วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นี่แหละ ช้าง

ผมฟังผู้คนหลายฝ่าย ถกแถลงกันถึงรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกในรัฐธรรมนูญ ว่าขัดกัน เข้าทำนองรัฐซ้อนรัฐ แล้วไม่ค่อยเข้าใจ นึกไม่ออกเอาเลยว่ารัฐธรรมนูญฉบับล่าหน้าตาเป็นไง?

พอดีอ่านหนังสือ ชวนม่วนชื่น เล่ม 1 พระอาจารย์พรหม เล่าเรื่อง เจ็ดบอดคลำช้าง

ครั้งหนึ่ง พระราชาองค์หนึ่ง ทรงเจอปัญหาเสนาบดีเถียงกัน ต่างคนต่างมีเหตุผลหักล้าง ถึงที่สุด ก็สรุปสาระอะไรไม่ได้ ทรงเบื่อหน่ายมาก

ถึงวันเฉลิมฉลองพระนคร ทรงสั่งให้จัดงานบันเทิงใหญ่ในสนามกีฬา ผ่านการร้องรำทำเพลง เต้นระบำรำฟ้อน กายกรรม ตลก ฯลฯ ไปแล้ว ก็ถึงฉากสุดท้าย

พระราชาทรงแสดงเอง พาช้างตัวใหญ่เดินเข้ากลางสนาม ตามด้วยชายตาบอดเจ็ดคน

ต่อหน้าเสนาบดี ที่ได้ที่นั่งชิดสนาม พระราชาทรงจูงตาบอดคนแรก ลูบคลำงวงช้าง แล้วตรัสว่า “นี่คือช้าง”

เมื่อทรงพาตาบอดคนที่สอง จับที่งา ตาบอดคนที่สามจับที่หู ตาบอดสี่จับหัว ตาบอดห้าจับลำตัว ตาบอดหกจับขา ตาบอดคนที่เจ็ดจับที่หาง

ทรงตรัสประโยคเดียวกันว่า “นี่คือช้าง”

จากนั้นพระราชา ก็ไล่เรียงถามทีละคน ตาบอดคนแรก ที่จับงวงช้าง อธิบายอย่างมั่นใจว่า ช้างคืองูเหลือมตัวใหญ่พันธุ์ใดพันธุ์หนึ่ง

“เหลวไหล” ตาบอดคนที่สองที่จับงา ส่งเสียงดัง “ช้างน่ะ แข็งเกินกว่าจะเป็นงูได้ ช้างคือคันไถของชาวนา”

ตาบอดคนที่สาม ที่จับหูช้าง “อย่าบ๊องเลยน่า ช้างจะเป็นอะไรไปได้ นอกจากจะเป็นพัดที่ทำจากใบตาล”

เสียงหัวเราะเยาะดังจากตาบอดคนที่สี่ เขาลูบคลำหัวช้างเป็นนาน จนแน่ใจ ว่าตาบอดอื่นๆ ปัญญาอ่อนไร้เดียงสา เพราะเท่าที่เขาจับชัดๆกับมือ ช้างจะต้องเป็นได้อย่างเดียวคือตุ่มน้ำ

“เป็นไปไม่ได้” ตาบอดคนที่ห้าที่จับตัวช้างเสียงกราดเกรี้ยว “ช้างคือหินก้อนใหญ่”

ตาบอดคนที่หก ที่แน่ใจมากๆกับการได้จับขา ตะโกนสวนทันควันว่า “ช้างคือต้นไม้”

ตาบอดคนที่เจ็ด อดทนฟังอย่างอดทนมานาน เขาได้จับหางช้างถนัดมืออยู่นานมาก

ถึงคิวตัวเอง เขาจึงด่าตาบอดอื่นๆเสียงดังๆว่า “เจ้าพวกไม่ได้สติทั้งหลาย ข้าอยากจะบอกเจ้าว่า ช้างไม่ได้รูปร่างแปลกพิสดารอะไร ช้างก็คือแส้ปัดแมลงวันธรรมดาๆ”

สิ้นเสียงบอดทั้งเจ็ด พระราชาเปิดโอกาสให้เขาถกเถียงกันได้โดยต้องใช้กติกาสภา

จากนั้น ก็เป็นเสียงก่นด่า เหลวไหล ไม่ใช่ ต่างคนต่างอ้างเหตุผล ไม่มีใครเชื่อใคร ด่ากันไม่หนำใจ ก็กลายเป็นเสียงตะโกน จนถึงขั้นรัวกำปั้นต่อยกัน โดยเขาเองก็ไม่รู้ว่าต่อยใคร

พระราชาให้สัญญาณทหารเข้าไปแยกตาบอดกลุ่มวิวาท ออกจากกัน หลายคนหน้าตาฟกช้ำดำเขียว ท่ามกลางเสียงหัวเราะจากประชาชนรอบสนาม

แปลก...ที่เสียงจากแถวที่นั่งเสนาบดี ผู้เคยเก่งตีฝีปาก กลับเงียบกริบ พวกเขาเพิ่งจะรู้ตัวว่า กีฬาเจ็ดตาบอดคลำช้าง...พระราชาทรงตั้งพระทัยจัดขึ้น เพื่อสั่งสอนพวกเขา

จบนิทานเรื่องนี้ พระอาจารย์พรหมสอนว่า เราแต่ละคนอาจจะรู้บางส่วนของเรื่องทั้งหมด ที่เมื่อประกอบเข้าด้วยกันเป็นเรื่องจริง หากเรายึดมั่นในความรู้อันจำกัด ว่าเป็นความจริงอันสมบูรณ์

ก็ไม่ได้ต่างจากเจ็ดตาบอดคลำช้างแต่ประการใด

อ่านนิทานจบ ผมก็ยังไม่รู้อยู่ดี รัฐธรรมนูญฉบับแม่ สัมพันธ์กับรัฐธรรมนูญฉบับลูกยังไง ขัดแย้งกันตรงไหน

ถึงไม่รู้ แต่ก็ยังรอ ที่รออยู่อย่างเดียว ก็คือรอว่า เมื่อไหร่เขาจะให้ไปเลือกตั้ง.

กิเลน ประลองเชิง

ถกแถลงกันถึงรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกในรัฐธรรมนูญ ว่าขัดกัน เข้าทำนองรัฐซ้อนรัฐ แล้วไม่ค่อยเข้าใจ นึกไม่ออกเอาเลยว่ารัฐธรรมนูญฉบับล่าหน้าตาเป็นไง? พอดีอ่านหนังสือ ชวนม่วนชื่น เล่ม 1 พระอาจารย์พรหม เล่าเรื่อง เจ็ดบอดคลำช้าง... 15 ธ.ค. 2560 09:36 15 ธ.ค. 2560 11:57 ไทยรัฐ