วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใยอาหารกับกระเจี๊ยบเขียว

พืชผักสมุนไพรเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

ทั้งวิตามินและแร่ธาตุชนิดต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่สำคัญพืชผัก สมุนไพรแทบทุกชนิดมีใยอาหาร ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย 2 ชนิดคือ ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ไม่ถูกย่อยหรือถูกย่อยน้อยมาก

เมื่อไม่ย่อยก็จะไปเพิ่มปริมาณเนื้ออุจจาระ ลดระยะเวลาที่กากอาหารตกค้างในทางเดินอาหารให้สั้นลง ใยอาหารชนิดนี้ พบมากในข้าวสาลีรำข้าวสาลี มะขาม เปลือกผลไม้ และผักชนิดต่างๆ

อีกชนิด คือ ใยอาหารชนิดละลายน้ำ ถูกย่อยได้ดี มีความหนืดทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น รู้สึกอิ่มง่าย พบมากในข้าวโอ๊ต ข้าวฟ่าง เมล็ดถั่ว เนื้อผลไม้ เช่น พรุน แอปเปิ้ล กล้วยน้ำว้า มะขามเทศ กระเจี๊ยบเขียว เป็นผักอีกชนิดที่อุดมไปด้วยใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ คนไทยนิยมปลูกกันริมรั้ว ไว้เก็บทานโดยนำมาจิ้มกับน้ำพริก ทานได้ทั้งแบบต้มและแบบดิบ

ปัจจุบันกระเจี๊ยบเขียว ยังเป็นผักที่ปลูกเพื่อการส่งออก มีตลาดส่งออกที่สำคัญคือ ญี่ปุ่น อีกด้วย

วันนี้ มันมากับอาหาร ได้เก็บตัวอย่างกระเจี๊ยบเขียวสด จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณใยอาหาร

ผลวิเคราะห์พบว่า ในกระเจี๊ยบเขียวหนัก 100 กรัม มีปริมาณใยอาหารประมาณ 3.12-4.28 กรัม นับว่ากระเจี๊ยบเขียว เป็นผักอีกชนิด ที่เป็นแหล่งของใยอาหาร

ปกติในผู้ใหญ่ อายุ 20 ปีขึ้นไป ควรได้รับใยอาหารปริมาณ 25 กรัมต่อวัน เพื่อเพิ่มประโยชน์ในด้านสุขภาพให้แก่ร่างกาย เช่น ป้องกันโรคท้องผูก มะเร็งในลำไส้ใหญ่ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ควบคุมโรคเบาหวาน และช่วยควบคุมน้ำหนัก

แต่ก็ไม่ควรได้รับเกิน 50 กรัมต่อวัน เพราะใยอาหารอาจไปขัดขวางการดูดซึมวิตามิน และแร่ธาตุบางชนิดได้

วันนี้ จึงไม่ควรมองข้ามการเลือกทานอาหารที่เป็นแหล่งของใยอาหารด้วย เพื่อสุขภาพที่ดี.