วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อายัด 4.2 พันล. บ.ทัวร์โอเอ ปปง.มีมติฟันผิดโกงภาษี

คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติอายัดทรัพย์บริษัทโอเอฯ 125 รายการ กว่า 4.2 พันล้านบาท หลังกรมสรรพากรชงเรื่อง ตรวจสอบพบการฉ้อโกงและหลีกเลี่ยงภาษีลักษณะเป็นขบวนการ ตั้งแต่ปี 54-59 ทำให้กรมสรรพากรเสียหายกว่า 7 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีมติอายัดทรัพย์เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ 53 ล้านบาท และฉ้อโกงสถาบันการเงินอีกกว่า 3 พันล้านบาทด้วย

ที่ ปปง. เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 14 ธ.ค. พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 23/2560 เมื่อวันนี้ (14 ธ.ค.) คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน รายละเอียดคดีดังต่อไปนี้ 1.คดีบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) สืบเนื่อง จากสำนักงาน ปปง.ได้รับรายงานจากกรมสรรพากร กรณีนายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี กับพวก กระทำความผิด ตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร กล่าวคือ คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองความผิดทางภาษีอากรที่เข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมาย ปปง. ให้ความเห็นชอบแก่อธิบดีกรมสรรพากรส่งข้อมูลให้สำนักงาน ปปง. เพื่อดำเนินการกับนายธงชัยที่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากร

“โดยหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงตั้งแต่ 10 ล้านบาทต่อปีภาษีขึ้นไป และกระทำในลักษณะที่เป็นกระบวน การหรือเป็นเครือข่ายสร้างธุรกรรมอันเป็นเท็จ หรือปกปิดเงินได้พึงประเมิน หรือรายได้เพื่อหลีกเลี่ยง หรือฉ้อโกงภาษีอากร และมีพฤติกรรมปกปิด หรือ ซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อมิให้ติดตามทรัพย์สินนั้นได้ โดยยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเท็จตั้งแต่ปี 2554-2559 จนเป็นเหตุให้กรมสรรพากรได้รับความเสียหาย ประมาณ 7,788,362,147.89 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 37 ตรีแห่งประมวล รัษฎากร และเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้อายัดทรัพย์สินของนายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี กับพวก จำนวน 125 รายการ รวม 4,246,569,770 บาท พร้อมดอกผลไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ” พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์กล่าว

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์เผยต่อไปว่า 2.คดีฉ้อโกงสถาบันการเงินของบริษัทเอพีเอส คล็อค ซีสเต็มส์ จำกัด สืบเนื่องจากสำนักงาน ปปง.รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บริษัทเอพีเอสฯกับพวกยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ และขอให้โอนเงินสินเชื่อไปต่างประเทศ อ้างว่าชำระค่าซื้อขายสินค้า ต่อมาธนาคารพบว่าบริษัทผู้ขายสินค้าและบริษัทผู้ชำระเงินค่าสินค้ามีกรรมการผู้มีอำนาจคนเดียวกัน ไม่ได้เป็นคู่ค้าตามที่แจ้งไว้กับธนาคาร และยื่นเอกสารปลอมขอสินเชื่อ เป็นเหตุให้ธนาคารหลายแห่งเสียหาย หลอกลวงธนาคารให้ปล่อยสินเชื่อมาตั้งแต่ปี 2554-2556 รวมความเสียหายประมาณ 3,400 ล้านบาท การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 มาตรา 3 (18) คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้อายัดทรัพย์สินบริษัทเอพีเอส คล็อค ซีสเต็มส์ จำกัด กับพวก 82 รายการ รวม 62,183,563.07 บาท พร้อมดอกผลไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ

รรท.เลขาฯปปง.กล่าวด้วยว่า 3.คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สืบเนื่องจากสำนักงาน ปปง.ได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า มีกลุ่มบุคคลมีพฤติการณ์เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนในพื้นที่ภาค 6 จำนวน 13 คน มูลค่าความเสียหาย 19,800,000 บาท ต่อมาพบผู้กระทำความผิดทำงานเป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติทั้งในไทย จีน และไต้หวัน จึงส่งเรื่องให้ ปปง.พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง สำนักงาน ปปง.กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงร่วมกันสืบสวนขยายผล ต่อมาคณะกรรมการธุรกรรมมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายทวีศักดิ์ สุจริตวัฒนะนนท์ กับพวก ที่ร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้อายัดทรัพย์สินประเภทเงินฝากในบัญชีธนาคารของนายทวีศักดิ์ สุจริตวัฒนะนนท์ กับพวก รวม 120 บัญชี ประมาณ 53 ล้านบาท และสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับทรัพย์สินเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ เพื่อนำมาคืนประชาชนผู้เสียหายต่อไป