วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้หรือไม่! รปภ. อาชีพเสี่ยงภัย เจ็บ ตาย ใช้ได้แค่ประกันสังคม

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดกรณีผู้โดยสารรถไฟฟ้า ได้ถูกชายอีกคนใช้เข็มขัดฟาดจนเลือดอาบแขน และมีการแชร์คลิปบนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยปฐมบทของเรื่องมาจากเจ้าของเฟซบุ๊ก Rapeepat Tanpratoomvong เหยื่อจากเหตุการณ์ครั้งนี้ระบุว่า ได้เห็นชายคนดังกล่าว ได้แอบถ่ายหน้าอกของหญิงสาวบนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ แต่ต่อมาได้แจ้งเจ้าหน้าที่ กระทั่งชายคนดังกล่าวได้ติดตามมาทำร้ายพลเมืองดีที่แจ้งเจ้าหน้าที่ โดยที่ รปภ.ไม่ได้เข้าช่วยเหลือ.. (อ่านรายละเอียด https://www.thairath.co.th/content/1145165)

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ทางรถไฟฟ้ามหานคร หรือ MRT ได้ส่งหนังสือชี้แจงสรุปว่า การปฏิบัติงานของพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ประจำชั้นชานชาลา สถานีบางพลู เป็นไปตามคู่มือสำหรับ รปภ. ขณะเกิดเหตุ ได้ประเมินว่าเป็นการทะเลาะวิวาท มีการใช้วาจาโต้เถียงกันเป็นระยะ จึงได้เข้าห้ามปราม และรายงานเหตุการณ์ไปยังหัวหน้าสถานีให้ทราบโดยทันที นอกจากนี้ในสถานีก็มีกล้องติดตามเป็นระยะ และมีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนผู้บาดเจ็บ พนักงานได้พาไปรักษาที่ห้องปฐมพยาบาลและอำนวยความสะดวกในการรักษา ต่อมาทราบว่าคู่กรณีได้มีการเจรจา และยอมชดใช้ให้ผู้เสียหาย (อ่านรายละเอียด https://www.thairath.co.th/content/1145165)

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้พยายามติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องของ MRT ถึงภาระหน้าที่ของ รปภ. แต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้ระบุว่า ผู้บริหารไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ โดยที่ผ่านมา ได้มีการชี้แจงผ่านช่องทางหนังสือแล้ว อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวฯ​ จึงสอบถามเรื่องนี้ไปยังผู้บริหาร บีทีเอส ซึ่งเป็นผู้บริการขนส่งสาธารณะให้กับประชาชนเช่นเดียวกัน ซึ่ง ดร.อาณัติ อาภาภิรม ประธานคณะกรรมการ ที่ปรึกษาบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ว่า มาตรฐานการดูแลรักษาความปลอดภัยของ BTS มีมากมาย หากจะไล่คงตอบไม่หมด เพราะเราเดินรถมา 17 ปีแล้ว ได้เรียนรู้มาโดยตลอด

หน้าที่ของ รปภ. BTS คือ
1.ให้ความสะดวกผู้โดยสาร
2.ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ หากเห็นว่าเกิดอุบัติเหตุก็จะต้องเข้าไปช่วย
3.คอยดูแลเรื่องการก่อเหตุวินาศกรรม

ส่วนกรณีผู้โดยสารทะเลาะกันนั้นเป็นเรื่องที่จัดการได้ยาก เนื่องจาก รปภ. ไม่มีอำนาจ อะไร คนที่มีอำนาจหน้าที่จัดการเรื่องนี้คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะหากคู่กรณีมีปัญหากันก็จะต้องไปจบที่สถานีตำรวจ แต่สิ่งที่ รปภ. ทำได้คือ การระงับเหตุ “เท่าที่จะทำได้”

เมื่อถามว่า ในโลกโซเชียลฯ มีการแชร์ข้อมูลว่า รปภ. ไม่สามารถแตะเนื้อต้องตัวผู้โดยสารได้ เป็นความจริงแค่ไหน ดร.อาณัติ กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง เพราะ รปภ.​ ของสถานีรถไฟฟ้านั้น จะถูกสอนมาว่า “ไม่จำเป็นไม่ควรถูกตัวผู้โดยสาร” ยกเว้นกรณีจะเกิดอุบัติเหตุ เช่น ผู้โดยสารตกราง

หากผู้โดยสารกระทำความผิด สิ่งที่ รปภ. จะทำได้คือ การเตือน หรือเป่านกหวีด เช่น การล้ำเส้นเหลือง รปภ. จะเป่านกหวีดทันที จะไปฉุดมือผู้โดยสาร แบบนี้ทำไม่ได้ ยกเว้นที่เป็นเรื่องพิเศษจริงๆ ซึ่งที่ผ่านมา เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ที่ผู้โดยสารกระทำผิด และฝ่าฝืนไม่ยอมหยุด จึงได้มีการกั้นไว้

หาก รปภ. พลาดพลั้งทำร้ายผู้โดยสารจากการป้องปราม จะมีความผิดหรือไม่ ดร.อาณัติ กล่าวว่า หากมีการทำร้ายกันจริงๆ ผู้โดยสารรายนั้นอาจมีสิทธิ์ไปแจ้งความในคดีอาญา ตำรวจก็จะเข้ามาสืบสวนและตัดสิน

