วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แนวไผ่ชะลอคลื่น ฟื้นป่าชายเลนบางแก้ว

ผู้ใหญ่แดง

ป่าชายเลนและการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นเกิดจากปัญหาการกัดเซาะมานานนับ 20 ปี จนชายฝั่งพัง บ้านเรือนที่อยู่ในหมู่ 10 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ต้องรื้อหนีถึง 11 หลัง

ปี 2551 เมื่อวิสูตร นวมศิริ มาเป็นผู้ใหญ่บ้าน เห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ จึงชักชวนชาวบ้านร่วมกันต่อสู้กับธรรมชาติ เสนอให้เอาไม้ไผ่มาปักควบคู่ไปกับการปลูกป่า

ตอนนั้นชาวบ้านคิดแค่อย่างเดียวว่า อะไรก็ได้ ที่ทำให้รู้สึกว่าดีกว่าที่เป็นอยู่

แต่มีชาวบ้านบางคนคิดว่า แนวไม้ไผ่ในทะเลไม่ถาวร สู้เอาหินมาทิ้งไว้จะดีกว่า

ผู้ใหญ่แดงเห็นว่าแก้ได้แต่ไม่ตรงจุด เพราะจะเกิดปัญหาทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนไปยังพื้นที่ข้างเคียงได้รับความเสียหาย ข้อสำคัญการทิ้งหินใช้งบประมาณสูง ทางเลือกตอนนั้นชาวบ้านเห็นตรงกันจะใช้ไม้ไผ่

ผู้ใหญ่แดงของบจาก อบต.บางแก้ว แต่ อบต.บอกไม่มีงบ จังหวะเดียวกับที่ผู้ว่าฯโอภาส เศวตมณี เข้ามาเสวนากับชาวบ้าน ผู้ใหญ่แดงเอาเรื่องเสนอ ผู้ว่าฯบอกมีงบเหลือจ่ายของปี 2551 ให้มา 5 หมื่นบาท

เงินห้าหมื่นบาท เอาไปซื้อไม้ไผ่ทั้งหมด

ปักไม้ไผ่ต้นแรก วันที่ 23 กันยายน 2551 มีชาวบ้านมาร่วมกันปักโดยไม่มีค่าแรง ในลักษณะของแขกแรงช่วยกัน

ผู้ใหญ่แดงเป็นตัวแทนของจังหวัดสมุทรสงคราม เข้าไปเวทีแก้ไขปัญหาเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งที่จังหวัดสมุทรสาคร ไปเจออาจารย์วีระศักดิ์ อุดมโชค อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เห็นว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน เข้ามาพูดคุยและบริจาคเงินจากงบวิจัยให้ 75,000 บาท เอามาซื้อไม้ไผ่เพิ่ม

ยังมีภาคเอกชนและประชาชนเข้ามาช่วย มีทีมฟุตบอลปลาทูคะนอง สมุทรสงคราม ให้เงิน 10,000 บาท มีนักฟุตบอลมาช่วยกันปักไม้ไผ่ เสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มปลูกป่าต้นแรก วันที่ 5 ธันวาฯ 2551

หลังจากนั้นผู้ใหญ่แดงก็ชวนคนใกล้ๆตัวที่มีกำลังและว่างพอ ไปปลูกป่าเป็นประจำ

ผู้ใหญ่แดงยังได้เข้าร่วมเวทีการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง 6 จังหวัด ตั้งแต่ชลบุรีไปยังเพชรบุรี ผลักดันเรื่องเข้าสภา จนได้งบประมาณปีละ 35 ล้านบาทต่อหนึ่งจังหวัด

ปี 2553-2556 ได้งบกลุ่มจังหวัดเป็นงบต่อเนื่อง 4 ปี ปี 2553 ได้งบมาเป็นปีแรก มีนักวิจัยทำวิจัยออกมาเป็นเสาปูน ซึ่งผู้ใหญ่แดงไม่ยอม เพราะขอเป็นไม้ไผ่ เขาบอกว่าโครงการวางไปแล้ว จึงให้ไม้ไผ่มา 500 เมตร

ปี 2554 ผู้ใหญ่แดงเป็นคนคุมปักไม้ไผ่ทั้งหมด 1,800 เมตร ในเขตตำบลบางแก้ว ติดชายฝั่งทะเล 5 หมู่บ้าน ระยะทาง 8 กิโลเมตร แต่ที่ปักไปถึง 14 กิโลเมตร เพราะมีซ้อนชั้นใน และไปปักที่แหลมใหญ่และบางจะเกร็ง

