วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช. เล็ง ตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติ คุณสมบัติ ว่าที่กกต.ชุดใหม่

สนช.เล็ง ตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติ คุณสมบัติว่าที่กกต.ชุดใหม่ ขีดเส้น 45 วัน ให้สนช.ลงมติให้ความเห็นชอบ ชี้ กฎเหล็กกำหนดคุณสมบัติกกต.ขั้นเทพ ทำคนดังกระเด็นหลุดโผ เพียบ!

วันที่ 6 ธ.ค. นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการสรรหา กกต. และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาส่งรายชื่อ ผู้ได้รับการสรรหาเป็นกกต.เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไป จะต้องส่งรายชื่อทั้ง 7 คน มาให้สนช.พิจารณา ซึ่งจะต้องนำเข้า วิปสนช. เพื่อตั้งกมธ.ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ผ่านการคัดเลือกว่า มีความประพฤติ จริยธรรม อาทิ เคยถูกร้องเรียนเรื่องการทุจริต การประพฤติผิดศีลธรรม ความเป็นกลางทางการเมือง หรือไม่ ถ้ามีต้องเรียกมาสอบถามข้อเท็จจริง จากนั้นจึงส่งเรื่องให้ที่ประชุมสนช. ลงมติให้ความเห็นชอบภายใน 45 วัน นับจากที่คณะกรรมการสรรหา และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาส่งชื่อมาให้ หากสนช.ไม่เห็นชอบใคร เพราะมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ต้องส่งรายชื่อกลับไป เพื่อสรรหาใหม่

นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่คนดังหลายคนไม่ได้รับการคัดเลือก ส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายกำหนดคุณสมบัติกกต.เข้มข้นมาก โดยเฉพาะกรณี ต้องดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ทำให้คนดังหลายคนไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติข้อนี้ เช่น กรณีเป็นข้าราชการ ต้องเป็นอธิบดี หรือปลัดกระทรวงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี หากใครเป็นอธิบดีแล้วย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวง จะไม่อยู่ในเงื่อนไข ให้นับรวมในระยะเวลา 5 ปีได้ หรือหากเป็นตำรวจ และทหารจะต้องเป็น ผบ.ตร. หรือผบ.เหล่าทัพ เท่านั้น จึงมีคุณสมบัติเป็นกกต.ได้ ซึ่งน่าเสียดายเพราะตำรวจระดับผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค หรือแม่ทัพภาค คุมกองกำลังนับพันคน แต่ไม่สามารถลงสมัครได้ เมื่อเทียบกับผู้บริหารรัฐวิสาหกิจบางแห่ง มีกำลังคนเพียงไม่กี่ร้อยคน แต่อยู่ในเงื่อนไขเข้าเกณฑ์สมัครได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ผ่านการคัดเลือก แม้บางคนอาจไม่เป็นที่รู้จัก ชื่อไม่คุ้นหู แต่เมื่อผ่านการคัดเลือกมาแล้ว ถือว่ามีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถเหมาะสม เพราะเกณฑ์การคัดเลือกกำหนดคุณสมบัติไว้สูงมาก