วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถังเดียวเที่ยว 700 กิโลเมตร รีวิว AUDI Q7 45TDi QUATTRO S-LINE

Q7 คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับใครสักคนที่มีเงินเยอะและต้องการการเดินทางบนภาคพื้นดินของโลกใบนี้ แทนที่จะเป็นแค่พาหนะที่ใช้รับส่งลูกๆ ไปโรงเรียนหรือขับเล่นเรื่อยเปื่อยในวันหยุดกลับมีคำถามเกิดขึ้นมาว่า คนที่คิดจะซื้อเอสยูวียักษ์เยอรมันราคา 4.7 ล้านบาทนั้น จะต้องชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบไหนหรือใช้ชีวิตอย่างไรให้เหมาะสมกับรถรุ่นนี้?

Audi Q7 45TDi Quattro S-Line คือรถทดสอบในช่วงปลายปีที่ผมเฝ้ารอมานานแสนนานเพื่อที่จะได้ขับมันสักครั้งออกทางไกลไปตามหาวิวสวยๆ ถ้าคุณต้องการสัมผัสกับประสบการณ์ดีๆ ของการขับขี่เอสยูวี ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม Q7 คือคำตอบที่คุณตามหา มันเป็นพาหนะที่บวกความสามารถพิเศษในระบบขับเคลื่อนและระบบรองรับ มีรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างแข็งทื่อแต่ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม

มิติตัวถังของ Audi Q7 เวอร์ชั่นดีเซล 45TDi Quattro S-Line มีความกว้าง 1,968 มิลลิเมตร ยาวเหยียดมากถึง 5,052 มิลลิเมตร ส่วนความสูงอยู่ที่ 1,741 มิลลิเมตร ไม่สูงมากจนต้องใช้คำว่าตะกายขึ้นรถ ความยาวฐานล้อ วัดจากดุมล้อหน้าไปหลัง 2,994 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างล้อหน้าอยู่ที่ 1,697 มิลลิเมตร ล้อหลัง 1,691 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องพอจะลุยทางโหดๆ ได้บ้างแบบพอหอมปากหอมคอที่ 200 มิลลิเมตร

สิ่งที่ทำให้รู้สึกแปลกใจก็คือน้ำหนักตัวรถทั้งคันแค่ 1,980 กิโลกรัม เบากว่าคู่แข่งอย่าง BMW X5 xDRIVE 30d และ Mercedes Benz GLE350d ถึง 200 กิโลกรัม! น้ำหนักตัวรถทั้งคันที่สูสีกับ Fortuner แต่มีม้ามากถึง 249 ตัว พร้อมแรงบิด 600 นิวตัน-เมตร คิดเอาเองว่ามันจะปราดเปรียวขนาดไหนเมื่อกดคันเร่งกันแบบเต็มข้อ 

ห้องโดยสารที่เรียบง่ายแต่หรูหราของ Q7 รุ่นดีเซลที่จำหน่ายในประเทศไทยโดนตัดออฟชั่นออกไปพอสมควรเพื่อทำให้ราคาของมันสามารถแข่งขันกับเจ้าตลาดเอสยูวีหรูอย่าง X5 30d และ GLE350d แดชบอร์ดวางต่ำแหน่งต่ำลงเพื่อไม่ทำให้ดูใหญ่โตจนน่าเกลียด พวงมาลัยสามก้านหุ้มหนังนั้นยอดเยี่ยมทั้งวัสดุและการปรับทิศทางของพวงมาลัยที่ค่อนข้างครอบคลุม ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างดีแต่ก็ควรจะดูแลเรื่องความสะอาดกันให้บ่อยครั้งเนื่องจากโทนสีของเบาะ คอนโซลและแผงประตูรวมถึงพรมปูพื้นเป็นสีเทาอ่อน เบาะหุ้มหนังนั่งนุ่มสบาย เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 2 ตำแหน่ง 

จอมอนิเตอร์กลางที่สามารถเลื่อนเก็บเมื่อดับเครื่องยนต์มีขนาดความกว้าง 7 นิ้ว เท่ากับ Audi A5 เป็นจอภาพของระบบ MMI ที่ใช้งานควบรวมการปรับตั้งค่าต่างๆ เป็นมอนิเตอร์ของระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์แต่ไม่มีระบบนำทางด้วยดาวเทียมติดมาให้ หากอยากได้คงต้องจ่ายเพิ่มในลักษณะออฟชั่นเสริม 

ซุ้มคันเกียร์อย่างเท่ คล้ายการนำเอาคันเร่งของเรือยอชต์มาตกแต่งบนงานหัวเกียร์ ไม่ว่าจะเป็นหัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ สวิตช์กดข้างคันเกียร์และตำแหน่ง Trip-Tronic หลังคันเกียร์หรูๆ เป็นที่อยู่ของสวิตช์เบรกมือไฟฟ้าและสวิตช์ auto brake hold ช่วยเพิ่มความสะดวกเมื่อขับท่ามกลางสภาพการจราจรที่คับคั่ง Audi ยังเอาใจคนนั่งข้างๆ ด้วยการติดตั้งปุ่มปรับระดับเสียงและเลือกแทรคจากระบบเสียงของ Bose พร้อมปุ่มควบคุมของระบบ MMI 

ระบบ MMI ของ Audi มีหน้าจอติดตั้งอยู่ด้านบนของแดชบอร์ด ควบคุมได้โดยการเลือกเมนูผ่านปุ่มทรงกลมที่มีการทำงานคล้ายกับ iDRIVE ของ BMW ระบบ MMI ออกแบบมาเพื่อการเข้าถึงคุณลักษณะต่างๆ ของระบบสเตอริโอ การปรับตั้งโหมดขับเคลื่อนไปจนถึงการเลือกดูระบบนำทางด้วยดาวเทียม รวมถึงการเชื่อมต่อ Bluetooth และฟังก์ชันควบคุมวิทยุ แพ็กเกจ MMI Navigation ยังมีให้เลือกใช้ซึ่งรวมถึงการอัปเดตสภาพการจราจรสดๆ ด้วยภาพกราฟิก 3D การควบคุมด้วยเสียงสั่งงานใน Google Maps ทั้งหมดนี้จะแสดงบนหน้าจอมอนิเตอร์ขนาด 7 นิ้ว คุณลักษณะของ

ระบบ MMI ใน Audi ทุกรุ่นเป็นระบบสั่งงาน Cockpit เสมือนจริงที่ใช้งานได้ง่าย แต่ Q7 รุ่น 45TDi ไม่มีจอภาพมาตรวัดแบบ TFT หรือที่เรียกว่า Virtual Cockpit แต่เป็นมาตรวัดแบบเข็มทั้งมาตรวัดรอบและวัดความเร็วโดยมีจอ MID - multi information display อยู่ตรงกึ่งกลางของมาตรวัดทั้งสอง คอยแจ้งข้อมูลของระบบต่างๆ แทน! 

เบาะผู้โดยสารตอนหลังพับได้อย่างหลากหลายเพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการขนสัมภาระชิ้นโตๆ เมื่อพับเบาะหลังลงราบกับพื้นก็จะเพิ่มพื้นที่ความจุได้มากกว่าเดิมอีกเท่าตัว ความจุจาก 890 ลิตรจะเพิ่มเป็น 2,075 ลิตร สามารถขนกระเป๋าใบยักษ์ ถุง Golf หรือแม้แต่จักยานเสือหมอบไซส์โตๆ ได้อย่างสบายๆ แต่ก็ต้องเสียพื้นที่โดยสารของเบาะหลังทั้งหมด

Audi Q7 45TDi Quattro S-Line วางเครื่องยนต์ดีเซล V6 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด Commonrail Direct Injection ขนาด 3.0 ลิตร 2,967 ซีซี. พ่วงด้วยชุดอัดอากาศแบบไบเทอร์โบ โดยใช้หลักการเทอร์โบ 1 ตัวอัดอากาศฝั่งละ 3 กระบอกสูบ ส่วนความกว้างกระบอกสูบอยู่ที่ 83.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 91.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.0 : 1 กำลังสูงสุด 249 แรงม้า ที่ 2,910-4,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,500-3,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา quattro permanent all-wheel drive ความจุถังน้ำมัน 75 ลิตร สมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ระบบรองรับของ Q7 45TDi เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของรถรุ่นนี้ ด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่อัลลอย ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิ้งค์ แม้จะไม่ได้ใช้ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมหรือ Air suspension แต่วิศวกรของ Audi ที่ลงมือลงแรงเซตปรับตั้งค่า K ของสปริงและค่ายืดยุบของโช้คอัพนั้นมีฝีมือขั้นเซียนเหยียบเมฆ ทำให้ช่วงล่างของรถรุ่นนี้มีประสิทธิภาพที่ดีมาก โช้คอัพและสปริงแบบธรรมดายังเหมาะสมกับสภาพถนนในประเทศไทย จากความคงทนและค่าบำรุงรักษาซ่อมแซมที่ถูกกว่าระบบช่วงล่างแบบ Air suspension สำหรับล้อและยาง Audi Q7 45 TDI quattro S-Line ราคา 4,799,000 บาท มันใส่ล้ออัลลอยขอบ 20 นิ้ว ขนาด 9J x 20 ห่อรัดด้วยยาง goodyear รุ่น eagle f1 suv 4x4 ขนาด 285/45 R20 ทั้งสี่ล้อ พร้อมชุดซ่อมยางฉุกเฉินที่พอจะช่วยเหลือตัวเองได้บ้างหากยางไปแตกกลางทาง!

