทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เร่งช่วยเหลือ-เยียวยาเหยื่อ

ความเดือดร้อนของ นางพงศ์จันทร์ ชัยชะนะ อายุ 67 ปี ชาวบ้านย่านบางขุนเทียน ถูกหลอกโอนเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 1 แสนบาท เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกถึงกับล้มป่วย เพราะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่สะสมไว้ หลังทราบจากรายการทางช่องไทยรัฐทีวี ที่มี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ร่วมให้ข้อมูลแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เตือนภัยร้ายใกล้ตัวประชาชน

ทันทีที่ทราบเรื่อง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.บก.ทท.1 พร้อมพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีเดินทางไปเยี่ยมนางพงศ์จันทร์ หาทางช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้เสียหาย

นางพงศ์จันทร์ถึงกับน้ำตาซึมเมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมรับว่าถูกหลอกตั้งแต่เดือนสิงหาคม แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์เข้ามาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ว่ามีพัสดุซึ่งเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้าข่ายมีความผิด แล้วโอนสายต่อไปยังคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 แนะนำให้ผู้เสียหายโอนเงินในบัญชีมาทั้งหมด เพื่อตรวจสอบว่าไม่ใช่เงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ด้วยความกลัวและไม่รู้กฎหมาย ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปทั้งหมด เมื่อทราบว่าถูกหลอกลวง โทรศัพท์เข้าไปแจ้งที่สายด่วน 1155 ของตำรวจท่องเที่ยว บอกเล่าพฤติกรรมที่ถูกหลอกเข้าข่ายเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลอกลวงเหยื่อ และไม่เคยคิดว่าจะได้รับความช่วยเหลือด้วยความรวดเร็ว

เป็นตัวอย่างความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนหน้า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ นำเรื่องร้องเรียนมาสืบสวนขยายเครือข่ายทำความเสียหายในหลายพื้นที่ และผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่ไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย เสนอ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จัดชุดเฉพาะกิจปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์

มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ตำรวจและ ปปง. ปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และหาทางบรรเทาความเดือดร้อนคนที่ตกเป็นเหยื่อ

หลายพื้นที่ขยับ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รรท.ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ นำกำลังตำรวจท่องเที่ยว 191 ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ที่หลบหนีมาใช้ฐานปฏิบัติการหลอกเหยื่อในพื้นที่ภาคเหนือ

ผลตรวจค้นเป้าหมาย 24 จุด เป็นพื้นที่ภูธรภาค 5 จำนวน 22 จุด และในพื้นที่กรุงเทพฯ 2 จุด จับกุมผู้ต้องหา 21 ราย พร้อมของกลางหนังสือเดินทาง สมุดบัญชีเงินฝาก โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวนมาก

ขยายผลตรวจค้น 4 ครั้ง ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ 146 หมาย จับกุมได้ 98 หมาย ผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศ 7 หมาย อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 41 หมายจับ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์สั่งชุดตำรวจท่องเที่ยวรวบรวมข้อมูลพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หัวเมืองใหญ่ของไทยเป็นฐานปฏิบัติการโทร.หลอกลวงเหยื่อ เครือข่ายมีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาวไต้หวัน มีหัวหน้าใหญ่คอยประสานงานหน่วยคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติในต่างประเทศ หลอกผู้เสียหายประเทศที่ 3

ส่วนใหญ่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อว่าพัวพันอาชญากรรม และถูกอายัดทรัพย์ ให้โอนเงินให้ มีคนถูกหลอกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน ทุกคนจะได้รับการฝึกฝน การตอบโต้พูดคุยเพื่อหลอกลวง

เลือกจังหวัดใหญ่เป็นฐานปฏิบัติการ จะศึกษาข้อมูล ชื่อนามสกุลของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ โดยเฉพาะตำรวจระดับ ผบก. รอง ผบก. ผกก. รอง ผกก. สว. รอง สว. โดยละเอียด เพื่อใช้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตัวจริง

หาข้อมูลธนาคาร ผู้จัดการธนาคารในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ แบ่งหน้าที่กันทำ แบ่งสายการคุย โอนสายไปมา สายถามยอด คนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ รอง สว. หรือ สว. บอกชื่อยศและนามสกุลจริง อ้างว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องคดีอาชญากรรมและยาเสพติด ต้องถูกดำเนินคดีความผิดฐานฟอกเงิน ให้มารายงานตัวกับตำรวจที่โรงพัก หรือจะสะดวกให้ช่วยเหลือทางโทรศัพท์

