วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับผัว-เมียตุ๋นแชร์ 1.7 พันล.

จับผัว-เมียตุ๋นแชร์ 1.7 พันล.

  • Share:

ซื้อหุ้นอเมริกา ออกสื่อ‘CNN’ เร่งล่าอีก8คน

ดีเอสไอทลายเครือข่ายบริษัทข้ามชาติ “อีเกิ้ล เกตส์ กรุ๊ป” ตุ๋นเหยื่อ ไทย-เทศกว่าพันคนให้ร่วมลงทุนกับบริษัทขั้นต่ำ 1,000 ยูเอสดอลลาร์ อ้างนำไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา จ่ายค่าตอบแทนอัตราสูง พบความเสียหาย 1.7 พันล้านบาท แฉตัวการใหญ่ 2 ผัว-เมียชาวไทยถูกจับ อีก 8 คน เป็นชาวต่างชาติอยู่ระหว่างหลบหนี พฤติกรรมรูปแบบเดิม หลอกให้ลงทุนแล้วเชิดเงินหนี สร้างภาพให้บริษัทน่าเชื่อถือด้วยการออกสื่อทีวีช่อง CNN

จับ 2 ตัวการใหญ่ผัวเมียชาวไทยร่วมขบวนการต้มตุ๋นแชร์ข้ามชาติเสียหาย 1.7 พันล้านบาท เปิดเผยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 ธ.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ ผอ.กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ร.ต.อ.ทินวุฒิ สีละพัฒน์ ผอ.ส่วนคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ 1 แถลงผลจับกุมแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติหลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา อ้างจะได้รับผลตอบแทนในอัตราสูง รวมมูลค่าความเสียหาย 1,700 ล้านบาท

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวนมาก ถูกบริษัท อีเกิ้ล เกตส์ กรุ๊ป จำกัด หลอกให้ร่วมลงทุนซื้อพอร์ตจากบริษัท ในอัตราขั้นต่ำ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อให้บริษัทนำไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจะได้รับเงินตอบแทนในอัตราที่สูงต่อเดือนตามเงื่อนไข อาทิ ลงทุน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ 3 เดือนแรกจะได้รับเงินปันผล 3 เปอร์เซ็นต์ เดือนที่ 4-6 จะได้รับเงินปันผล 6 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไปจะได้รับเงินปันผลสูงถึง 9 เปอร์เซ็นต์ มีผู้หลงเชื่อเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทจำนวนมาก ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ตั้งแต่เดือน พ.ค. 59 กระทั่งเมื่อช่วงเดือน ต.ค.ปีเดียวกัน บริษัทไม่ยอมจ่ายเงินตอบแทนให้ตามสัญญา สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ มีประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 1,000 ราย หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาชาวไทยและต่างชาติ รวม 10 ราย ประกอบด้วย ชาวต่างชาติทวีปเอเชียและยุโรป 8 คน และตัวการใหญ่ 2 สามี-ภรรยาชาวไทย คือ นายรัฐเขต ฉายารัตน์ และนางกนกกุล พรอภิโชติ ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวต่ออีกว่า กระทั่งวันที่ 12 และ 14 ธ.ค. ชุดพนักงานสอบสวนดีเอสไอสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และสำนักงาน ปปง. ติดตามจับกุมนายรัฐเขต ได้ที่ย่านเจริญกรุง กทม. ส่วนนางกนกกุลถูกจับกุมได้ในเขต จ.แพร่ ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นสถานที่ 8 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พบเอกสารและหลักฐานเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว สามารถตรวจยึดทรัพย์ได้จำนวนหนึ่ง อยู่ระหว่างการขยายผล

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นขบวนการหลอกให้คนซื้อหุ้นลักษณะแชร์ลูกโซ่ เป็นการหาแม่ข่ายและลูกข่ายต่อยอดกันไป รวมทั้งมีการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการจัดทำเว็บไซต์แสดงว่าเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก มีจัดบรรยายและแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินมีชื่อตามโรงแรมหรูในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทั้งยังออกสื่อโทรทัศน์ ช่อง CNN ด้วย พบขบวนการนี้จะให้เหยื่อโอนเงินไปยังบัญชีของกลุ่มโพยก๊วนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอยู่นอกประเทศ เพื่อนำเงินไปฟอกหลีกเลี่ยงการยึดทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาชาวไทย 2 คนที่จับกุมได้ หลังสอบปากคำเสร็จจะส่งตัวฝากขังที่ศาลอาญาและเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลือ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้