วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บอกช้าไป1ปี ฉีกข้อเสนอสมศักดิ์ ส.ส.ไร้พรรค

โดนทุกฝ่ายรุมกินโต๊ะ! แก้รธน.-เป็นไปไม่ได้ ศรีสุวรรณยังบี้นาฬิกา

แรงต้านกระหึ่มข้อเสนอ “สมศักดิ์” ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค “บิ๊กตู่” บอกฟังไว้แต่ไม่เอาทั้งหมด “วิษณุ” ดับฝันไม่มีทางเกิดขึ้น พูดช้าไปเป็นปีไร้ประโยชน์ ใช้ ม.44 แก้ รธน.ไม่ได้ ชี้ช่องเกมรีเซ็ตของ “ไพบูลย์” ทำได้ 2 ทาง ใช้ ม.44 หรือ สนช.ทำกันเอง “นิพิฏฐ์” จวกแหลก “สมศักดิ์” ไร้หลักการ ตอกย้ำทฤษฎีสมคบคิดปูทางลากอำนาจ จับไต๋ คสช.เลื่อน-ล้มเลือกตั้ง “ชาญชัย” กระตุกสำนึกแม่น้ำ 4 สายทบทวนตัวเอง “พงศ์เทพ” ซัด สนช.ประหลาด ทำคลอดกับมือแต่ตั้งท่ารื้อซะเอง “วรชัย” เย้ยสู้ไม่ได้ต้องไปงัดสูตรคร่ำครึมาใช้ “สมชัย” ย้อนภาพเงินสะพัดซื้อ ส.ส.ในส้วม “ประยุทธ์” อ้อน คนนอกยอมรับไม่เท่าคนในเปิดใจ “ศรีสุวรรณ” กัดติดยื่น ป.ป.ช.สอบ “บิ๊กป้อม” ถือครองนาฬิกาหรูเพิ่ม

เกิดกระแสต้านจากทั่วสารทิศ หลังนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์และแกนนำกลุ่มมัชฌิมา เสนอให้รัฐบาลและ คสช. แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งให้การเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้น ผู้สมัคร ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในช่วงเปลี่ยนผ่าน

“บิ๊กตู่” รับฟังแต่ไม่เอาทั้งหมด

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 15 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์และแกนนำกลุ่มมัชฌิมา ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง เพื่อแก้ปัญหา ความขัดแย้ง สร้างความปรองดองในช่วงเปลี่ยนผ่าน ว่า ก็ฟัง แต่จะฟังเท่าที่จะฟังได้ รวมถึงบางท่านตนก็ฟัง เรื่องการเมืองก็ฟังนะและคิดตามทุกคนที่ชี้แจงอยู่ แต่ต้องค่อยๆคิดแก้ไขปัญหา รับฟังทุกคนที่พูด แต่จะให้ทำตามทุกคนคงไม่ได้ และที่ผ่านมาก็ทำอะไรไม่ได้

“วิษณุ” ดับฝันสูตร ส.ส. “สมศักดิ์”

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญบังคับอยู่ว่าต้องสังกัดพรรคการเมือง ถ้านายสมศักดิ์พูดอย่างนี้เมื่อสัก 10 เดือนที่ผ่านมา ก็คงได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ตนคงไม่ไปตอบว่าเป็นแนวคิดย้อนยุคหรือถอยหลัง อาจเป็นแนวคิดที่ดี แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนแบบนี้เสียแล้ว และจะใช้มาตรา 44 ไปแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ จำไว้ด้วย ถ้าจะทำอย่างที่นายสมศักดิ์เสนอต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งพูดช้าไปปีหนึ่ง ไม่มีประโยชน์เป็นไปไม่ได้แล้ว ไม่ต้องมาพูดกันแล้ว และไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้ นอกจากร่างรัฐธรรมนูญใหม่

แทงกั๊กเกมรีเซ็ตของ “ไพบูลย์”

