วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้าย ‘ขนส่ง’ คนขอนแก่นระทม EP.2 ลือ ‘คนมีสี’ เอี่ยว ‘นายทุน’ จริงหรือ?

“ต่อรถต่อรา เสียเวลาเดินทาง ห่างไกลไปยาก...” เสียงเรียกร้องจากชาวขอนแก่น(บางส่วน) ที่ได้รับผลกระทบจากการยุบ ‘สถานีขนส่งแห่งเก่า’ เพื่อย้ายไปใช้ ‘สถานีขนส่งแห่งใหม่’

เรื่องราวจากน้ำผึ้งหยดเดียวบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อชาวบ้านออกมาเดินขบวนรวมตัวประกาศจุดยืน หวังให้จังหวัดขอนแก่นเปิดใช้สถานีขนส่งควบคู่กันไปทั้ง 2 แห่ง และมีการเดินเท้าเข้ากรุงเพื่อยื่นฎีการ้องทุกข์ต่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

ขณะเดียวกัน ชาวบ้านบางรายยังตั้งข้อสงสัย รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายดังกล่าวว่า “ปมขัดแย้งจากการย้ายสถานีขนส่งในครั้งนี้ คนมีสีเข้ามาเอี่ยวด้วยหรือไม่?”

ยุบ 'ที่เก่า' ย้ายไปใหม่ 'ที่ใหม่' ขนส่งแจง ทำไมมี 2 แห่งไม่ได้?

นายวิโรจน์ วิริยะจันทร์ ขนส่งจังหวัดขอนแก่น กล่าวกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงปัญหาย้ายสถานีขนส่งว่า เดิมที การยุบ ‘สถานีขนส่งแห่งเก่า’ เพื่อย้ายไปใช้ ‘สถานีขนส่งแห่งใหม่’ นั้น เป็นแผนพัฒนาจังหวัดตั้งแต่ปี 2557 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาเมืองขอนแก่นให้เป็นสมาร์ทซิตี้ และมุ่งหวังที่จะแก้ไขปัญหาจราจรแออัดในเขตเมือง พร้อมรองรับการเจริญเติบโตของจังหวัดขอนแก่น

“ในยุคนั้น คณะกรรมการประจำจังหวัดมีการเสนอว่า ให้ย้ายสถานีขนส่งแห่งเก่าไปแห่งใหม่ ซึ่งสถานีขนส่งแห่งใหม่นั้น มีพื้นที่รองรับมากถึง 20 ไร่ จากนั้น ทางจังหวัดได้มีการเสนอเรื่องไปยังกรมขนส่งทางบก ซึ่งอธิบดีกรมขนส่งทางบกได้มีการอนุมัติเห็นชอบในเรื่องนี้ด้วย” นายวิโรจน์ กล่าวถึงที่มาของเรื่องราวโดยละเอียด

นายวิโรจน์ กล่าวต่อไปอีกว่า ต่อมา มีบุคคลกกลุ่มหนึ่งออกมาคัดค้านกรณีการย้ายขนส่ง และได้ดำเนินการฟ้องศาลปกครองขอนแก่น จากนั้น ศาลปกครองขอนแก่นได้พิจารณายกฟ้องคำคัดค้านดังกล่าว โดยเนื้อหาของคำพิพากษานั้น มีการวิเคราะห์ไว้โดยละเอียดแล้วว่า ตามที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามาว่ามีคนเดือดร้อนจากการย้ายสถานีขนส่งนั้น ถือว่ามีทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบ และได้ประโยชน์

“แต่เมื่อเทียบคนเดือดร้อน และคนที่ได้ประโยชน์ พบว่าคนที่ได้ประโยชน์นั้นมีมากกว่า ซึ่งคนส่วนน้อยก็อาจจะรับภาระเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสังคม ดังนั้น ศาลปกครองขอนแก่นจึงมีคำตัดสินพิพากษายกฟ้อง” นายวิโรจน์ ลำดับเรื่องราว

