วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สมชัย' ปวดใจข้อเสนอ 'สมศักดิ์' ย้อนยุค แนะ กรธ.ลาออกยกทีม หากทำตาม

"สมชัย" ปวดใจข้อเสนอ "สมศักดิ์" ให้มี ส.ส.เขตอย่างเดียว ชี้ย้อนยุคการเมืองเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว แนะ กรธ.ลาออก หากต้องแก้กฎหมายตามข้อเสนอนี้ ยกกรณีเทียบเคียงลงคะแนนลับ-เปิดเผย แนะศาลฎีกา ถ้าทำผิดให้แก้ไขดีกว่าปล่อยให้บันทึกในประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.60 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "ความเห็นต่อข้อเสนอ ให้กลับไปเลือก ส.ส.เขตอย่างเดียว มีนักการเมืองใหญ่ท่านหนึ่ง เสนอให้กลับไปเลือก ส.ส.เขต จำนวน 400 คน โดยทุกคนไม่ต้องสังกัดพรรค เพื่อความปรองดอง ไม่แบ่งแยกแบ่งฝ่าย ไม่แบ่งสี และเริ่มมีการเออออห่อหมก จนอาจกลายเป็นกระแสให้ทบทวนกฎหมาย ฟังข่าวดังกล่าวด้วยความปวดใจยิ่ง เพราะเป็นเรื่องการแก้ไขการออกแบบโครงสร้างทางการเมือง ที่เป็นสาระสำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญ ที่ประกาศใช้ไปแล้วเมื่อ 6 เม.ย.60

เนื่องจากรัฐธรรมนูญระบุให้มี ส.ส.เขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน และให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว นำคะแนนของทุกบัตรมาคำนวณ ส.ส.ที่พึงจะมีทั้งหมด โดยเหตุผล คือ ให้ทุกคะแนนที่เลือกมีความหมาย การแก้ไขหลักการดังกล่าว เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายมาตรา และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในส่วนที่เป็นสาระสำคัญอีกอย่างน้อย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ส. โดยแต่ละฉบับมีหลายมาตราที่เกี่ยวข้อง ต้องอย่าลืมว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการลงประชามติจากประชาชนมาแล้ว เมื่อวันที่ 7 ส.ค.59 การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ เป็นสิ่งที่สมควรขอความคิดเห็นจากประชาชนทั้งประเทศ ด้วยการทำประชามติอีกครั้งหรือไม่"

นายสมชัย ระบุต่อว่า "การกลับไปใช้ ส.ส.เขต 400 คน ไม่สังกัดพรรค จะนำไปสู่การเมืองไทยในยุค 30-40 ปี ที่ผ่านมา ที่การจัดตั้งรัฐบาล การลงคะแนนในมติสำคัญของสภาฯ จะเห็นการใช้เงินจำนวนมากกว้านซื้อ ส.ส.เพื่อให้ได้เสียงมาสนับสนุนหรือไม่ การไปแจกเงินในห้องน้ำสภาฯก่อนโหวตจะกลับมาอีกหรือไม่ การไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วหลักการที่ออกแบบมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ต้องการให้คนดีมีความสามารถแต่ไม่ถนัดในการลงพื้นที่หาเสียงแบบ ส.ส.เขต.ไม่มีเงินพอที่จะไปช่วยงานบวช งานแต่ง ไม่มีเงินซื้อหรีดงานศพส่งทุกวัด ทุกคืนในเขตเลือกตั้งของตน ข้าสู่การเมืองหรือไม่ การออกแบบรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก เดินหน้ามาไกล เหมือนจะไปเชียงใหม่ ตอนนี้มาถึงลำปางแล้ว ข้อเสนอของนักการเมืองใหญ่รายนี้ เปรียบเหมือนให้กลับไปกรุงเทพฯ และมาคิดใหม่ว่าจะไปทิศไหนดี หากมีการแก้ไขตามที่เสนอโดยผู้มีอำนาจจริง ผมขอเสนอว่า กรธ.ควรแสดงสปิริตด้วยการลาออกยกคณะ เพราะแสดงถึงว่าการร่างกฎหมายทั้งหมดที่ผ่านมา ไม่สามารถดีเทียบเท่าความคิดของนักการเมืองใหญ่ท่านนี้เพียงคนเดียว และเสนอออกมาในช่วงแวบเดียวเท่านั้น"

นอกจากนี้ นายสมชัย ยังระบุอีกว่า "จริงหรือว่าเป็นศาลต้องทำอะไรไม่ผิด จริงหรือที่สามารถออกระเบียบที่อยู่เหนือกฎหมายได้ และจริงหรือที่การพิจารณาของศาลถือเป็นที่สุด องค์กรอื่นไม่สามารถโต้แย้ง หากเป็นการตัดสินคดีความ ต้องยอมรับว่าศาลฎีกาคือความยุติธรรมในขั้นสุดท้าย ต้องถือเป็นที่ยุติ ไม่อาจโต้แย้ง ไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะศาลตัดสินในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ หากวิจารณ์อาจถูกข้อหาหมิ่นศาลได้ แต่หากเป็นประเด็นบริหาร หรือสิ่งที่ศาลถูกกำหนดให้ทำตามกฎหมายอื่นต้องยึดถือสิ่งที่เป็นข้อกำหนดในกฎหมายดังกล่าว จะยึดถือวิธีการปฏิบัติที่เป็นมาในอดีต หรือมากำหนดข้อบังคับเองที่ขัดกับกฎหมาย น่าจะไม่ได้ เมื่อกฎหมายใหม่กำหนดให้วิธีการลงคะแนนเลือก กกต. 2 คน จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ลงคะแนนโดยเปิดเผย การหาข้อยุติว่า เปิดเผยหรือไม่ คงไม่ใช่ไปย้อนถามว่า ศาลคิดว่าเปิดเผยแล้วหรือไม่แล้วจบกัน แต่ควรมีหลักในการเทียบเคียงระหว่างวิธีการลงคะแนนที่ศาลปฏิบัติ กับสิ่งที่เป็นมาตรฐาน หรือ คำจำกัดความของคำว่าลงคะแนนโดยเปิดเผย เช่น รัฐธรรมนูญระบุให้การเลือกตั้งของประชาชน ต้องลงคะแนนด้วยวิธีการลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยกาในบัตรและนำไปหย่อนในหีบ ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้แก่ใครหรือข้อบังคับการประชุม สนช. กำหนดว่า การลงคะแนนโดยลับหมายถึง การกาในบัตรและนำไปใส่ หากผลของการเทียบเคียง ปรากฏว่ามีความใกล้เคียงไปในทางใด ก็ควรเป็นการสรุปว่าการลงคะแนนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หากผิดก็ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง อย่าอธิบายให้กลายเป็นเรื่องที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เลยครับ ยังอยู่กันอีกนาน

"สมชัย" ปวดใจข้อเสนอ "สมศักดิ์" ให้มี ส.ส.เขตอย่างเดียว ชี้ย้อนยุคการเมืองเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว แนะ กรธ.ลาออก หากต้องแก้กฎหมายตามข้อเสนอนี้ 15 ธ.ค. 2560 12:52 15 ธ.ค. 2560 13:36 ไทยรัฐ