นายวิษณุยังกล่าวถึงข้อเสนอนายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ให้แก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า ยังมองไม่เห็นทางออก แต่ถ้าจะแก้ไขจริงทำได้ 2 ทาง คือ แก้โดยใช้มาตรา 44 ที่เป็นหน้าที่ของ คสช. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับมอบหมายให้ทำใดๆทั้งสิ้น และอีกทางแก้โดยสภา เป็นเรื่องของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดำเนินการกันเอง รัฐบาลไม่เกี่ยว เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่า การแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ครม.จะขอแก้เองไม่ได้ เป็นเรื่อง สนช. โดยใช้เสียง 1 ใน 10 คือประมาณ 25 คนเสนอ แต่จะแก้อะไร แก้อย่างไร ตนไม่ทราบ ที่สำคัญวันนี้เรารู้แล้วว่ามีเรื่องเงื่อนไขเวลาที่ต้องปฏิบัติตามบทเฉพาะกาลของกฎหมาย ถ้าไม่ทำแล้วจะเสียสิทธิ์ หากคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาต้องมีวิธีแก้ปัญหา คือ 1.การปลดล็อก 2.แก้ไขกฎหมาย ที่ทำได้ 3 อย่าง คือ 1.แก้โดยมาตรา 44 2.แก้ด้วยการออกเป็น พ.ร.ก. และ 3.เสนอขอแก้ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง

แก้ รธน.เรื่องใหญ่เป็นไปไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงว่าอาจส่งผลต้องเลื่อนเลือกตั้งออกไป นายวิษณุตอบว่า ไม่สามารถตอบได้ เรื่องนี้รัฐบาลยังไม่ได้คุยกัน แต่ คสช.คุยหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นสมาชิก คสช. เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการส่งสัญญาณจาก คสช. ที่ต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป หรืออาจไม่มีการเลือกตั้ง นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ พูดยาก เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่ายังไงก็ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หากไม่มีการเลือกตั้งแล้วจะทำอย่างไรกับรัฐธรรมนูญ แต่หากจะแก้รัฐธรรมนูญตามที่เสนอกัน ถ้าอย่างนั้นเรื่องใหญ่มาก ใหญ่จนเป็นไปไม่ได้

“นิพิฏฐ์” จวกคนเสนอไร้หลักการ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในขณะที่การร่างรัฐธรรมนูญมีการถกเถียงจนตกผลึกแล้วว่า ระบอบประชาธิปไตยจะเดินไปได้ ส.ส.ต้องสังกัดพรรค ในอดีตก็เห็นความล้มเหลวของระบบรัฐสภาที่ ส.ส.ไม่สังกัดพรรคมาแล้ว รัฐบาลอยู่ยาก การกำหนดนโยบายแต่ละเรื่องทำไม่ได้เลย เมื่อสิ่งนี้ตกผลึกไปแล้วแต่กลับมารื้อฟื้นใหม่ แสดงให้เห็นถึงความไม่มีหลักการของคนที่คิดเรื่องนี้ ส่วนประเด็นเรื่อง ส.ส.เขต 400 คน ก็ตกผลึกเช่นกันว่าการเอาระบบสัดส่วนผสมมา เพราะไม่ต้องการให้คะแนนตกน้ำ ทำให้ทุกคะแนนมีความหมาย ข้อเสนอเรื่อง 400 คน 400 เขตเป็นระบบเก่า รัฐธรรมนูญผ่านการประชามติมาแล้ว อย่าทำให้เป็นปัญหาอีกเลย ขอตั้งข้อสังเกตว่า สนช. จะรับลูกเรื่องนี้หรือไม่

ย้ำทฤษฎีสมคบคิดปูทางต่อท่อ

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่นายสมศักดิ์ระบุว่า สามารถแก้รัฐธรรมนูญโดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 นั้น รัฐธรรมนูญใหญ่กว่าอำนาจมาตรา 44 เพราะผ่านการทำประชามติ มาตรา 44 เป็นอำนาจของบุคคลคนเดียว อย่าทำเรื่องนี้ให้เป็นปัญหา หากจะแก้รัฐธรรมนูญต้องไปทำประชามติ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องใช้รัฐธรรมนูญเลยดีหรือไม่ ใช้มาตรา 44 อย่างเดียว ขอให้ผู้มีอำนาจอยู่บนหลักการ อย่าโลเลกลับไปกลับมา จะไร้ความเชื่อถือจากประชาชน ส่วนตัวเชื่อว่าความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นขณะนี้ ทั้งการเสนอแก้ พ.ร.บ.พรรคการเมือง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นทฤษฎีสมคบคิดเพื่อเลื่อนการเลือกตั้ง หรือไม่ให้มีการเลือกตั้ง โดยคิดเป็นขั้นเป็นตอนแล้ว รับลูกแบบแบ่งหน้าที่กันทำ เป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจมีอิทธิพลในบ้านเมืองคิด นายวิษณุ เครืองาม ก็ระบุว่าจะนำเรื่องแก้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองเข้าที่ประชุม คสช. สะท้อนว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่คิดกันมาแล้วว่าใครทำหน้าที่อะไร แบ่งหน้าที่กันทำ

