วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลหวยไทยรัฐงวดนี้จะออกอะไร ติดตามผลหวยงวดนี้ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เช็คหวยและตรวจสลากที่ต้องต้องแม่นยำ
ผลหวยไทยรัฐงวดนี้จะออกอะไร ติดตามผลหวยงวดนี้ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เช็คหวยและตรวจสลากที่ต้องต้องแม่นยำ

“สมคิด” กันงบ 7 พัน ล. พร้อมลุย ยกกระทรวงท่องเที่ยวขึ้นชั้น “เกรดเอ”

“สมคิด” ยกระดับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขึ้นกระทรวงเกรดเอ เหตุหารายได้เข้าประเทศถึง 2.7 ล้านล้านบาท แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเสนอโครงการพัฒนาด้านการเกษตรและท่องเที่ยว เผยมีงบอยากจ่าย 6,000-7,000 ล้านบาท กลาง มี.ค.2561 ด้าน “วีระศักดิ์” ขอเกลี่ยข้าราชการมาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องการยกระดับบทบาทกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและหน่วยงานภายใต้สังกัดให้เป็นกระทรวงเกรดเอ เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นร่มใบใหญ่ที่ช่วยสร้างรายได้ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางกว่า 30 ล้านคนต่อปี เป็นสัดส่วน 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยสร้างรายได้ปีนี้ประมาณ2.7 ล้านล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมามีสัดส่วน 17% สร้างรายได้ 2.5 ล้านบาท หรือมีรายได้ 1 ใน 5 ของรายได้ทั้งหมดของประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเพิ่มเติม รัฐบาลมีงบส่วนที่เหลือและกันงบไว้ 6,000-7,000 ล้านบาท ซึ่งต้องเร่งเบิกจ่ายประมาณเดือน มี.ค.นี้ โดยต้องการให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะองค์การท้องถิ่น อย่างองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เขียนโครงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร ด้านการท่องเที่ยว เพื่อปรับปรุงพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวภายในชุมชน ตำบล ของตัวเอง

“โดยในปีหน้า รัฐบาลจะผลักดันให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจประเทศที่ช่วยกระจายความเจริญและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง เรื่องงบประมาณไม่ใช่เรื่องใหญ่และปัญหา เป็นหน้าที่ของผมและกระทรวงการคลังหาให้”

นายสมคิด กล่าวต่อว่า สำหรับงานในส่วน ตำรวจท่องเที่ยว ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) นั้น สามารถเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลนักท่องเที่ยวให้กับคนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ และหวังว่าจะเป็นโซ่ข้อกลางที่จะค้องการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการท่องเที่ยวไทย รวมถึงการยกระดับการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

ด้านนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ความสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีสูงมาก รายได้ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก แต่ภารกิจการดูแลแหล่งท่องเที่ยวจะต้องขับเคลื่อนกลับทำได้ไม่เต็มที่ โดยในปีที่ผ่านมาไม่มีการอนุมัติงบพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเลย จึงต้องกลับมารื้อฟื้นจุดนี้ให้มากขึ้น และหากได้รับอนุมัติการโยกย้ายกำลังคนมาสมทบอีก 80 อัตรา จาก 2 หน่วยงานที่มีคำสั่งตาม มาตรา 44 ให้ยุบเลิก ได้แก่ สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เชื่อว่าต่อไปนี้จะมีคนที่มีความเข้าใจในโครงสร้างการทำงานหลัก และกำกับดูแลการพัฒนาในพื้นที่ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดส่งเสริมให้มัคคุเทศก์ (ไกด์) ของไทย จัดตั้งสภาวิชาชีพขึ้นมาเพื่อให้บริหารจัดการและกำกับดูแลกันเองด้วยมาตรฐานอาชีพเหมือนที่สาขาอาชีพอื่นๆ เช่น วิศวกร, ทนายความ ฯลฯ เนื่องจากพบว่าปัจจุบันการบริหารจัดการและกำกับดูแลอยู่ภายใต้สังกัดกรมการท่องเที่ยว ซึ่งกำลังคนและการทำงานกว่า 50% ต้องมากระจุกตัวเพื่อดูแลภารกิจนี้ ทำให้ภารกิจหลักที่สำคัญ คือ ดูแลและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่และบูรณะแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมถูกละเลยไปมาก ขณะที่การดูแลจัดการระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและไกด์ก็มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันหลายด้าน

อย่างไรก็ตาม นายสุรวัช อัครวรมาศ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท กู๊ดลัคเอ็กซ์เพรส จำกัด ในฐานะคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นด้วยหากจะผลักดันให้จัดตั้งสภาวิชาชีพมัคคุเทศก์ เนื่องจากวงการนี้ยังไม่มีความเข้มแข็งพอ และมาตรฐานบุคลากรในวงการยังมีความแตกต่างและหลากหลายมากเกินไป ดังนั้น ตามโครงสร้างแล้วยังจำเป็นต้องอยู่ภายใต้หน่วยงานหรือองค์กร เช่น ไกด์ทั่วไป ก็ควรอยู่ในกรมการท่องเที่ยว ส่วนไกด์ท้องถิ่น ก็อยู่ภายใต้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด(อบจ.) หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นต้น.