การปักไม้ไผ่หารเฉลี่ยเป็นรายต้น มีค่าเอาลงจากรถแล้วมัดเป็นแพ มัดละ 50 ต้น มีเรือโยงมาแล้วปล่อยทิ้งรอ คนปักจะได้ 8 บาท คนโยงได้ต้นละ 2 บาท ส่วนคนเอาไม้มาใส่แพได้ 3 บาท ทั้งหมด 13 บาท

เวลาปักจะปักตอนน้ำมาก วิธีปักเอาแพผูกไว้ สี่คนทำงานร่วมกัน คนหนึ่งชักไม้จากแพส่งให้ อีกสามคนจะไปปัก คนหนึ่งกดไม้ลงไปที่ดิน อีกสองคนก็ดีดขึ้นไป แล้วข่มไม้ลงไป จะมีเชือกยาวประมาณวา คล้องไปที่เสาแล้วคนขึ้นไปห่ม

“ไม้ที่ปักลงไปแล้วก็ไม่ได้เสมอทุกต้น เหมือนนิ้วมือคนที่ไม่ได้เสมอกัน เป็นเสน่ห์ไปอีกอย่าง”

ผู้ใหญ่แดงบอกว่า ไม้ไผ่ตงมีความคงทนต่อน้ำทะเล อยู่ได้สามปีก็เริ่มหัก จะอยู่สูงสุดก็สี่ปี จนกว่าจะเหลือต้นสุดท้ายก็อีกนาน ตั้งแต่ปี 2554 ยังหักไม่หมด ไม้ไผ่ที่อยู่ในดินจะช่วยชะลอตะกอนดินเพิ่มมากขึ้นเดือนละ 1.9 เซนติเมตร ถัวเฉลี่ยปีละ 20 เซนติเมตร

ที่สำคัญที่สุด เราเคยบอกว่า การปักไม้ไผ่เป็นส่วนหนึ่ง พอปักเสร็จชุมชนจะต้องดำเนินการเรื่องปลูกป่าต่อ ถ้าไม่ปลูกป่าต่อ พอไม้ไผ่หักไปแล้วก็เหมือนว่าไม่ได้อะไรกับงบประมาณที่ทุ่มเท แต่ถ้าไม้ไผ่ที่หักไปกลับมีป่าที่เกิดขึ้นมาก็สามารถชะลอคลื่นลมได้ดี และยังเป็นแหล่งอนุบาล เป็นที่อยู่ของกุ้ง หอย ปู ปลา

ผู้ใหญ่แดงบอกว่า ชาวบ้านตำบลบางแก้วแยกกันทำงานเป็นสามกลุ่ม กลุ่มอนุรักษ์พัฒนาป่าชายเลน ผู้ใหญ่แดงเป็นประธาน มีคณะกรรมการ 20 คน เป็นผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยจาก 10 หมู่บ้าน

สอง กลุ่มกองทุนธนาคารต้นไม้ และสาม กลุ่มแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง

กลุ่มอนุรักษ์พัฒนาป่าชายเลน เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนหรือโรงเรียนธรรมชาติป่าชายเลนให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาและเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนตามเส้นทางเดินธรรมชาติ สร้างสะพานทางเดินคอนกรีตมีความยาวกว่า 900 เมตร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางมาศึกษาดูงานและพักผ่อนหย่อนใจ

งานนี้ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่แดงจะเป็นคนบรรยายให้ความรู้

และยังมีการปลูกป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งทะเลด้านนอก โดยปกติแล้วจะปลูกในช่วงน้ำแห้ง และช่วงเดือนที่เหมาะสมแก่การปลูกป่าคือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงตุลาคม หากใครสนใจจะมาปลูกป่าต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมต้นกล้า

“การปลูกป่าวันนี้ ปีหน้าด้านในเริ่มพอแล้ว แต่อีกสองปีข้างหน้าต้องรอดู เพราะปลูกไปแล้วคิดว่าจะรอดก็ยังตาย ก็ต้องไปซ่อมแซมเพิ่ม” ผู้ใหญ่แดงว่า