จับไต๋เกม คสช.เลื่อน–ล้มเลือกตั้ง

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า จากข้อเท็จจริงทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง ปัจจัยที่ทำให้คิดเช่นนั้นเพราะกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ที่ สนช.รับหลักการวาระที่ 1 ไปแล้ว เป็นกฎหมาย 1 ใน 4 ฉบับ ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง เช่นเดียวกับกฎหมายพรรคการเมือง เพราะเป็นกฎหมายชุดที่ต้องเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันจะขัดแย้งกันไม่ได้ หากมีการแก้กฎหมายพรรคการเมืองขณะที่กำลังพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. อาจนำไปสู่การคว่ำกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. คิดว่าออกสูตรนั้นแน่นอน และเชื่อว่าผู้มีอำนาจจะเดินไปถึงจุดนั้น เพราะข้อเท็จจริงที่ออกมา ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากเลื่อนเลือกตั้ง หรือไม่มีเลือกตั้ง “ผมไม่เรียกร้องให้ปลดล็อกหรือให้เลือกตั้ง แต่ขออวยพรให้คุณประยุทธ์ คุณประวิตร อยู่ไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร อยู่จนถือไม้เท้ากลับบ้าน เพื่อให้สังคมได้เรียนรู้ และผู้มีอำนาจจะได้มีบทเรียนว่าท่านกำลังอยู่ตรงไหน และความพอดีอยู่ตรงไหน”

กระทุ้งแม่น้ำ 4 สายรับผิดชอบ

นายชาญชัย อิสระเสนรักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญบังคับใช้ยังไม่ถึงปี และยังใช้ไม่ครบทุกมาตรา แต่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กลับเสนอให้แก้ไขประเด็นการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง รวมถึงข้อเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.พรรคการเมือง ถ้าผู้มีอำนาจรับจะดำเนินการแก้ไขจริง ก็หมายถึง คสช. รัฐบาล กรธ. และ สนช. ควรต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกันในความบกพร่องที่เกิดขึ้น ขอให้พิจารณาบทบาทและการทำหน้าที่ตัวเอง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ รัฐบาลและ คสช.ประกาศเองว่าเป็นฉบับปฏิรูปประเทศและปราบโกง แต่ยังไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ถามว่าพวกท่านกลั่นกรองกฎหมายเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร ข้อเสนอทั้งหลายล้วนมาจากผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะฝ่ายเท่านั้น ถามว่าวันนี้ปัญหาความทุกข์ยากจากเศรษฐกิจปากท้อง ค่าครองชีพประชาชนถูกมองข้าม ซ้ำยังปล่อยให้ทุจริตคอร์รัปชัน ในยุคคุยโอ่ว่าปฏิรูปประเทศ แต่การโกงไม่ได้ลดน้อยไปกว่ายุครัฐบาลเลือกตั้ง กระบวนการตรวจสอบถูกละเลย ขัดหลักธรรมาภิบาลเสียเอง

“พงศ์เทพ” ซัด สนช.ประหลาด

ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ทราบเจตนาของผู้ที่เสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรค การเมืองมีวาระซ่อนเร้นอะไร แต่ดูแล้วคงไม่ได้ต้องการให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมตามที่กฎหมายกำหนดเงื่อนเวลาไว้แน่นอน กฎหมายเพิ่งประกาศใช้มาได้แค่ 2 เดือน จึงเป็นเรื่องน่าประหลาดมาก หาก สนช.ซึ่งเป็นผู้พิจารณากฎหมายฉบับนี้กลับออกมารับลูก เท่ากับว่าที่ผ่านมา สนช.พิจารณากฎหมาย ฉบับนี้ไม่รอบคอบหรือ