จะหลอกถามข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัญชีธนาคาร ยอดเงินคงเหลือที่สามารถเบิกถอนได้ แล้วให้เหยื่อถือสายรอ เพื่อจะโอนสายให้คุยกับหัวหน้าเพื่อช่วยเหลือ จะย้ำกับเหยื่อให้คุยและทำรายการคนเดียว อย่าไปบอกใคร สายฟอก จะอ้างตัวเป็นตำรวจระดับสูง สว.หรือรอง ผกก.ทำหน้าที่ชี้แจงว่า เหยื่อเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน จะพูดโน้มน้าวให้เกิดความน่าเชื่อถือ ให้เหยื่อเกิดความกลัวที่จะถูกดำเนินคดี

หลอกเหยื่อยื่นทรัพย์สินให้ตรวจสอบ ไม่เช่นนั้นจะถูกอายัดทรัพย์และดำเนินคดี ให้เหยื่อไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็มตามขั้นตอน และโอนสายให้ตำรวจระดับสูงช่วยตรวจสอบอีกครั้ง สายหยอด จะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงสุด ระดับ ผกก. จะพูดคุยยืนยันว่าเหยื่อต้องถูกตรวจสอบการเงินจริง ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการโดยละเอียด การไปที่ตู้เอทีเอ็ม กดฝากเงิน กดรหัส 10 หลัก โดยหลอกว่าเป็นรหัสลับเพื่อความปลอดภัย

แล้วให้นำเงินไปฝากเข้าหรือโอนมาให้ตรวจสอบ จะใช้เวลาตรวจสอบไม่นาน เมื่อเหยื่อโอนเงินมาแล้วชวนเหยื่อพูดคุยไปเรื่อยๆ จนคนในแก๊งกดเงินออกมาแล้ว จะวางสายแล้วบอกเหยื่ออย่าไปทำการเคลื่อนไหวทางบัญชี จนกว่าเจ้าหน้าที่แจ้งกลับมา กว่าผู้เสียหายเริ่มรู้ตัว สงสัยสายเกินไป เงินจะถูกกดออกจากบัญชีทั้งหมด

แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะเลือกเหยื่อที่ไม่รู้กฎหมาย สายสอบถามยอด จะเป็นคนกรองว่าคนไหนมีเงินในบัญชีเหลือมาก และน่าจะหลอกได้ง่าย ก่อนจะส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการดำเนินการต่อ คนที่ไม่รู้เรื่องกฎหมายจะถูกหลอก ตำรวจที่ถูกอ้างมีตัวตนจริง แต่ไม่รู้เรื่อง บางคนอ้างเป็นระดับผู้การ หรือบัญชาการ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง รัฐบาลให้ดำเนินการปราบปรามให้สิ้นซาก ในส่วนตำรวจ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ขับเคลื่อนงานร่วมกับ พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานคณะกรรมการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. อายัดทรัพย์สินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อส่งมอบให้ผู้เสียหายบางส่วน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “การปราบปรามทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ตำรวจท่องเที่ยวได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง สามารถจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดได้กว่า 98 ราย ส่วนที่เหลือกำลังเร่งรัดติดตามจับกุม การดำเนินคดีพนักงานสอบสวนทำคดีคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้เร่งเยียวยา ลงพื้นที่แจ้งความคืบหน้าทางคดีให้กับเหยื่อทุกกรณี เพื่อบรรเทา แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน และขณะนี้ตำรวจได้เปิดศูนย์ปราบปรามการฉ้อโกงประชาชน หากประชาชนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง ขอให้มาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ หลังจากเปิดศูนย์ผ่านไป 5 วัน มีประชาชนทยอยมาให้ข้อมูลและมาร้องทุกข์หลังตกเป็นเหยื่อมากกว่า 50 รายแล้ว ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก ตำรวจจะได้สืบสวนติดตามเร่งรัดจับกุมเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์มาดำเนินคดีลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว”

การทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถือเป็นผลงานต่อเนื่องตำรวจท่องเที่ยว เป็นรูปธรรม จับต้องได้ และที่สำคัญช่วยเหลือเยียวยาให้ชาวบ้านที่ถูกหลอกลวง.

ทีมข่าวอาชญากรรม

ความเดือดร้อนของ นางพงศ์จันทร์ ชัยชะนะ อายุ 67 ปี ชาวบ้านย่านบางขุนเทียน ถูกหลอกโอนเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 1 แสนบาท เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกถึงกับล้มป่วย เพราะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่สะสมไว้... 16 ธ.ค. 2560 12:54 17 ธ.ค. 2560 08:51 ไทยรัฐ