ส่วนปัญหาชาวบ้านบุกรุกเข้ามาหาของป่า หาหอยนางรม มีการเอาเรือเข้ามาเป็นช่อง ทำให้ต้นไม้ตาย ผู้ใหญ่แดงเคยเห็นคนอวนปลากระบอกล้อมอวน เห็นคาตาว่าเขากำลังถอนต้นโกงกางทิ้ง

“ผมเอ็ดตะโร...ห้าม” แล้วตั้งสติค่อยพูดจาทำความเข้าใจ ขอพื้นที่ตรงนี้เป็นแหล่งนอนของปลา

“ปลาที่คุณได้ตรงนี้ เดี๋ยวพอเวลาน้ำลง ปลาก็ออกไปข้างนอก คุณก็ไปดักตีได้ข้างนอก”

ผู้ใหญ่แดงเล่าถึงตรงนี้แล้วรำพึงว่า คนเราเรื่องจิตสำนึกยังมีน้อยคนที่เห็นความสำคัญ

การทำความดีนั้นทำได้ยาก แต่ถ้าจะให้ทุกคนเห็นว่าดีนั้นทำได้ยากกว่า เราทำทุกอย่าง ปวารณาตัวแล้ว

“ผู้ใหญ่บ้านอย่างผมเงินเดือน 8,000 บาท แต่เงินคงไม่สำคัญ เท่ากับว่าชั่วโมงนี้ผมทำแล้วมีความสุข”

ผู้ใหญ่แดงบอกว่า ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปีนี้ โดยรวมของตำบลบางแก้ว เรื่องความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนคืออาชีพ เมื่อก่อนชาวบ้านเก็บหอยแครง พอน้ำแห้งก็หยอดหอยหลอด พอน้ำมากก็วิ่งหาปลา

พอมีป่าชายเลนที่เราช่วยกันปลูกเสริมขึ้นมา มีไม้ไผ่ที่ปักเหมือนเป็นแนวปะการังชายฝั่ง กุ้ง หอย ปู ปลา มีที่อยู่ที่อาศัย โดยเฉพาะกุ้งเคย ที่เอามาทำกะปิหรือกุ้งแห้ง มีเยอะแยะเต็มไปหมด เรืออวนรุนลำหนึ่ง เก็บได้วันละเกือบ 3,000 บาท

วันนี้คนในคลองบางบ่อหรือคลองข้างเคียงมีน้อยบ้านที่เป็นหนี้ ถ้าหากดูแลใช้จ่ายให้เป็นระบบ นี่คือผลตอบแทนจากทรัพยากรที่กลับมา

ส่วนคนที่ด่าที่บ่นโครงการนี้ ซึ่งก็มีอยู่บ้าง ก็พลอยได้อานิสงส์ไปด้วย คนที่ร่วม ที่ช่วย ที่ทำ คนพวกนี้มีความสุข มีความภูมิใจ ว่าได้มาช่วยกันสร้างและคิดถึงลูกหลานวันข้างหน้า

เด็กชายทะเลที่นี่ไม่ชอบเรียนสูง จบ ม.สามก็ออกทะเล เพราะรายได้ดีกว่า

“ตรงนี้เราช่วยกันทำความยั่งยืนไปสู่ลูกหลาน”

ถ้าจะบอกว่าทุกคนมาช่วยกันก็บอกได้ แต่ไม่สามารถไปจูงมือเขามาได้ เพราะเรื่องนี้อยู่ที่จิตสำนึก แต่ถ้าคุณไม่มา เราก็ทำของเราไป เหมือนนาฬิกาเข็มยาวต้องเดินก่อน เข็มสั้นถึงจะเดินตาม

“ถ้าเข็มยาวหยุด เข็มสั้นก็หยุดเหมือนกัน”

โครงการต่อไปในปี 2562 ยื่นของบประมาณปักไม้ไผ่ และขอทำทางเดินเท้าไปดูต้นโกงกางอายุ 100 ปี ทำหอคอยสูงขึ้นไปดูนก ดูป่า

ผู้ใหญ่แดงทิ้งท้ายให้คิดว่า “เราจะทำโครงการไปเรื่อยๆ ทำให้เดินหน้าไปกับความคิดของคน 10 ปีข้างหน้า ป่าโกงกางแถวนี้จะได้ป่าเป็นอุโมงค์ ไม่มีไม้ไผ่ก็ไม่เป็นไร ป่าจะเริ่มสู้ด้วยตัวของมันเอง”.