วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.พาณิชย์สั่งสอบราคาบุหรี่นอก

ปลายเดือนที่แล้ว ผมเขียนถึงเรื่องที่ โรงงานยาสูบเรียกร้องให้กระทรวงการคลังระงับใช้กฎหมายภาษีบุหรี่ใหม่ อ้างว่าทำให้เสียส่วนแบ่งตลาดให้บุหรี่นอก ภาษีใหม่มี 2 อัตรา คือ ถ้าขายซองละไม่เกิน 60 บาท เสียภาษี 20% ถ้าขายซองละเกิน 60 บาท เสียภาษี 40% แต่มันแปลกก็คือ โรงงานยาสูบกลับขึ้นราคาบุหรี่ที่ขายตํ่ากว่าซองละ 60 บาท เสียภาษี 20% ไปขายซองละ 63 บาท ทำให้เสียภาษีเพิ่มเท่าตัวเป็น 40% ในขณะที่ บุหรี่นอกที่ขายซองละ 72 บาท กลับลดราคาลงมาขายซองละ 60 บาท เพื่อเสียภาษี 20% เสียภาษีลดลงเท่าตัว

ผมงงกับ พฤติกรรมแปลกๆ ของ โรงงานยาสูบ ขณะเดียวกันก็ตั้งคำถาม กระทรวงพาณิชย์ ว่าการลดราคาของบุหรี่นอก เข้าข่ายกฎหมายทุ่มตลาดหรือไม่ ก็มีคำตอบจาก คุณบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ โฆษกกระทรวง ชี้แจงดังนี้ครับ

“1.กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน มีการกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยจะกำหนดสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการครองชีพให้เป็นสินค้าและบริการควบคุม และกำหนดมาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลราคาจำหน่าย สำหรับสินค้าบุหรี่เป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการครองชีพ จึงไม่ได้กำหนดเป็นสินค้าควบคุม และไม่มีมาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลจำหน่าย แต่หากพบว่าจงใจที่จะทำให้ราคาต่ำเกินสมควรหรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาสินค้า อาจเข้าข่ายการทำความผิด ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2.จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสุราและบุหรี่ โรงงานยาสูบได้ปรับราคาบุหรี่ที่ผลิตในประเทศบางรายการจากราคาจำหน่ายปลีกซองละ 60 บาท เพิ่มขึ้นเป็นราคาจำหน่ายปลีกซองละ 63 บาท เพื่อเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 40 ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้จะต้องปรับราคาจำหน่ายปลีกเพิ่มขึ้นเป็นซองละ 90 บาท ในขณะที่ ผู้นำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ ได้มีการปรับลดราคาบุหรี่นำเข้าบางรายการ จากราคาจำหน่ายปลีกเดิมซองละ 70 บาท และ 72 บาท ลดเหลือซองละ 60 บาท ทำให้เสียภาษีสรรพสามิตลดลงจากร้อยละ 40 เหลือร้อยละ 20 ส่งผลให้บุหรี่นำเข้ามีราคาถูกกว่าบุหรี่ที่ผลิตในประเทศ ทำให้ยอดขายบุหรี่นำเข้าเพิ่มมากขึ้น และบุหรี่ที่ผลิตในประเทศมียอดขายลดลง ซึ่ง กรมการค้าภายใน จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า การปรับลดราคาจำหน่ายบุหรี่นำเข้าดังกล่าว มีสาเหตุมาจาก การเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราที่ลดลง หรือเป็นการจงใจกำหนดราคาจำหน่ายต่ำเกินสมควร หากเป็นการจงใจกำหนดราคาต่ำเกินสมควรก็อาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

อนึ่ง หาก โรงงานยาสูบ เห็นว่า การลดราคาจำหน่ายของบุหรี่ต่างประเทศ ทำให้เกิดความเสียหายในลักษณะของการทุ่มตลาดตาม พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.2542 ก็สามารถร้องเรียนได้ที่ กรมการค้าต่างประเทศ โดยมีหลักเกณฑ์ตามข้อตกลงการทุ่มตลาดภายใต้ องค์การการค้าโลก (WTO) กำหนดให้ผู้ร้องจะต้องเป็นผู้ผลิตสินค้าในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการทุ่มตลาด และจะต้องแสดงข้อมูลว่ามีการทุ่มตลาด โดยราคาส่งออกสินค้าต่ำกว่าราคาที่จำหน่ายในประเทศของผู้ส่งออกสินค้าดังกล่าว รวมทั้งต้องแสดงข้อมูลว่า มีความเสียหายเกิดขึ้นจากการทุ่มตลาด ทั้งนี้ การดำเนินการทางกฎหมายในกรณีการทุ่มตลาด จะกระทำได้ต่อเมื่อมีผู้เสียหายร้องเรียนเท่านั้น”ผมต้องขอบคุณ คุณบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ที่ชี้แจงมาอย่างละเอียดชัดเจน แต่เรื่องนี้มันแปลกที่พฤติกรรมของโรงงานยาสูบเอง แทนที่จะดำเนินการตามที่ท่านโฆษกชี้แจง กลับไปกดดันเรียกร้องให้กระทรวงการคลังยกเลิกภาษีบุหรี่ใหม่

งานนี้เลยไม่รู้ เข้าทางใคร??? แต่พฤติกรรมมันแปลกจนน่าสงสัย สตง. ป.ป.ช. น่าจะเข้าไปสอบสวนดูให้กระจ่าง.

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

บุหรี่นอกดัมพ์ราคาทุ่มตลาด ก.พาณิชย์ทำอะไรอยู่

“ลม เปลี่ยนทิศ”