นี่คือรถที่มีอะไรดีๆ มากกว่าความหรูหราของภายนอกและภายใน การเลือกซื้อเอสยูวีฟูลไซส์ไม่ใช่แค่ความสามารถอันหลากหลายที่ควบรวมอยู่ภายใต้เปลือกตัวถังเท่านั้น Q7 ดีเซลเป็นได้ทั้งยานยนต์ระดับสูงหรือตัวลุยสุดขั้ว เจ้าของรถสามารถขับใช้งานจากการผสมผสานจุดเด่นทั้ง 2 แบบเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน เป็นความยอดเยี่ยมเชิงวิศวกรรมที่ยากจะลอกเลียนแบบ ถ้าคุณเป็นคนมีเงินเยอะและชอบการเดินทางที่หลากหลายทั้งทางเรียบและทางวิบากหฤโหดนี่คือคำตอบของคำถามที่ว่า คุณจะเลือกรถเอสยูวีหรูยี่ห้ออะไรสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมันไปอีกนานหลายปี! 

Q7 45TDi Quattro เป็นยานแม่ออฟโรดตัวจริงเสียงจริง แค่ขับสั้นๆ ในวันรับรถจากอโศก-เพชรบุรี มาไทยรัฐก็ยังรับรู้ได้ทันทีว่ามันมีดีกว่าที่เห็นด้วยสายตา จากเปลือกนอกสู่ภายใน บรรยายสรรพคุณได้ว่า นี่คือ SUV ตัวถังอะลูมิเนียมที่มีการขับเนี้ยบสุดติ่ง ผลจากการลดน้ำหนักทำให้มันมีความคล่องตัวสูง (มาก) น้ำหนักที่หายไป 200 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับ Q7 3.0TDi รุ่นที่แล้วคือเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูงลิบ เป็นชัยชนะของความพยายามในการที่จะปรับแต่งรถไซส์ยักษ์ให้มีความคล่องตัวสูงสุด ขับในเมืองไปได้แค่นิดเดียวก็รับรู้ถึงความสามารถในจุดนี้ที่คล้ายการขับ A3! ทั้งๆ ที่มีขนาดตัวใหญ่โตราวกับไดโนเสาร์

พวงมาลัยไฟฟ้า Electro-Mechanical Steering เซตน้ำหนักมาดีมาก ขับในเมืองก็เบาสบายข้อมือ คุณไม่ต้องมาคอยกังวนในเรื่องของขนาดตัวถังเมื่อมันสามารถเลี้ยวเข้าออกจากที่จอดแคบๆ ได้อย่างสะดวกราวกับรถคันเล็กรวมถึงการเลี้ยวกลับลำก็ยังคล่องเอามากๆ ข้อบังคับที่เข้มงวดเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษ และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทำให้ Q7 บรรลุถึงจุดหมายปลายทางในการเป็นเอสยูวีที่ประหยัดและปล่อยของเสียน้อยลง ไม่มีสิ่งใดที่จะแสดงให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋ถึงประโยชน์ของการพัฒนารถให้มีน้ำหนักที่เบาลงแต่มีความแข็งแกร่งได้ดีและชัดเจนเท่ากับ SUV คันนี้ยกเว้น Porsche Macan 

