วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุทธศาสตร์ชาติ 3 ระดับ

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ได้สรุปแผนและนโยบายเพื่อเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 3 ปี คือระหว่างปี 2557 ถึง 2560 มีอยู่ทั้งหมด 115 แผน ถือว่าเยอะมาก ซึ่งแบ่งเป็น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจะบรรลุเป้าหมายในสิ้นปีนี้

ส่วนระยะที่ 3 ซึ่งมีความต่อเนื่อง จะมีทั้งแผนยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมแห่งชาติ แผนมนุษยชนแห่งชาติ แผนยุทธศาสตร์สวัสดิการสังคมไทย แผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ แผนยุทธศาสตร์การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เชิงบูรณาการ แผนแม่บทป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย แผนงาน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025 แผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำ แผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นต้น

ยังมีแผนที่ต้องทำต่อเนื่องไปจนถึงปี 2568 เช่น แผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยระยะ 10 ปี บางแผนก็ยาวไปจนถึงปี 2573 เช่น ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ หรือแผนแม่บทเพื่อพัฒนาการเกษตร แผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน มีไปจนถึงปี 2564 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงการกำหนดแผนงานและนโยบายในเชิงยุทธศาสตร์ด้านต่างๆแล้ว ค่อนข้างจะมีความสับสนในเรื่องของ การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ขาดเจ้าภาพที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ทำให้แผนและนโยบายดีๆเหล่านี้ขาดความต่อเนื่องและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระยะเวลาที่จำกัดของรัฐบาลและความไม่แน่นอนทางการเมืองในอนาคตระหว่างรอยต่อของประชาธิปไตยกับการยึดอำนาจและความชัดเจนในการเลือกตั้งจะเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการพัฒนาความเจริญเติบโตของประเทศ

ถ้าจะวัดกันที่ความไม่แน่นอนทางการเมือง ก็ต้อง เรียนรู้จากการเมืองที่ประชาธิปไตยพัฒนาแล้ว ประเทศ อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือแม้แต่ประเทศมหาอำนาจ จีน สหรัฐฯ เยอรมนี รัสเซีย ก็มีวิกฤติการเมือง มีการเลือกตั้งบ่อยๆ บางครั้งกองทัพก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากการเมืองที่เกิดขึ้นในบ้านเราเท่าไหร่

เพียงแต่ว่าประเทศเหล่านี้ การเมืองภาคประชาชนจะมีความเข้มแข็ง และการตัดสินใจของประชาชนเสียงส่วนใหญ่จะมีอำนาจเด็ดขาด ไม่ใช่ต้องฟังเสียงข้างน้อยหรือคนกลุ่มน้อยมีอำนาจชี้นำเหมือนในประเทศไทย

เสียดายว่า แผนและนโยบายเหล่านี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้สานต่อหรือเมื่อบรรจุเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติแล้วจะถูกนำไปปฏิบัติให้เป็นแนวทางสำหรับพรรคการเมืองหรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแค่ไหน

ความจริงประเทศไทยมี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มากที่สุดมี คณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติ มากที่สุด มีการเปลี่ยนแปลง บ่อยที่สุด มีรัฐธรรมนูญปกครอง มากที่สุด

แต่กลับเป็นประเทศที่มีการพัฒนาช้าที่สุด.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ได้สรุปแผนและนโยบายเพื่อเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 3 ปี คือระหว่างปี 2557 ถึง 2560 มีอยู่ทั้งหมด 115 แผน... 14 ธ.ค. 2560 09:38 14 ธ.ค. 2560 14:54 ไทยรัฐ