วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“สมคิด” ต่อยอดประชารัฐเฟส 2 มุ่งไทยแลนด์ 4.0-ลดเหลื่อมล้ำ-พัฒนาคน

“สมคิด” นำขบวนชูสานพลังประชารัฐเฟส 2 ตั้งโจทย์สู่ 3 เป้าหมาย ประเทศไทย 4.0 ลดเหลื่อมล้ำ พัฒนาคน ยันประชารัฐเฟส 1 ผลตอบรับดีเยี่ยม ด้านเอกชนรับลูกเตรียมเสนอโครงการเดินหน้าขยายผลต่อ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า หลังจากที่โครงการประชารัฐดำเนินการมาประมาณ 2 ปีเกิดความสำเร็จในหลายด้าน เช่น ด้านการศึกษาการพัฒนาคน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งนายสมคิดเห็นว่าเป็นการจบเฟสแรกของโครงการประชารัฐ และงานเป็นไปด้วยดี ได้รับการยอมรับหลายด้าน จึงให้ที่ประชุมไปคิดกันต่อว่าในช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาลชุดนี้อีกประมาณ 1 ปี จะทำโครงการหลักอะไรต่อไปอีกบ้างเพื่อให้ตอบโจทย์ใน 3 ด้าน คือ 1.การนำไปสู่ประเทศไทย 4.0ส่วนนี้ภาคเอกชนรับที่จะร่วมงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาค 4.0 ส่วนโจทย์ข้อที่ 2 คือ การลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเรื่องที่ประชาชนจะต้องได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการประชารัฐ และโจทย์ข้อสุดท้ายคือ การพัฒนาคน

“หลังจากนี้ภาคเอกชน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสานพลังประชารัฐจะต้องไปคิดโครงการแผนงาน พร้อมจัดทำรายละเอียด เพื่อตอบโจทย์ 3 ด้าน คือ ประเทศไทย 4.0,การลดความเหลื่อมล้ำ, และการพัฒนาคน เพื่อมานำเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายกฯต่อไป เพื่อให้นายกฯเห็นภาพว่าในเฟสต่อไปโครงการประชารัฐจะดำเนินการอะไรบ้าง และใน 1ปีข้างหน้า คณะกรรมการสานพลังประชารัฐจะประชุมร่วมกับนายสมคิดเป็นประจำทุกเดือน”

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้นำเสนอตัวอย่างของโครงการที่จะนำมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญในปีต่อไป ได้แก่ โครงการทัวร์ริมโขงจะเริ่มต้นที่ จ.เลย และผ่าน 7 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ระยะทาง 840 กิโลเมตร, โครงการไทยเท่เที่ยวไทย เป็นการนำวัฒนธรรมท้องถิ่นผนวกกับนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างสินค้าและบริการที่มีความแตกต่างและสร้างมูลค่าเพิ่ม, โครงการพัฒนาการค้าเมืองชายแดน แม่สอด เพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษการค้าปลีก-ค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดของไทย, โครงการพัฒนาภาคเกษตรผ่านโครงการแปลงใหญ่ประชารัฐเกษตรสมัยใหม่ ยกระดับเกษตรกรสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตร

นอกจากนี้ยังมีโครงการจัดตั้งบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทประชารัฐรักสามัคคี (จังหวัด) จำกัด เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชน, โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน การสร้างและขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อรองรับการพัฒนาระบบการศึกษาไทยสู่ประเทศไทย 4.0 และโครงการสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคีสานพลังประชารัฐ “Excellent Model School” เป็นการพัฒนาและยกระดับสถานศึกษาด้านอาชีวศึกษาทั้งในมิติเชิงปริมาณและคุณภาพ

ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล ในฐานะหัวหน้าทีมคณะทำงานด้านการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำต่อไปในเฟสที่ 2 คือการขยายผลให้กว้างขึ้น หลังจากที่ 2 ปีแรกการทำงานด้านเกษตรจะใช้ตลาดเป็นตัวนำ และเน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งการเพิ่มผลผลิตต่อไร่หรือการเพิ่มผลิตภาพจะมีความสำคัญที่จะช่วยให้ต้นทุนต่ำลง ที่สำคัญคือการนำความรู้เข้าไปสู่ชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทั้งนี้ นายสมคิดได้ให้นโยบายเรื่องการพัฒนาคนให้มีศักยภาพสูงเพื่อให้สอดรับนำไปสู่ประเทศไทย 4.0 ขณะเดียวกันยังได้หารือกันในเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพหรือไบโออีโคโนมี ที่ดำเนินการใน จ.ขอนแก่น และ จ.นครสวรรค์ เนื่องจากมีพืชเกษตรสามารถนำมาใช้ทำไบโออีโคโนมีได้ เช่น พวกอาหารเสริม เครื่องสำอาง ส่วนนี้เอสเอ็มอีสามารถดำเนินการผลิตได้ และมีแนวคิดที่จะตั้งสถาบันเทคนิคเฉพาะทางสำหรับไบโออีโคโนมี ให้ความรู้ด้านการจัดการฟาร์ม การส่งออกสินค้า การทำบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งออก ให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีทางมหาวิทยาลัยจากประเทศจีนมาช่วยด้านองค์ความรู้

ขณะที่นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการดูแลเอสเอ็มอีไปหลายด้าน โดยเฉพาะโครงการที่ให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุน ส่วนนี้จะดำเนินการต่อไป รวมถึงการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้เอสเอ็มอี จากโครงการพี่ช่วยน้อง ให้บริษัทรายใหญ่มาช่วยดูแลเอสเอ็มอี ในปีหน้าจะขยายโครงการเพิ่มขึ้น จากที่มีบริษัทใหญ่เข้าร่วมโครงการ 50 บริษัท เพิ่มเป็น 200 บริษัท.