ในขณะที่พื้นฐานองค์ประกอบหลักของตัวรถรุ่นใหม่ถูกเปลี่ยนไป แต่กลิ่นไอของความเป็น Audi ยังอยู่ครบถ้วนกระบวนความ เป็นเรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนบุคลิกของรถรุ่นใหม่แต่กลับเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญในการที่จะดึงให้ไดนามิกที่ดีของรถแสดงออกมาในขณะขับใช้งานไม่ว่าจะเป็นการขับในย่านความเร็วต่ำในเมืองหรือขับออกทางไกลบนไฮเวย์ Q7 มาพร้อมความชันเจนในการออกแบบ ซึ่งมีการประยุกต์และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายแต่จุดเด่นก็คือแรงบิดรอบต่ำที่ทำให้ขับง่ายคล้ายรถเล็กๆ

การทรงตัวในย่านความเร็วสูงรวมถึงการซับเสียงแปลกปลอมจากภายนอก ผมมุ่งหน้าออกไปทางสุพรรณบุรีด้วยทางไฮเวย์เทปูนซีเมนต์เพื่อจับการทำงานของช่วงล่าง ไม่ว่าจะเป็นรอยต่อของถนนหรือคอสะพานชันๆ แถบบางบัวทองเจ้า Q7 กับช่วงล่างแบบมาตรฐานจัดการกับอาการสั่นสะเทือนได้อย่างหมดจด ล้อ 20 นิ้วกับยาง 285/45 R20 ขับได้ดีกว่าล้อ 22 นิ้วของ Jaguar F-Pace แบบเทียบกันไม่ติด! จากความสมดุลของล้อทั้งสี่ผ่านระบบขับเคลื่อน quattro permanent all-wheel drive ทำให้ผมลืมไม่ลงตลอดเส้นทางในวันทดสอบที่ยาวถึง 780 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯไปยังอำเภอลานสักของจังหวัดอุทัยธานีแล้วขับกลับภายในวันเดียวกัน

ผมเดินทางมาถึงอำเภอบ้านไร่แล้วไหลไปยังอำเภอลานสัก เพื่อพิสูจน์ถึงการจัดการกับระบบขับเคลื่อนใน Q7 รุ่นใหม่ สิ่งที่คุณจะต้องรับรู้เอาไว้ก็คือ สัมผัสที่ได้เวลาขับออกทางไกลนั้นเต็มไปด้วยความนิ่มนวลสะดวกสบาย เครื่องยนต์ V6 Biturbo กับเกียร์ 8 สปีดพร้อม Paddle Shift ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ อัตราเร่ง 0-100 ใน 6.9 วินาที บนน้ำหนักตัวเกือบๆ 2 ตันพร้อมขนาดตัวถังที่มีความกว้างถึง 2 เมตร ยาว 5 เมตรไม่ใช่เรื่องล้อกันเล่นอีกต่อไป

ทันทีที่กระแทกคันเร่งไม่ว่าจะคาอยู่ในโหมดไหนการตอบสนองจะถูกถ่ายเทออกมาอย่างดุดัน ค่อนข้างขัดแย้งกับเสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่เน้นระดับความเบาไม่ได้ทำตัวดังหนวกหูจนเกินเหตุ ออฟโรดร่างยักษ์จะระเบิดพลังงานออกมาในทันทีที่คุณกดลงไปเต็มๆ บนคันเร่งไฟฟ้า แรงดึงแบบนิ่มๆ แต่พุ่งลิ่วไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละเผลอแวบเดียวก็ทะยานไปเกือบๆ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนต้องแตะเบรคเพื่อลดความเร็ว ในแง่มุมของการปรับปรุงประสิทธิภาพบนรถรุ่นใหม่ถือว่า Audi ทำออกมาได้น่าประทับใจเอามากๆ มันทำให้รถคู่แข่งดูอุ้ยอ้ายกันไปเลยทีเดียว!

การเก็บเสียงทำได้ดีในย่านความเร็วเดินทาง 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแทบจะไม่มีเสียงรบกวนดังลอดเข้ามาให้ได้ยิน เป็นผลงานของเทคโนโลยีดูดซับเสียงที่มีความทันสมัยที่ถูกนำมาใช้กรุรอบๆ ห้องโดยสารของเจ้า Q7 45TDi เครื่องยนต์บล็อก V6 Biturbo มีกำลังเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Q7 3.0L รุ่นที่แล้ว แรงบิดสูงสุดมากถึง 600 นิวตัน-เมตร มากพอที่จะลากจูงพ่วงกับอะไรก็ตามที่มีขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเทรลเลอร์พ่วงเรือเร็วหรือเจ็ตสกี