พูดอย่างทำอีกอย่างตลอด

นายพงศ์เทพกล่าวว่า คนเหล่านี้พูดอะไรออกมาขัดแย้งกันไปหมด ที่บอกว่าอยากให้พรรค การเมืองเข้มแข็ง ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ก็ควรสนับสนุนให้พรรคการเมืองมีสมาชิกเยอะๆ แต่กลับจะมารีเซ็ตสมาชิกที่มีอยู่แล้ว ให้ทุกพรรคต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่โดยอ้างเรื่องความเท่าเทียมนั้น ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำ ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่า ต้องรอให้กฎหมายลูกเสร็จทุกฉบับถึงจะมีการเลือกตั้ง ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมีเพียง 4 ฉบับ ขณะนี้เหลืออีก 2 ฉบับ คือกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ สนช. กำลังพิจารณา ดังนั้นแม้กฎหมายลูกฉบับอื่นยังพิจารณาไม่เสร็จ ก็ไม่เกี่ยวกัน การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นตามโรดแม็ป

เย้ยสู้ไม่ได้ต้องใช้สูตรคร่ำครึ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ท่าทีนายไพบูลย์ นิติตะวัน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ที่เสนอแก้ไข พ.ร.บ.พรรคการเมือง ประกอบกับที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือใช้อำนาจมาตรา 44 ให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง ดูเหมือนเป็นความพยายามที่สอดคล้องกัน เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯอีกสมัย แต่ต่างรู้ดีว่าพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีทางได้ ส.ส.มากกว่าพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ที่เป็นนักการเมืองมานานรู้ดี จึงเสนอให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค ซึ่งเป็นการก้าวถอยหลัง เพราะประเทศไทยเคยใช้ระบบนี้มาก่อนจนมีภาพโสเภณีเต็มสภา ขายตัวรวมกลุ่มกันแลกตำแหน่งรัฐมนตรี จนต้องมีพรรคการเมืองมาควบคุม สังคมจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นหรือ และวันนี้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ ก็เหมือนหาเสียงไปในตัว ถือว่าได้เปรียบพรรคการเมืองอยู่แล้ว หากจะปรับกติกาให้เข้าทางตัวเองอีก ถ้าได้เป็นนายกฯอีกครั้งจะกล้าพูดเต็มปากว่าเข้ามาอย่างสง่างามหรือไม่

“สมชัย” ย้อนภาพซื้อ ส.ส.ในส้วม

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีนักการเมืองใหญ่คนหนึ่งเสนอให้กลับไปเลือก ส.ส.โดยไม่ต้องสังกัดพรรค เพื่อความปรองดอง ไม่แบ่งแยกแบ่งฝ่าย และเริ่มมีการเออออห่อหมก จนอาจกลายเป็นกระแสให้ทบทวนกฎหมาย ฟังข่าวนี้ด้วยความปวดใจยิ่ง เพราะเป็นเรื่องการแก้ไขการออกแบบโครงสร้างทางการเมืองที่เป็นสาระสำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญ การแก้ไขหลักการดังกล่าว ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายมาตรา และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.พรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญเช่นนี้สมควรขอความคิดเห็นจากประชาชนทั้งประเทศด้วยการทำประชามติอีกครั้งหรือไม่ เพราะมันย้อนยุคไป 30-40 ปี ที่การจัดตั้งรัฐบาล การลงคะแนนในมติสำคัญ จะเห็นการใช้เงินจำนวนมากกว้านซื้อ ส.ส. การแจกเงินในห้องน้ำสภาฯก่อนโหวตจะกลับมาอีกหรือไม่