นายวิโรจน์ กล่าวต่ออีกว่า จากนั้น ศาลปกครองขอนแก่น มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศกรมการขนส่งทางบก โดยให้รถโดยสารบางส่วนกลับมาใช้สถานีขนส่งทั้ง 2 สถานีควบคู่กัน ภายหลังจากที่มีคำพิพากษา 45 วัน ซึ่งวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ถือว่าคำสั่งทุเลาการบังคับดังกล่าว เป็นที่สิ้นสุด และผู้ให้บริการรถโดยสารต้องย้ายมาให้บริการที่สถานีขนส่งแห่งใหม่ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้ลอบเข้าไปให้บริการในสถานีขนส่งแห่งเก่า และรวมตัวกันคัดค้าน จนในที่สุดได้มีการเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อถวายฎีการ้องทุกข์ต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

“ณ วันนี้ ผู้ให้บริการรถโดยสารได้เข้ามาให้บริการที่สถานีขนส่งแห่งใหม่ทุกสายแล้ว ซึ่งผมไม่อยากจะบอกว่า กลุ่มที่ประท้วงจริงๆ นั้นก็เป็นคนหน้าเก่าๆ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับรถโดยสารเท่าใดนัก แต่จะเป็นกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง หรือกลุ่มผู้เสียประโยชน์ซะมากกว่า” นายวิโรจน์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จังหวัดขอนแก่นจะมีสถานีขนส่ง 2 แห่งพร้อมกันไม่ได้หรือ? นายวิโรจน์ ขนส่งจังหวัดขอนแก่น ตอบว่า “มันเป็นเรื่องของเหตุผล และความจำเป็น ตามหลักทฤษฎีแล้วนั้น การมีสถานีขนส่งแห่งเดียว ถือว่าถูกต้องที่สุด และต้องมีให้ครบวงจรภายในสถานีขนส่งแห่งเดียว เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนขึ้นในภายหลัง นอกจากนี้ สถานีขนส่งแห่งใหม่ยังมีขนาดที่ดินมากถึง 20 ไร่ ซึ่งถือได้ว่ามีความพร้อมที่จะรองรับการขยายการเติบโตที่อาจจะมีขึ้นในภายภาคหน้า”

ส่วนกรณีที่ประชาชนบางท่าน ตั้งข้อสงสัยว่า ขนส่งจังหวัดขอนแก่นนั้น มีการรับผลประโยชน์จากกลุ่มทุน (ที่ได้รับประโยชน์จากการย้ายไปสถานีขนส่งแห่งใหม่) หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า “ตรงนี้เป็นประเด็นที่เอามาพูดกันเฉยๆ จริงๆ ที่ดินตรงนั้น กรมขนส่งทางบกซื้อโดยใช้งบไทยเข้มแข็งตั้งนานมาแล้ว ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของใคร อย่างตัวผมเพิ่งย้ายมาได้ 1 ปี เขาก็ซื้อกันมาตั้งนานแล้ว การพัฒนาด้วยการย้ายไปพื้นที่อื่น ย่อมมีผู้ที่ได้รับประโยชน์ และผู้ที่เสียประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสังคม”

ผู้สื่อข่าวซักต่อว่า การย้ายสถานีขนส่งแห่งเก่าไปแห่งใหม่นั้น ผู้ที่ได้รับประโยชน์ มีมากกว่าผู้ที่เสียประโยชน์ พิจารณาจากอะไร?

นายวิโรจน์ ตอบข้อซักถามนี้ ด้วยการแบ่งเป็นข้อๆ ว่า 1. คำว่าประชาชน ต้องหมายรวมถึงประชาชนทั้งจังหวัดขอนแก่น แต่สำหรับผู้ประท้วงอาจมองว่า กลุ่มคนที่เสียประโยชน์นั้น ก็คือ กลุ่มคนที่อยู่ในสถานีขนส่งแห่งเก่า

2. การย้ายสถานีขนส่งนั้น ถูกพิจารณาและลงความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องหลายภาคฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ภาคประชาชน, หอการค้า, นายกเทศมนตรี และอื่นๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทุกภาคฝ่ายมีกระบวนการประชุมหารือในเรื่องดังกล่าวมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ต่างพิจารณา และลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน จนในที่สุดได้มีมติออกมา

“สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทางหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้หาวิธีเยียวยาให้แก่บุคคลเหล่านี้มาโดยตลอด ยกตัวอย่างเช่น แม่ค้า เราก็พยายามจัดหาสถานที่ขายในสถานีขนส่งแห่งที่ 3 ให้ แต่ส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะไม่ไป ซึ่งเขาให้เหตุผลว่า ไกล ไม่อยากไปสนับสนุนนายทุน” นายวิโรจน์ มึนงงกับเหตุผลของพ่อค้าแม่ขาย

“ส่วนภาคประชาชนที่เดือดร้อน และได้รับผลกระทบจากการย้ายสถานีขนส่ง ทางเราก็ได้จัดรถรับส่งจากขนส่งเก่า ไปขนส่งใหม่ไว้ให้บริการฟรีตลอดทั้งวัน จนกว่าประชาชนจะคุ้นชิน ซึ่งไม่ค่อยมีใครขึ้นสักเท่าไร” นายวิโรจน์ กล่าวถึงกระบวนการบรรเทาความเดือดร้อน

“การย้ายสถานีขนส่งแห่งเก่าไปแห่งใหม่นั้น ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เขาก็ทำเพื่อประโยชน์ของบ้านของเมืองทั้งนั้น ในท้ายที่สุด ประโยชน์ที่คนขอนแก่นจะได้รับ คือ การจราจรที่ลื่นไหล บ้านเมืองที่เป็นระเบียบ” นายวิโรจน์ ทิ้งท้าย

เปิดใจ 'เจ้าเมืองของแก่น' ปัญหาวุ่น ย้ายขนส่ง

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังมีโอกาสได้พูดคุยกับ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ถึงประเด็นความขัดแย้งดังกล่าว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา พ่อเมืองขอนแก่น ถูกโยงว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของกลุ่มทุนบางกลุ่ม

“ผมเพิ่งมา หากผมพูดไปก็เหมือนกับต่อความยาวสาวความยืด” นายสมศักดิ์ พ่อเมืองขอนแก่น ไม่อยากชี้แจงใดๆ มาก อยากให้คนขอนแก่นรักสมัครสมาน

นายสมศักดิ์ พ่อเมืองขอนแก่น เปิดใจกับทีมข่าวว่า “การย้ายสถานีขนส่งนั้น ถูกคิดและริเริ่มตั้งแต่สมัย นายกำธร ถาวรสถิตย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น แต่ถ้าให้พูดตรงๆ คือ ฝีมาแตกตอนนี้พอดี”

“ในทางกลับกัน หากศาลปกครองขอนแก่น มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศกรมการขนส่งทางบก ซึ่งฝ่ายราชการก็จะหยุดดำเนินการทันที แต่ ณ ขณะนี้คือ ทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมาย และเจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองที่ได้มีคำสั่งออกมาก่อนหน้านี้ว่า ย้ายสถานีขนส่ง” นายสมศักดิ์ พ่อเมืองขอนแก่น กล่าวไปตามกระบวนการ

นายสมศักดิ์ พ่อเมืองขอนแก่น ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่กระทำตาม เจ้าหน้าที่รัฐก็เสี่ยงที่จะโดนมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (“มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”) 

“เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนระมัดระวังมาก อยากให้ทุกคนเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย” นายสมศักดิ์ พ่อเมืองขอนแก่น ขอความเห็นใจ.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ย้าย ‘ขนส่ง’ คนขอนแก่นระทม EP.1 ไกล ตื่นเช้า เปลืองเงิน! เสียงร้องจากชาวบ้านที่เดือดร้อน (คลิป)

“ต่อรถต่อรา เสียเวลาเดินทาง ห่างไกลไปยาก...” เสียงเรียกร้องจากชาวขอนแก่น(บางส่วน) ที่ได้รับผลกระทบจากการยุบ ‘สถานีขนส่งแห่งเก่า’ เพื่อย้ายไปใช้ ‘สถานีขนส่งแห่งใหม่’... 13 ธ.ค. 2560 19:49 15 ธ.ค. 2560 06:02 ไทยรัฐ