วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ยึดโมเดล 'กาฬสินธุ์ แฮปปี้เนส 2019' ลั่น 2 ปีลดความยากจน

นายกฯ ชี้ความขัดแย้ง แบ่งแยก ทำประเทศไม่ต่างจากคนป่วย ขอทุกคนอย่ารีรอ อดทนร่วมฟื้นฟูทำคนป่วยเป็นนักกีฬา ชู "กาฬสินธุ์ แฮปปี้เนส 2019" เป็นโมเดล ลดความยากจนภายใน 2 ปี ทั้งประเทศ

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ตอนหนึ่งว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนด้วยตนเอง เนื่องจากต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น จ.กาฬสินธุ์ นั้น นับว่าเป็นจังหวัดที่มีรายได้อยู่ในระดับต่ำ ซึ่ง ครม.ได้รับข้อเสนอและเห็นชอบสนับสนุนโครงการพัฒนาต่างๆ ตามความเร่งด่วน อาทิ ขยายเส้นทางหลวง พัฒนาลุ่มน้ำพะยัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บและอุโมงค์ผันน้ำเดิม อนุมัติให้จัดหาเครื่องสาวไหม 5 เครื่อง และขยายศูนย์การเรียนรู้เพิ่มเติม รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์จัดทำเส้นทางสายไหมในประเทศ เพื่อจะเชื่อมโยงในทุกพื้นที่อีกด้วย จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นแล้ว ตนและคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีความประทับใจอย่างมาก ที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตพื้นบ้านพี่น้องชาวภูไท โดยเฉพาะการอนุรักษ์เครื่องแต่งกายด้วยผ้าไหมแพรวาที่งดงาม

นายกฯ กล่าวต่อว่า ธนาคารโลกระบุประเทศไทยมีพัฒนาการก้าวหน้าไปมาก มีประชากรที่เริ่มหลุดพ้นจากความยากจน และมีสัดส่วนของประชากรที่ก้าวสู่รายได้ระดับปานกลางในสัดส่วนที่สูงขึ้น ที่ไม่มีผู้อยู่ในความยากจนขั้นรุนแรง ตามเกณฑ์ของธนาคารโลก ซึ่งเราก็ต้องดูในข้อเท็จจริงว่าเราจะทำให้ดีขึ้นได้อีกอย่างไร ไม่ใช่ว่าเพียงพออยู่นี้ไม่ได้ ขณะที่ข้อเสนอของธนาคารโลกสอดรับนโยบายรัฐบาลที่บรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 อาทิ การให้โอกาสทางเศรษฐกิจกับประชาชนผ่านการสร้างงานที่ให้รายได้สูงขึ้น และการเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ผ่านระบบดูแลด้านสังคม สาธารณสุข ประกันสังคม การส่งเสริมการออม และกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง ผ่านการใช้เครื่องมือ เช่น ภาษี หรือเครื่องมือทางการเงิน เป็นต้น

"จากการรายงานของธนาคารโลก ถือว่าเป็นข้อมูลจากสายตาคนภายนอก ที่เขามองเราในมุมมองว่าดีขึ้น ผมอยากให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าสิ่งที่เรากำลังเดินหน้า แม้จะเป็น "ก้าวย่างที่ช้า แต่มั่นคง" และอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว ซึ่งต้องอาศัยความเพียรและความอดทน รัฐบาลไม่ได้จะพอใจเพียงเท่านี้ เนื่องจากยังมีปัญหาที่รอการแก้ไขอีกมาก โครงสร้างเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ในขณะที่หลายสิบปีที่ผ่านมา เราไม่ค่อยจะมีการลงทุนเพื่ออนาคต อันที่จะช่วยเสริมสร้างความ สามารถในการผลิตของประเทศมากนัก โดยเฉพาะในภาคเกษตร ส่งผลให้ทุกวันนี้การกระจายรายได้ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจยังไปได้ไม่ทั่วถึงนัก ขณะนี้เราได้จัดทำโมเดลในการ "ลดความยากจน" ภายใน 2 ปี โดยใช้โมเดลของ "กาฬสินธุ์ แฮปปี้เนส 2019" เป็นแนวทางที่จะทำต่อไปทั้งประเทศ เริ่มไปพร้อมๆ กัน" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า โดยเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงในเรื่องของพัฒนาการทางเศรษฐกิจเท่านั้น ที่ประชาคมโลกให้การยอมรับประเทศไทยของเรา ยังมีข่าวดีในเรื่องความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ที่ล่าสุดคณะรัฐมนตรีต่างประเทศ สหภาพยุโรป (อียู) ได้เห็นชอบที่จะปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับประเทศไทย ด้วยตระหนักถึงบทบาท-ความสำคัญของไทย ในฐานะประเทศผู้ประสานการเจรจาและสนับสนุนการขยายความร่วมมือ ระหว่างกลุ่มประเทศอียู-อาเซียน ส่งผลการติดต่อทางการเมืองในทุกระดับ ระหว่างเรากับอียู จะกลับเข้าสู่ระดับปกติ ทั้งนี้ก็ยังได้มีการกล่าวถึงความเป็นไปได้ว่า เราอาจจะกลับมาเจรจา "ข้อตกลงเขตการค้าเสรี ระหว่างยุโรป-ไทย" อันจะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการขยายกลุ่มประเทศคู่ค้าออกไป และสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศของไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นอีกด้วย

นายกฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การที่ต่างประเทศได้ตระหนักถึงความตั้งใจนี้ คงไม่เท่ากับการที่พี่น้องประชาชน เปิดใจรับรู้ รับฟัง รับทราบในสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ก็อยากให้มองเห็นในสิ่งที่ดีๆ แล้วก็ช่วยกันเสนอแนะ ต่อยอด ชี้ปัญหาและช่องโหว่ ที่รัฐบาลจะช่วยดำเนินการได้ เพื่อจะให้การเดินหน้าต่อไปด้วยความราบรื่น อาศัยความร่วมมือกัน ช่วยกันเสนอแนะ ช่วยกันติเพื่อก่อแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์ คราวนี้เราสามารถทำกรอบใหญ่ได้มากพอสมควร โดยได้รับการยอมรับจากภายนอก เราอย่ามาทำลายความเชื่อมั่นเหล่านี้ด้วยพวกเรากันเองเลย เราจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งภายในไปพร้อมๆ กันด้วย ตนอยากจะบอกว่าโอกาสจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีความพร้อมเท่านั้นเมื่อประตูแห่งโอกาสปิดลงแล้ว หากเราไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ที่เราจะได้รับโอกาสที่ดีลักษณะนี้อีก ก็ขอให้ทุกคนได้ช่วยกัน ร่วมมือกัน ที่ผ่านมาถ้าหากว่าเราไม่มีความพร้อมในการสร้างความเข้มแข็งให้กับคนไทยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ แล้วก็มัวแต่ขัดแย้งกัน และมีปัญหาภายในกันเองไม่ให้ความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ในเรืองของการขัดแย้ง การแบ่งแยก การไม่มีเสถียรภาพ ก็ทำให้ประเทศของเรานั้น ไม่ต่างอะไรจาก "คนป่วย" แล้วเราจะมีความพร้อมไปแข่งขันกับใครเขาได้ในโลกใบนี้อีกต่อไป

"เมื่อไรก็ตามที่เราไม่มีความมั่นคง ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ก็ไม่อาจสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาได้ วันนี้เราต้องฟื้นฟู "คนป่วย" ให้เป็น "นักกีฬา" ด้วยการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ตั้งแต่ภาคการผลิต ทั้งเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ให้สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และเงินทุน สิ่งเหล่านี้เราไม่อาจรีรอได้ สำคัญกว่าอย่างอื่น เพราะทุกประเทศต่างก็พัฒนาตนเองอยู่เสมอและต่อเนื่อง เราต้องขจัดอุปสรรคภายในให้หมดสิ้น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ปรับปรุงกฎหมายที่ยังไม่ทันสมัย ไม่เป็นสากล และที่สำคัญที่สุดก็คือการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในทุกระบบเป็นต้น" นายกฯ กล่าว.

นายกฯ ชี้ความขัดแย้ง แบ่งแยก ทำประเทศไม่ต่างจากคนป่วย ขอทุกคนอย่ารีรอ อดทนร่วมฟื้นฟูทำคนป่วยเป็นนักกีฬา ชู "กาฬสินธุ์ แฮปปี้เนส 2019" เป็นโมเดล ลดความยากจนภายใน 2 ปี ทั้งประเทศ 15 ธ.ค. 2560 16:44 15 ธ.ค. 2560 20:51 ไทยรัฐ