ให้ดี กรธ.ควรโชว์สปิริตลาออก

นายสมชัยระบุอีกว่า การออกแบบรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก เดินหน้ามาไกลเหมือนจะไปเชียงใหม่ ตอนนี้ถึงลำปางแล้ว แต่ข้อเสนอนี้เหมือนให้กลับไปกรุงเทพฯ มาคิดใหม่ว่า จะไปทิศไหนดี หากแก้ไขตามข้อเสนอ ตนขอเสนอว่า กรธ.ควรแสดงสปิริตด้วยการลาออกยกคณะ เพราะแสดงว่าการร่างกฎหมายทั้งหมดที่ผ่านมา ไม่สามารถดีเทียบเท่าความคิดของนักการเมืองใหญ่คนนี้เพียงคนเดียว และเสนอออกมาในช่วงแวบเดียวเท่านั้น

แนะศาลฎีกาถ้าผิดแก้ไขยังไม่สาย

นายสมชัยยังระบุอีกว่า จริงหรือว่าเป็นศาลต้องทำอะไรไม่ผิด จริงหรือที่สามารถออกระเบียบที่อยู่เหนือกฎหมายได้ และจริงหรือที่การพิจารณาของศาลถือเป็นที่สุด องค์กรอื่นไม่สามารถโต้แย้ง หากเป็นประเด็นบริหาร หรือสิ่งที่ศาลถูกกำหนดให้ทำตามกฎหมายอื่น ต้องยึดถือสิ่งที่เป็นข้อกำหนดในกฎหมายดังกล่าว จะยึดถือวิธีการปฏิบัติที่เป็นมาในอดีต หรือมากำหนดข้อบังคับเองที่ขัดกับกฎหมาย น่าจะไม่ได้ เมื่อกฎหมายใหม่กำหนดให้วิธีการลงคะแนนเลือก กกต. 2 คนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เป็นไปโดยเปิดเผย การหาข้อยุติคงไม่ใช่ไปย้อนถามว่า ศาลคิดว่าเปิดเผยแล้วหรือไม่ แล้วจบกัน แต่ควรมีหลักการเทียบเคียงระหว่างวิธีการลงคะแนนที่ศาลปฏิบัติ กับสิ่งที่เป็นมาตรฐาน หรือคำจำกัดความของคำว่าลงคะแนนโดยเปิดเผย เช่น กรณีการกาบัตรเลือกตั้งของประชาชน หรือการลงคะแนนในที่ประชุมสภา หากผิดก็ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง อย่าอธิบายให้กลายเป็นเรื่องที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เลย ยังอยู่กันอีกนาน

ศาลฎีกายังไม่ได้รับหนังสือ สนช.

ขณะที่นายเดชา คำสิทธิ เลขานุการศาลฎีกา กล่าวถึงกรณีที่ประชุม สนช. มีความเห็นให้ประธานสนช. ทำหนังสือสอบถามที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาถึงวิธีการสรรหาผู้ได้รับคัดเลือกเป็น กกต. ในส่วนของศาลฎีกาทั้ง 2 คน ว่าเป็นการคัดเลือกแบบเปิดเผยหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือสอบถามดังกล่าวจาก สนช.มายังศาลฎีกา หาก สนช.มีหนังสือมาสอบถามในประเด็นดังกล่าว ศาลฎีกาจะมีหนังสือตอบกลับตามขั้นตอน

มท.ยืนกรานลด อปท.ที่ละคน

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า กระทรวงมหาดไทยพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับแล้ว ส่งความเห็นกลับไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องคุณสมบัติของบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกลับรัฐธรรมนูญ และการลดจำนวน อปท.จากเดิมที่จะต้องมีแห่งละ 2 คน เหลือ 1 คน ซึ่งตรงนี้จะสามารถลดงบประมาณได้กว่า 4,700 ล้านบาทต่อปี จากนั้นกฤษฎีกาจะนำเข้าสภาเพื่อพิจารณาต่อไป

นำถก ก.บ.ภ.จัดโครงสร้างภาค

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาคและพื้นที่ (ก.บ.ภ.) โดยมีรองนายกฯ และรัฐมนตรี และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมการชุดนี้จัดตั้งขึ้นใหม่ ให้ความสำคัญการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค แม้หลายพื้นที่มีความแตกต่างกัน แต่ต้องปรับการทำงานให้สอดรับกัน ดึงศักยภาพออกมาขับเคลื่อน การจัดทำโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ต้องสอดคล้องกันเพื่อทำพื้นที่เข้มแข็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันเพจเฟซบุ๊ก

“Gen.Prayut Chan-o-cha ทีมงาน” เพจทางการของทีมงาน พล.อ.ประยุทธ์ ได้โพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ขณะกำลังสั่งการในที่ประชุม ก.บ.ภ. พร้อมข้อความว่าอธิบายว่า “ดุเดือด 15 ธ.ค.60 นายกฯประชุม ก.บ.ภ. ซึ่งตั้งขึ้นในรัฐบาลนี้ เพื่อดูแผนฯและงบประมาณมิติของพื้นที่ Area based จากทุกระดับ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ จังหวัด-กลุ่มจังหวัด-ภาค เน้นงบประมาณลงสู่พื้นที่ให้มากขึ้น พร้อมจัดทีมแก้ปัญหาความยากจน ตัวถึงตัว ใจถึงใจ เอาปัญหามาแก้ไขให้ได้”

ได้ฤกษ์เปิดสร้างรถไฟเร็วสูงที่ 1

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันที่ 21 ธ.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะเป็นประธานพิธีเริ่มการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และผู้แทนสาธารณรัฐประชาชนจีนร่วมพิธี

จี้ทบทวนซื้อรถเมล์เอ็นจีวี

อีกเรื่องที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นายกรณ์ รูโปบล ประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อเฝ้าระวังการคอร์รัปชันในภาครัฐ ยื่นหนังสือถึงนายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานบอร์ด ขสมก. ขอให้ทบทวนโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี พร้อมซ่อมบำรุง จำนวน 489 คัน นายกรณ์กล่าวว่า ทางกลุ่มพบความผิดปกติวิธีการเปิดประมูลหลายประการ การประมูลครั้งแรกมีผู้ชนะในราคา 3,800 ล้านบาท แต่มีร้องเรียนจนต้องจัดประมูลใหม่ ได้ผู้ชนะคือ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด มูลค่า 3,389 ล้านบาท แต่มีข้อติดขัดจนต้องยกเลิกสัญญา ล่าสุด ขสมก. ใช้วิธีการคัดเลือกให้บริษัทเอกชนบางแห่งเสนอราคาเข้ามา บริษัทที่ชนะครั้งนี้เสนอราคาสูงถึง 4,020 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่ารอบก่อนๆหลายร้อยล้านบาท ขณะที่รัฐวิสาหกิจของประเทศจีน เสนอขายรถในราคาที่ดีกว่า เหตุใด ขสมก.ไม่พิจารณา จึงอยากให้บอร์ด ขสมก.ทบทวน

“ศรีสุวรรณ” ตามไล่บี้ “บิ๊กป้อม”

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือเพิ่มเติมถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีถูกตั้งข้อสงสัยไม่ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินในส่วนนาฬิกาหรูและแหวนเพชร และกรณีร่ำรวยผิดปกติ นายศรีสุวรรณกล่าวว่า มายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.เพราะล่าสุดมีการพบเพิ่มเติมว่า พล.อ.ประวิตรใส่นาฬิกายี่ห้อ ริชาร์ด มิลล์ รุ่น RM30 เป็นคนละเรือนกับที่ใส่เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. มีมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท โดยไม่ปรากฏในบัญชีรายการทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. นอกจากนี้ยังพบนาฬิกายี่ห้อปาเต็กซ์ ฟิลลิปส์ โรเล็กซ์ และแหวนเพชรอีกหลายวง มูลค่าหลายล้านบาท เชื่อว่าหลักฐานเหล่านี้จะเป็นข้อมูลสำคัญให้ ป.ป.ช.ชี้มูลได้ว่า พล.อ.ประวิตรจงใจปกปิดทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. หรืออาจเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติหรือไม่

ป.ป.ช.ท่องบทไม่ได้นิ่งนอนใจ

นายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่ โดยทำหนังสือถึง พล.อ.ประวิตรแล้ว แต่ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับ คงต้องรอการชี้แจงจาก พล.อ.ประวิตร ป.ป.ช.ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะเรื่องที่สังคมสนใจ นโยบาย ป.ป.ช.คือถ้าเรื่องใดกระทบต่อประชาชนต้องเร่งหาข้อเท็จจริงโดยเร็ว เมื่อถามว่าประธาน ป.ป.ช.เคยเป็นคนสนิทของ พล.อ.ประวิตร เรื่องนี้จะเงียบไปหรือไม่ นายสุทธิตอบว่า มั่นใจในการทำงานตรงไปตรงมาของ ป.ป.ช.

“วัฒนา” ป้อง “โอ๊ค” ตัวประกัน

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “โอ๊ค...ตัวประกันทางการเมือง” การดำเนินคดีฟอกเงินกับนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีจุดประสงค์ทางการเมือง พฤติกรรมในการดำเนินคดีคือเครื่องยืนยันว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะนายพานทองแท้ไม่เคยได้รับความเป็นธรรมตั้งแต่แรก เริ่มจากการสอบสวนซ้ำ เพราะเรื่องนี้ คตส.ไต่สวนและเห็นว่าไม่เป็นความผิดฐานฟอกเงินไปแล้ว แต่ดีเอสไอยังสอบสวนใหม่ รวมถึงตั้งข้อกล่าวหาเฉพาะนายพานทองแท้ และคนใกล้ชิด ทั้งที่มีบุคคลได้รับเงินลักษณะเดียวกันเกือบ 150 คน ล่าสุดมีข่าวว่านายพานทองแท้ ขอขยายเวลายื่นคำให้การแต่ก็ผิดคาดเพราะนายพานทองแท้ยื่นคำให้การก่อนกำหนด เป็นหน้าที่ของดีเอสไอต้องรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ข้อกล่าวหา ถ้าคิดจะรวบรัดเอาง่ายเข้าว่า ระวังจะตกเป็นจำเลยเสียเอง

ดีเอสไอยันให้ความเป็นธรรม

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า กรณีทีมทนายความนายพานทองแท้ ชินวัตร และพวกรวม 4 คน ยื่นเอกสารขอขยายเวลาส่งพยานหลักฐานเพิ่มออกไปอีก 60 วัน ในคดีอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย โดยอ้างว่าคดีเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว ต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานย้อนหลัง ขณะนี้ได้รับเรื่องไว้แล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องของนายพานทองแท้ โดยเตรียมนำคำร้องมาพิจารณาในที่ประชุมร่วมกับพนักงานสำนักงานอัยการสูงสุด และพนักงานสอบสวน ทั้งนี้การยื่นเรื่องดังกล่าวนายพานทองแท้และพวก สามารถทำได้ ดีเอสไอจะให้ความเป็นธรรมตามขั้นตอนของกฎหมาย

อัยการนัดสั่งคดี กปปส. 24 ม.ค.61

ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เรียกผู้ต้องหาคดีร่วมกันเป็นกบฏในการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกรวม 51 คน เป็นผู้ต้องหา มาเพื่อรายงานตัวและฟังคำสั่งคดี โดยมีเพียงทนายความผู้รับมอบอำนาจเดินทางมารายงานตัวเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะทำงานอัยการเจ้าของสำนวน แจ้งแก่ทนายความให้นัดมาฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 24 ม.ค.2561 โดยวันดังกล่าวอัยการมีคำสั่งว่าตัวผู้ต้องหาทุกคนต้องเดินทางมาด้วยตนเอง เพราะอัยการจะมีคำสั่งเลยว่าจะฟ้องผู้ต้องหารายใดและข้อหาใดบ้าง ผู้ต้องหาต้องเตรียมหลักทรัพย์มาให้พร้อม ถ้ามีคำสั่งฟ้องทางอัยการจะนำตัวผู้ต้องหาที่มีความเห็นสั่งฟ้องไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ตามที่อัยการได้มีคำสั่ง

“บิ๊กตู่” ขอ ปชช.ให้มั่นใจใน รบ.