หากเจอผู้โดยสารคุกคามทางเพศผู้โดยสารท่านอื่น รปภ. สามารถทำอะไรได้บ้าง ดร.อาณัติ กล่าวว่า รปภ. มีสิทธิ์ขอกักตัวผู้โดยสารที่กระทำดังกล่าวได้ โดยจะมีการแจ้งความให้ตำรวจเป็นผู้ตัดสิน เพราะเรื่องนี้เป็นกฎหมายบ้านเมือง หากเขาโวยวายไม่ยอม จะทำอย่างไร เราเองก็ทำอะไรไม่ได้ แต่เราสามารถไม่ให้เขาใช้บริการได้

อาชีพ รปภ.​ รับภาระเสี่ยงภัย มีหน้าที่ยับยั้งเหตุตามสมควร 

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวฯ ได้สอบถามประเด็นร้อนที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ กับ นายวัชรพล บุษมงคล นายกสมาคมผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัย ให้ความเห็นในประเด็นนี้ว่า ในหลักการเกิดเหตุแล้ว ในฐานะ รปภ. จำเป็นต้องเข้าไประงับยับยั้ง เพื่อไม่ให้เกิดการทำร้ายร่างกายกัน โดย รปภ.​จำเป็นต้องดูว่าคนร้ายนั้นมีอาวุธยุทโธปกรณ์อะไรบ้าง หากยับยั้งได้ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ เช่น กระบอง ซึ่งตรงนี้ รปภ. จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณในความเป็น รปภ. เข้าไปดำเนินการแก้ปัญหาได้ ซึ่งถือเป็น “หน้าที่” ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ตนมองว่าเป็นวิจารณญาณของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ในความเป็นจริง รปภ. สามารถจับกุม หรือผลักดันได้ เพื่อหยุดยั้งเหตุ

“จริงๆ ตรงนั้น รปภ. สามารถให้คนอื่นเข้าช่วยได้ เช่น เพื่อน รปภ.​ เจ้าหน้าที่ หรือผู้บังคับบัญชา หรือจะทำการบันทึกภาพ เรียกว่าทำอะไรก็ได้เพื่อให้เขาหยุดยั้ง แต่เกิดเหตุแบบนี้แล้วเรามองดูเฉยๆ มันคงไม่ถูกหลัก เราอาจจะเอาตัวกั้น หรือแม้กระทั่งกระบอง (ที่มีอยู่) ตีได้ แต่ไม่ได้ทำให้บาดเจ็บหนักหรือล้มตาย แต่เป็นเพียงการยับยั้งการสูญเสีย หรือความเสียหาย ซึ่งตรงนี้มันอยู่ที่เจตนาในการทำหน้าที่ ยิ่งการช่วยเหลือคนด้วยแล้ว รปภ.​สามารถทำได้อยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องซึ่งหน้า และอยู่ที่การฝึกฝนด้วย”

นายวัชรพล กล่าวว่า การเป็น รปภ. มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ รวมไปถึงเฝ้าระวังบุคคล ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รปภ. ต้องระมัดระวังป้องกัน ซึ่งเป็นการกระทำสมควรแก่เหตุ ตามหน้าที่

กฎหมายอำนวยความสะดวกแค่ไหน..? ทีมข่าวยิงคำถาม นายกฯ สมาคม รปภ. กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ปี 2558 ระบุว่า รปภ. เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ให้อำนาจในการป้องกันเหตุซึ่งหน้า แต่การจับกุมนั้นไม่ใช่ลักษณะงานที่เขียนไว้ ซึ่งตรงนี้ควรจะมีการเพิ่มเติม แต่ทั้งนี้ รปภ. ก็ควรจะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดได้

เมื่อถามว่า หาก รปภ. ลงไม้ลงมือ ทำให้คนอื่นบาดเจ็บแล้ว กฎหมายจะคุ้มครองหรือไม่ นายกสมาคมผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัย ยอมรับว่า กฎหมายคุ้มครองในเหตุทั่วไป คือ การป้องกันตัวเอง แต่นายจ้างเองก็ควรจะให้ความช่วยเหลือ เพราะเป็นการทำหน้าที่โดยชอบ นายจ้างไม่สามารถตำหนิติเตียนได้ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการทำร้ายร่างกาย ยกเว้น ว่า รปภ.​ไปทำอะไรรุนแรงเกินไป ทั้งนี้ รปภ.​สามารถทำอะไรเพื่อเป็นการป้องปรามได้

กรณี รปภ. ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน ทางกฎหมายจะมีอะไรคุ้มครองบ้าง.. นายวัชรพล กล่าวว่า ก็เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั่วไป เช่น พ.ร.บ.ประกันสังคม หรือกองทุนทดแทน ยกเว้นบางบริษัทมีการประกันภัย หรือประกันชีวิตให้ แต่สิ่งเหล่านี้สมาคม รปภ.​เอง ได้พยายามเรียกร้องให้อาชีพ รปภ.อยู่ เพื่อให้เพิ่มใน พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 เพราะหากเขาเป็นอะไรระหว่างทำหน้าที่ ก็จำเป็นต้องมีการช่วยเหลือ เพราะหน้าที่ รปภ.นั้นมีความเสี่ยงภัย เป็นลักษณะงานพิเศษ ดังนั้นมันควรจะคุ้มครองเขาในฐานะผู้บริโภคด้วย และสิ่งนี้จะเป็นสิ่งจูงใจให้เขาทำงานในอาชีพที่มีความมั่นคง

สรุปความคือ ตามกฎหมาย คือ ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีอำนาจและความคุ้มครองใดเลย ใช่หรือไม่ นายวัชรพลยอมรับว่า สิ่งนี้ทางสมาคมฯ กำลังเดินหน้าผลักดันให้การช่วยเหลืออยู่ แต่ตอนนี้กฎหมายยังไม่ส่งเสริม เราจึงต้องต่อสู้กันต่อไป  

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน