วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวแสบทำทีสั่งข้าวกล่อง-กุเรื่องวุ่น ฉกทรัพย์แม่ค้า มาแล้ว 50 ครั้ง

สาวใหญ่สุดแสบ เลือกเดินเข้าร้านอาหารตามสั่ง-ร้านกาแฟ ทำทีสั่งออร์เดอร์จำนวนมาก สร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย ก่อนอาศัยจังหวะแม่ค้าเผลอฉกทรัพย์สินมีค่า แล้วซิ่งจยย.หนีทันที สุดท้ายไม่รอดเงื้อมมือ ตร.ดอนเมือง สารภาพก่อเหตุมาแล้ว 50 ครั้งในหลายพื้นที่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ธ.ค.60 มีรายงานข่าวว่า พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง พร้อมด้วย พ.ต.ท.อัครวินต์ สุคนธวิท รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.สมภพ เล็กกลาง สว.สส.สน.ดอนเมือง ร.ต.อ.ไพศาล เดชกัลยา ร.ต.อ.ภาคิน ดอกไม้ ร.ต.ท.สมโชค คงตำหนิ ร.ต.ท.กมล ธีระภาพ รอง สว.สส.สน.ดอนเมือง ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.รัชดาพร หรือกุ้ง เฟื่องรอด อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 29/1 ถ.แสงชัชวาลย์ ต.ชุมแสง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ 260/2560 ลงวันที่ 5 ธันวาคม 2560 ข้อหาลักทรัพย์ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำเหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เสื้อลายจุดดำ(ที่ใส่ก่อเหตุ) โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณ บ้านเช่าไม่มีเลขที่ในหมู่บ้านกฤษดานคร ซ.24 ถนนแจ้งวัฒนะ 30 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. เวลาประมาณ 10.40 น. นางคล้อย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี แม่ค้าอาหารตามสั่งไม่มีชื่อใน ซ.ช่างอากาศอุทิศ 10 แขวงและเขตดอนเมือง กทม. เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ว่าถูกหญิงรูปร่างอ้วนขับขี่รถจักรยานยนต์ จำสีและป้ายทะเบียนไม่ได้ มาสั่งให้ทำอาหารจำนวน 5 กล่อง ซึ่งขณะที่ตนทำอาหารอยู่นั้นได้วางโทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต ไว้บนชั้นวางในร้าน จากนั้นหญิงคนดังกล่าวได้บอกว่าจะกลับมารับอาหารที่สั่งไว้ภายหลัง แล้วรีบขับรถออกไปอย่างมีพิรุธ เมื่อตรวจสอบพบว่าโทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต ที่วางไว้ได้หายไปจึงเดินทางเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามคนร้าย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ บุคคลตามภาพวงจรปิด และออกทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ น.ส.รัชดาพร หรือกุ้ง เฟื่องรอด อายุ 46 ปี พักอยู่ในพื้นที่ปากเกร็ด จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์จนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด จากการสอบสวน น.ส.รัชดาพร ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นร้านกาแฟ หรือร้านอาหารตามสั่งที่มีคนซื้อเยอะๆ เพื่อสะดวกในการก่อเหตุ โดยจะเข้าไปทำทีเป็นสั่งของจำนวนเยอะๆ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อทำอาหารให้ก็จะออกอุบายให้เกิดความรีบเร่งและวุ่นวาย ขณะเดียวกันก็จะมองหาทรัพย์สินต่างๆภายในร้านเมื่อเหยื่อเผลอก็จะแอบขโมยทรัพย์สินออกมาแล้วขับรถออกมาทันที ซึ่งที่ผ่านมาก่อเหตุมาแล้วที่จำได้ประมาณ 50 ครั้งในหลายพื้นที่ เมื่อได้ทรัพย์สินมาถ้าเป็นของก็จะนำไปขายโดยทันที ล่าสุดที่ได้มาเป็นโทรศัพท์ และแท็บเล็ตหลังก่อเหตุได้นำไปขายที่มาบุญครองในราคาทั้งหมด 8,500 บาท เงินที่ได้มาก็นำมาใช้จ่ายในครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตรวจสอบประวัติพบว่า น.ส.รัชดาพร มีหมายจับติดตัวอย่างน้อยอีก 6 หมายในพื้นที่ สน.บางเขน สน.มีนบุรี สน.วังทองหลาง สน.โชคชัย สน.ลาดพร้าว อีกทั้งมีการแจ้งดำเนินคดีไว้แล้วอีกจำนวนมากในพื้นที่ กทม. จ.ปทุมธานี และ จ.สมุทรปราการ ซึ่งทั้งหมดเป็นการก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2547-2560

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของ น.ส.รัชดาพร ซึ่งคาดว่าน่าจะลงมือก่อเหตุลักษณะดังกล่าวในอีกหลายพื้นที่ เนื่องจากมีผู้เสียหายทยอยมาดูตัว และต่างยืนยันว่าเคยถูกรัชดาพร ก่อเหตุเช่นกัน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนคดีในท้องที่อื่นๆ ได้ประสานให้เข้ามาดูตัวเพื่อทำการอายัดไปดำเนินคดีต่อไป.