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า กรณีธนาคารโลกจัดทำรายงานแนวโน้มการเติบโตแบบมีส่วนร่วมของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประเทศไทยมีพัฒนาการก้าวหน้ามาก ประชากรเริ่มหลุดพ้นจากความยากจน มีสัดส่วนก้าวสู่รายได้ระดับปานกลางเพิ่มขึ้น และมีข้อเสนอลดระดับความยากจน สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลทำอยู่ อยากให้ประชาชนมั่นใจสิ่งที่กำลังเดินหน้า แม้เป็นก้าวย่างที่ช้าแต่มั่นคง อยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง ต้องอาศัยความเพียรและความอดทน วันนี้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจยังไปได้ไม่ทั่วถึงนัก ขณะนี้เราได้จัดทำโมเดลลดความยากจนภายใน 2 ปี ระยะแรกใช้โมเดลของ “กาฬสินธุ์ แฮปปี้เนส 2019” เป็นแนวทางที่จะทำทั้งประเทศ

คนนอกยอมรับไม่เท่าคนในเปิดใจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่แค่เรื่องการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ประชาคมโลกยังให้การยอมรับประเทศไทย ล่าสุดคณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป ได้เห็นชอบปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับประเทศไทย โดยตระหนักถึงบทบาท ความสำคัญของไทยในฐานะประเทศผู้ประสานระหว่างกลุ่มประเทศอียูกับอาเซียน ส่งผลให้การติดต่อทางการเมืองในทุกระดับระหว่างเรากับอียู จะกลับเข้าสู่ระดับปกติ การได้รับการยอมรับจากภายนอก แต่คงไม่เท่ากับที่ประชาชนเปิดใจ รับรู้ รับฟัง รับทราบ ในสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ อยากให้มองเห็นในสิ่งที่ดีๆ แล้วช่วยกันติเพื่อก่อ ชี้ปัญหาและช่องโหว่ ให้เดินหน้าต่อไปด้วยความราบรื่น เราอย่ามาทำลายความเชื่อมั่นเหล่านี้ด้วยพวกเรากันเองเลย ปี 61 เป็นปีพิเศษ มีการขยายตลาดแห่งโอกาสไปสู่อาเซียนบวก 3 บวก 6 และบวก 9 มีไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน จึงเป็นปีแห่งการเปิดกว้างสำหรับคนไทย และ ประเทศไทย ที่จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง โอกาสจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความพร้อมเท่านั้น และไม่รู้เมื่อไหร่เราจะได้รับโอกาสที่ดีลักษณะนี้อีก ขอให้ทุกคนร่วมมือและช่วยกัน ถ้ามัวแต่ขัดแย้ง แบ่งแยก มีปัญหาภายใน ไม่มีเสถียรภาพ จะทำให้ประเทศไทยไม่ต่างจากคนป่วย และไทยจะไม่มีความพร้อมในการแข่งขันกับใครในโลกได้

ส่อหัก กรธ.ให้ ป.ป.ช.อยู่ต่อไป

อีกเรื่อง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กล่าวว่า เดิมจะประชุมวันที่ 15 ธ.ค.เป็นนัดสุดท้ายเพื่อหาข้อสรุปร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถหาข้อสรุปได้หลายเรื่อง รวมถึงเรื่องการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน จะให้ดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ จึงจะนัดประชุมอีกครั้งวันที่ 18 ธ.ค.เพื่อหาข้อสรุปให้เสร็จ ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม สนช. เพื่อพิจารณาวาระ 2-3 ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นเรื่องสถานะการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ทางกรรมาธิการฯเสียงข้างมากส่วนใหญ่เป็นข้าราชการตำรวจ ทหาร เสนอให้แก้ไขหลักการเดิมที่ กรธ.เสนอให้รีเซ็ตกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีคุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญ ให้ต้องพ้นจากตำแหน่งไป เป็นให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ แต่ยังมีกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วย จึงต้องเสนอให้มีการโหวตตัดสินอีกครั้งในวันที่ 18 ธ.ค. โดยมีแนวโน้มว่าจะเป็นไปตามความเห็นของเสียงข้างมาก

แรงต้านกระหึ่มข้อเสนอ “สมศักดิ์” ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค “บิ๊กตู่” บอกฟังไว้แต่ไม่เอาทั้งหมด “วิษณุ” ดับฝันไม่มีทางเกิดขึ้น พูดช้าไปเป็นปีไร้ประโยชน์ ใช้ ม.44 แก้ รธน.ไม่ได้ 16 ธ.ค. 2560 05:39 16 ธ.ค. 2560 06:34 ไทยรัฐ