วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.โท ไม่รับชดใช้ 7 หมื่น จ่อฟ้องแพ่ง ฉ้อโกง ม.กรุงเทพธนฯ ปมเรียนจบไร้วุฒิฯ

ไกล่เกลี่ยไม่เป็นผล! ม.กรุงเทพธนบุรี ยื่นข้อเสนอตามมติเดิม เยียวยา 70,000 บาทเรียนหลักสูตรใหม่ฟรี 2 ปี ด้าน กลุ่มนศ.ไม่พอใจ เรียนจบแต่หลักสูตรโมฆะ ได้รับความเสียหายเพียบ เตรียมขอความช่วยเหลือสภาทนายฯ ฟ้องแพ่ง และคดีฉ้อโกงประชาชน...

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. เวลา 9.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักศึกษาปริญญาโท ม.กรุงเทพธนบุรี จำนวน 20 คน เข้าพบสภาทนายฯ เพื่อขอความช่วยเหลือในการไกล่เกลี่ย กรณีเรียนจบแต่ไม่มีใบรับรองหลักสูตร โดยมีตัวแทน 3 ฝ่าย คือ นักศึกษา สภาทนายฯ และตัวแทนมหาวิทยาลัยเข้าร่วมในครั้งนี้

สืบเนื่องจากกรณีที่ กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา หลักสูตรปีการศึกษา 1/2557 รวมตัวกัน เพื่อส่งเอกสารและเซ็นหนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยจ่ายค่าเรียนในหลักสูตรดังกล่าวคืน จำนวน 147,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายร้อยละ 7.5 ต่อปี เนื่องจากเรียนจบแล้วไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาจากคุรุสภาได้

อีกทั้ง คุรุสภามีมติไม่รับรองหลักสูตรดังกล่าว และมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษา จำนวน 2,500 ราย เกินกว่าจำนวนที่เสนอขออนุญาตว่าจะมีการรับนักศึกษาเพียง 500 คนเท่านั้น และไม่แจ้งมาให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รับทราบ ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้

ภายหลังจากที่ไกล่เกลี่ยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ผศ.วิทยา เบ็ญจาธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ม.กรุงเทพธนบุรี กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยยืนยันในมติเดิม คือ เยียวยาเป็นจำนวนเงิน 70,000 บาท หรือครึ่งหนึ่งของค่าเล่าเรียน แต่เนื่องจากทางกลุ่มนักศึกษายังไม่พอใจขอมากกว่านี้ ก็คงไม่สามารถที่จะให้ได้ เนื่องจากเป็นมติของสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมองว่าเป็นธรรมแล้ว ซึ่งเงินเยียวยาจำนวนนี้มีนักศึกษารับไปแล้วนับพันคน เพราะฉะนั้น ทางมหาวิทยาลัยจึงต้องให้สิทธิ์เท่าเทียมกัน

ทั้งนี้ นักศึกษาที่เรียนหลักสูตรดังกล่าว มีคนทั่วไปที่เรียนเพื่อปรับวุฒิ ปรับเงินเดือน แต่ส่วนใหญ่ผู้เรียนจะเป็นครู เพื่อนำใบประกอบวิชาชีพไปสมัครสอบรองผู้บริหาร แต่เกิดปัญหาทางมหาวิทยาลัยจึงยินดีรับผิดชอบช่วยเหลือเรื่องนี้แก่นักศึกษา

นอกจากนี้ ปมเหตุที่คุรุสภาไม่รับรองหลักสูตรดังกล่าวเนื่องจากเปิดรับนักศึกษาเกินกว่า 5 เท่านั้น ผศ.วิทยา กล่าวว่า ตอนทำหลักสูตรมีอาจารย์พอต่อสัดส่วนของนักศึกษา แต่ภายหลังจากเปิดหลักสูตรแล้วมีอาจารย์เพิ่มได้จำนวนสัดส่วนก็เปิดเพิ่มไป ต่อมาคุรุสภาจึงออกระเบียบให้หลักสูตรปริญญาโทต้องออกใบรับรองก่อนได้รับใบประกอบวิชาชีพ โดยทางคุรุสภาเห็นว่าทางมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาจำนวนมากจึงไม่รับรองหลักสูตรนี้ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของทางคุรุสภา

“มหาวิทยาลัยไม่ได้ต้องการให้เกิดเรื่อง มันเป็นเหตุบังเอิญจริงๆ ซึ่งคุรุสภาออกเกณฑ์มาตอนปี 57 แต่หลักสูตรนี้เป็นของปี 54 ยังเป็นหลักสูตรเก่าอยู่ ซึ่งเรายินดีรับผิดชอบ เยียวยานักศึกษา หากนักศึกษาคนใดยังไม่ได้รับเงินเยียวยาสามารถไปยื่นคำร้องได้ เราจะเคลียร์ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ แต่ต้องเป็นนักศึกษาที่เป็นครูที่มีสิทธิ์ได้รับเท่านั้น ยืนยันไม่ได้ทอดทิ้งนักศึกษา” รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ม.กรุงเทพธนบุรี ระบุ

ด้าน นายนิโรจน์ นิ่มวิวัฒน์ ประธานนักศึกษาและหัวหน้าแกนนำนักศึกษา กล่าวถึงข้อสรุปหลังการไกล่เกลี่ยว่า ทางมหาวิทยาลัยยืนยันตัวเลขเท่าเดิมคือ 70,000 บาท ซึ่งมีนักศึกษาจำนวนหนึ่งรับเงินชดเชยส่วนนี้ไปแล้ว พร้อมทั้งทางมหาวิทยาลัยยังให้เซ็นเอกสารว่าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากทางมหาวิทยาลัยอีก ส่วนอีก 600 คนยังไม่ได้รับเงินชดเชยจะเดินหน้าฟ้องร้องต่อไป

ส่วนข้อเสนออีกข้อ คือ ให้นักศึกษาไปเรียนหลักสูตรใหม่ฟรี แต่เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักศึกษาไม่มีแล้ว เพราะหลักสูตรดังกล่าวไม่ผ่านเกณฑ์ของคุรุสภา ซึ่งได้ร้องเรียนไปยังคุรุสภาให้ทบทวนใหม่ถึง 4 ครั้งแล้ว แต่ไม่เป็นผล เพราะมีการรับนักศึกษาเกินกว่าที่กำหนดถึง 5 เท่า และโครงสร้างหลักสูตรเก่าไม่สามารถใช้สอนในปี 57 ได้ แต่มหาวิทยาลัยยังคงใช้หลักสูตรของปี 54 มาสอนอยู่ ทั้งๆ ที่คุรุสภามีการประกาศให้เปลี่ยนเกณฑ์ก่อนที่นักศึกษากลุ่มนี้เข้าเรียนอีก จึงเกิดความเสียหายขึ้น

นายนิโรจน์ กล่าวต่อว่า หลังจากจบการศึกษาแล้วนั้น ไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ โดยนักศึกษาไม่สามารถไปขอใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารได้ และบางมหาวิทยาลัยปฏิเสธที่จะใช้วุฒิการศึกษานี้ไปเรียนต่อปริญญาเอก ส่วนค่าเสียหายจากที่ประเมินเบื้องต้นทั้งค่าลงทะเบียนเริ่มแรก ค่าลงทะเบียนตลอดหลักสูตร ค่ากินอยู่ ค่าเอกสาร รวมแล้วประมาณ 300,000 กว่าบาทต่อคน

“ข้อเรียกร้องของเราคือ ต้องการค่าเสียหายที่เยอะกว่าจำนวน 70,000 บาท แล้วต้องการให้มหาวิทยาลัยคุ้มครองสิทธิ์เรา ว่าวิชาที่เราเรียนไปแล้ว ควรได้รับการคุ้มครองโดยอาจจะเป็นการทำ MOU กับมหาวิทยาลัยอื่นและโอนไปเรียนและทำธีสิส เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ของคุรุสภาและสกอ.” หัวหน้าแกนนำนักศึกษา ระบุ

อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายนักศึกษาเองได้เข้าให้ปากคำและเขียนใบตั้งทนายเพื่อฟ้องทางแพ่ง และทางอาญา ในคดีฉ้อโกงประชาชน โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมประมาณ 600 คน ที่ไม่ยอมรับข้อเสนอของทางมหาวิทยาลัย ซึ่งสภาทนายจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมในวันที่ 18 ธ.ค. นี้ เพื่อพิจารณาว่าจะรับเรื่องในคดีนี้หรือไม่ หากปฏิเสธทางกลุ่มนักศึกษาจะจัดหาทนายที่อื่นต่อไป.