ชุดส่งกำลังเนียนโคตรโดยเฉพาะตอนเปลี่ยนอัตราทดขึ้นๆ ลงๆ นั้นไหลลื่นจนไม่มีรอยต่อของเกียร์โผล่มาให้รู้สึก ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ Quattro ส่งผลทำให้เจ้า Q7 ต้องใช้ชุดเฟือง transfer case ต่อเชื่อมกับชุดเกียร์ซึ่งมีขนาดใหญ่โตราวกับรถบรรทุก เป็นขุมกำลังกับเกียร์ที่ตอบสนองได้ดีและมีการทำงานที่ไหลลื่นโดยเฉพาะการเปลี่ยนเกียร์ด้วยแป้น Paddle Shift ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในและนอกเมืองทำได้ที่ 13.6 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นการวิ่งเร็วสลับช้าบนเส้นทางภูเขาที่เต็มไปด้วยทางขึ้นลงเนินไม่ใช่วิ่งกันเฉพาะแค่ทางราบๆ

สิ่งที่ตามมาเมื่อผมลองกระแทกคันเร่งหนักๆ ก็คือเรื่องความโดดเด่นของการทรงตัวและการควบคุม ระดับความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถที่ 200 มิลลิเมตร ไม่ได้สูงมากจนทำให้เกิดอาการโคลงตัว ช่วงล่างอย่างที่บอกไว้ว่ามันจัดการกับการยึดเกาะได้ดี รวมถึงการถ่ายเทน้ำหนักในโค้งก็ยังยอดเยี่ยมกระเทียมโทน เป็นผลสืบเนื่องมาจากการลดน้ำหนักตัวออกไปถึง 200 กิโลกรัม ช่วงล่างด้านหน้าซับแรงสะเทือนได้ดี การควบคุมและจัดการกับน้ำหนักเมื่อเปลี่ยนทิศทางเร็วๆ ให้สัมผัสที่สุดยอด! ทำให้ผมมอบตำแหน่ง Best SUV of The Year 2017 ของไทยรัฐออนไลน์ยานยนต์ไปแบบไม่ลังเล

โครงสร้างแชสซีของ Q7 รุ่นใหม่ ที่มีการแชร์ร่วมกันในรถ Porsche Cayenne และ Bentley Bentayga รวมถึง Lamborghini Urus ไม่ต้องมานั่งจาระไนว่ามันเจ๋งขนาดไหน ในบางจังหวะจะโคนที่ต้องเปลี่ยนเลนกะทันหัน ตัวรถยังคงมีอาการโคลงอยู่บ้างนิดๆ แต่ระบบควบคุมการทรงตัวและรักษาเสถียรภาพจะตอบสนองต่ออาการดังกล่าวซึ่งช่วยทำให้การควบคุมในย่านความเร็วสูงเป็นไปได้ดั่งใจคิด 

การขับในย่านความเร็วต่ำท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบของหุบป่าตาดและเขาปลาร้าคือการเอาชนะกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ที่มองไม่เห็นแต่สามารถสัมผัสได้ อุปกรณ์อีกอย่างที่ช่วยทำให้การขับ Q7 45TDi บรรลุถึงจุดสูงสุดก็คือล้อและยาง ล้อขอบ 20 นิ้วเล็กสุดสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ V6 ส่วนยาง goodyear รุ่น eagle f1 suv 4x4 มอบความนิ่มนวลและการยึดเกาะในระดับที่น่าประทับใจ บนเส้นทางออฟโรดแถบผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย การขับขี่ที่เหนือระดับของมันส่งผลให้เจ้า Q7 ยืนแป้นอันดับที่ 1 ในกลุ่มพรีเมียมเอสยูวีแบบไร้ข้อกังขา ผมใช้เวลาตลอดทั้งวันขับมันบนทางแบบผสมที่อุดมไปด้วยโค้งและก้าวลงจากรถด้วยความสดชื่นไม่มีอาการล้าหรือปวดเมื่อยตัวแม้แต่น้อย 

ชมกันซะขนาดนี้ ถ้าถามกันตรงๆว่า Q7 เป็นรถเอสยูวีที่ดีที่สุดในโลกใช่หรือไม่ ก็ตอบเลยว่ายังไม่ใช่ เพราะเหนือกว่าหมอนี่ก็ยังมี Bentley Bentayga กับ Lamborghini Urus ที่มีความมาดมั่นมากกว่า (จากราคาที่แพงกว่าเยอะมาก) จุดเด่นที่อยากให้ลองก็คือ ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา เกียร์และช่วงล่างรวมถึงชุดบังคับเลี้ยวที่รถเจ๋งๆอย่าง X5 และ GLE ยากที่จะเอาชนะ เชื้อเพลิงดีเซล 1 ถัง ความจุ 75 ลิตร ไปได้ไกลเกือบ 800 กิโลเมตร แม้มันจะมีราคาค่าตัวที่ไม่ใช่ถูกๆ แต่การจ่ายเงิน 4.7 ล้านบาท เพื่อแลกกับเอสยูวีไซล์ยักษ์ที่มีการขับขี่และอัตราสิ้นเปลืองดีขนาดนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าเลยละครับ. 


