วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นิพิฏฐ์' รู้ทันข้อเสนอ 'สมศักดิ์' ตอกย้ำทฤษฎีสมคบคิด เลื่อนเลือกตั้ง

"นิพิฏฐ์" จวกข้อเสนอ "สมศักดิ์" สะท้อนไร้หลักการ ตอกย้ำทฤษฎีสมคบคิดปูทาง "เลื่อนเลือกตั้ง-ไม่มีเลือกตั้ง" ถอดสมการ รู้ทันเกมคว่ำกฎหมายหมวดเลือกตั้ง คสช.อยู่ยาว

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 60 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มวังน้ำยม ที่ขอให้แก้รัฐธรรมนูญให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง และมีแต่ ส.ส.เขต 400 คน ว่า ในขณะที่มีการร่างรัฐธรรมนูญมีการถกเถียงจนตกผลึกแล้วว่า ระบอบประชาธิปไตยจะเดินไปได้ ส.ส.ต้องสังกัดพรรค และในอดีตก็เห็นความล้มเหลวของระบบรัฐสภา ที่ ส.ส.ไม่สังกัดพรรคมาแล้ว รัฐบาลอยู่ยาก การกำหนดนโยบายแต่ละเรื่องทำไม่ได้เลย เมื่อสิ่งนี้ตกผลึกไปแล้ว แต่กลับมารื้อฟื้นใหม่แสดงให้เห็นถึงความไม่มีหลักการของคนที่คิดเรื่องนี้ ส่วนประเด็นเรื่อง ส.ส.เขต 400 คน ก็ตกผลึกแล้วเช่นกันว่า การที่เอาระบบสัดส่วนผสมมาเพราะไม่ต้องการให้คะแนนตกน้ำ ทำให้ทุกคะแนนมีความหมาย ข้อเสนอเรื่อง 400 คน 400 เขต เป็นระบบเก่า ซึ่งรัฐธรรมนูญผ่านการประชามติมาแล้ว อย่าทำให้เป็นปัญหาอีกเลย พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการเสนอเรื่องนี้แล้ว สนช.รับลูก ถ้าสมมติว่าตนไปเสนอบ้างว่ารัฐธรรมนูญมาจากประชามติขอให้คงไว้ ไม่ขอให้แก้ไข สนช.จะรับลูกหรือไม่

ส่วนที่ นายสมศักดิ์ ระบุว่า สามารถแก้รัฐธรรมนูญโดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 นั้น นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญใหญ่กว่าอำนาจตามมาตรา 44 เพราะผ่านการทำประชามติ ในขณะที่มาตรา 44 เป็นอำนาจของบุคคลคนเดียว อย่าทำเรื่องนี้ให้เป็นปัญหา และหากจะแก้รัฐธรรมนูญก็ต้องไปทำประชามติ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องใช้รัฐธรรมนูญเลยจะดีหรือไม่ ใช้มาตรา 44 เพียงอย่างเดียว ขอให้ผู้มีอำนาจอยู่บนหลักการ อย่าโลเล กลับไปกลับมา จะไร้ความเชื่อถือจากประชาชน ผู้ที่บริหารประเทศชาติในตำแหน่งสำคัญอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่น และความไว้วางใจจากประชาชน

ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งเรื่องการเสนอแก้กฎหมายพรรคการเมือง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นทฤษฎีสมคบคิดเพื่อเลื่อนการเลือกตั้ง หรือไม่ให้มีการเลือกตั้ง โดยมีการคิดเป็นขั้นเป็นตอนแล้ว มีการรับลูกแบบแบ่งหน้าที่กันทำ เป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจ มีอิทธิพลในบ้านเมืองคิด ซึ่ง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ออกมาระบุว่าจะนำเรื่องแก้กฎหมายพรรคการเมืองเข้าสู่ที่ประชุม คสช. สะท้อนว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่คิดกันมาแล้วว่า ใครทำหน้าที่อะไร เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ

"โดยส่วนตัวคิดว่า จากข้อเท็จจริงทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้คิดเช่นนั้นก็เพราะกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ที่ สนช.รับหลักการวาระที่ 1 ไปแล้วนั้น เป็นกฎหมาย 1ใน 4 ฉบับ ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง เช่นเดียวกับกฎหมายพรรคการเมือง เพราะเป็นกฎหมายชุดที่ต้องเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันจะขัดแย้งกันไม่ได้ หากมีการแก้กฎหมายพรรคการเมืองในขณะที่กำลังพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ก็จะกระทบกับกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.จนอาจนำไปสู่การคว่ำกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ผมคิดว่าออกสูตรนั้นแน่นอน และเชื่อว่าผู้มีอำนาจจะเดินไปถึงจุดนั้น เพราะข้อเท็จจริงที่ออกมา ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้เลย นอกจากการเลื่อนเลือกตั้ง หรือไม่มีเลือกตั้ง ผมไม่เรียกร้องให้ปลดล็อก หรือให้เลือกตั้ง แต่ขออวยพรให้ คุณประยุทธ์ คุณประวิตร อยู่ไปจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร อยู่จนถือไม้เท้ากลับบ้าน เพื่อให้สังคมได้เรียนรู้ และผู้มีอำนาจก็จะได้มีบทเรียนด้วยว่า ท่านกำลังอยู่ตรงไหน และความพอดีอยู่ตรงไหน" นายนิพิฏฐ์ กล่าว