Audi Q7 40 TFSI quattro 4,499,000 บาท (เครื่องยนต์เบนซิน 252 แรงม้า)

Audi Q7 45 TDI quattro S-Line 4,799,000 บาท (เครื่องยนต์ดีเซล 249 แรงม้า) คันทดสอบ

Audi Q7 45 TFSI quattro S-Line 4,999,000 บาท (เครื่องยนต์เบนซิน 333 แรงม้า)

AUDI Q7 45TDi QUATTRO S-LINE ราคา 4,799,000 บาท
เครื่องยนต์ ดีเซล V 6 สูบ
เครื่องยนต์ ดีเซลแบบ V พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection) เทอร์โบชาร์จ
จำนวนวาล์ว 24 วาล์ว
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ  2,967 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด  183 กิโลวัตต์ 249 แรงม้า ที่ 2,910-4,500 รอบต่อนาที 
แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-3,000 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ tiptronic 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (quattro permanent all-wheel drive)
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 6.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยไฟฟ้า Electro-Mechanical Steering
ระบบเบรก ดิสเบรกทั้งสี่ล้อ เบรกหน้าคาร์ลิปเปอร์ 4 พอต เบรกหลัง 2 พอต
น้ำหนักตัวรถ 1,980 กิโลกรัม
พื้นที่เก็บสัมภาระ 890 ลิตร (ยังไม่พับเบาะหลัง)
ความจุถังเชื้อเพลิง 75 ลิตร

ล้อและยาง
ล้ออัลลอยขอบ 20 นิ้ว ขนาด 9J x 20  ยาง goodyear eagle f1 suv 4x4 ขนาด 285/45 R20 ทั้งสี่ล้อ พร้อมชุดซ่อมยางฉุกเฉิน

มิติตัวถัง
ความกว้าง 1,968 มิลลิเมตร
ความยาว 5,052 มิลลิเมตร
ความสูง 1,741 มิลลิเมตร 
ฐานล้อ 2,994 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า 1,697 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหลัง 1,691 มิลลิเมตร
ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้อง 200 มิลลิเมตร 

ระบบความปลอดภัย

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง 
ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย
ระบบป้องกัน pre sense แบบพื้นฐาน (Audi pre sense basic) 
ระบบเบรกมือไฟฟ้า
ระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง (Audi hold assist) 
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) 
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic brake distribution) 
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Anti-slip regulation) 
ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic control system with
stabilization function)
เซนเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด
กล้องแสดงภาพด้านหลัง ขณะถอยจอด 
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก 
ชุดปฐมพยาบาล

อุปกรณ์มาตรฐาน

ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select)
ชุดตกแต่งภายนอกแบบ S line
ไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบฉีดน้ำความสะอาด (Headlight washer system)
ไฟ daytime LED สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ทำงานอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันหน่วงเวลาการปิดไฟหน้า
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
กระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ 
กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ไล่ฝ้า, พับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง

ความสะดวกสบาย

เบาะนั่งหุ้มหนัง
เบาะผู้โดยสารด้านหลังพับได้ 
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบดีลักซ์ควบคุมอุณหภูมิ แยกอิสระ 4 โซน
พวงมาลัยหนังมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน แบบสปอร์ต
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle shift) 
ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise control)
ระบบ Comfort key พร้อมเซนเซอร์ควบคุมการเปิดที่เก็บสัมภาระท้ายรถ

ระบบข้อมูลและความบันเทิง

ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bose พร้อมระบบเสียง 3 มิติ
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth
ระบบ MMI Radio plus
จอสีขนาด 7 นิ้ว
จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี
รองรับ CD, MP3 และ SD card 
ช่องเชื่อมต่อ AUX-IN และ USB 
ไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร (Ambient lighting)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/