วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

KAAN SHOW ฝีมือคนไทยระดับเวกัส เปิดเบื้องหลังกว่า พันล้าน' ชีวิตนี้ต้องดู (คลิป)

"ไม่ใช่แค่ที่สุดในประเทศ แต่มันคือโชว์ระดับโลก ที่สำคัญมาจากมันสมอง สองมือของคนไทย 100 %"

หนึ่งในพาร์ทเนอร์โปรเจกต์ยักษ์ที่น่าตื่นตา นั่งอยู่หลังเบาะรถเบนซ์ขณะพวกเรากำลังเดินทางไปหาความยิ่งใหญ่ คานโชว์ (KAAN SHOW)จะกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของประเทศไทย มุ่งหน้าสู่พัทยาบอกแบบนั้น

คานโชว์ (KAAN SHOW) เป็นการแสดงสดผสมภาพยนตร์รูปแบบใหม่ ที่รวมสุดยอดโชว์บนเวทีเข้ากับเทคนิคระดับโลก ชวนทุกคนไปท่องไปในโลกแห่งจินตนาการ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวรรณคดีชั้นเยี่ยมของไทย นำมาประยุกต์และสร้างสรรค์ใหม่จนกลายเป็นความมหัศจรรย์ตลอด 90 นาที ที่จะทำให้คุณลืมทุกการแสดงที่เคยดูมา" 

ในวันที่เมืองไทยดูจะห่างหายจากโชว์ตื่นตานานแสนนาน และยิ่งห่างไกลมาตราฐานระดับโลกไปนาน เนิ่นนานชนิดคนวัยเลข 4 นึกตอนนี้ก็ยังนึกไม่ออก

ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้เดินทางไปพิสูจน์ความอลังการที่หลายคนพูดถึง พร้อมกับ เทียม อนันต์ ตรีสิริเกษม Founder/Innovator, บริษัท เอ็กซ์ทรีมพลัส จำกัด Founder,บริษัทปัญจลักษณ์พาสุข จำกัด Technology Director of Kaan Show หนึ่งในผู้ก่อตั้ง คานโชว์ (KAAN SHOW)

"มันเป็นโปรเจกต์ของคนบ้าที่หลงใหลสิ่งที่ตัวเองรัก บ้าที่อยากให้เมืองไทยมีโชว์ดีๆ ระดับโลก นานเท่าไรแล้วที่เราไม่เคย แล้วพวกเราก็ทำมันสำเร็จ''

ทันทีที่รถคันงามจอด เรื่องราวที่น่าตื่นตา เบื้องหลังที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนก็ถูกเล่าก็ถูกเปิดเผยที่แรก ด้วยประโยคเร่ิมต้นว่า once upon a time แล้วสิงสาราสัตว์ประหลาด หุ่นยนต์ยักษ์ เรือใหญ่ ฯลฯ ก็วิ่งออกมา

Q : ที่มาของโปรเจกต์สุดอลังการ คานโชว์ (KAAN SHOW)นี้เร่ิมมาจากอะไร

ปูพื้นก่อนนะครับ ก่อนจะเป็นโปรเจกต์ คานโชว์ (KAAN SHOW) ก่อนหน้ามีพัฒนาชื่อมาหลายๆ ชื่อ แต่ที่เราเลือกชื่อนี้คานที่มีความหมายว่าความสมดุล เป็นความสมดุลระหว่างโลกจินตนาการกับโลกความจริง

นอกจากนี้ คานมีที่มาที่ไปจากคำว่า 'นาค' ด้วยเพราะ พี่เก้งจิระ (มะลิกุล) เคยตั้งชื่อพระเอกในเรื่อง 15 ค่ำเดือน 11 ว่า 'คาน' ถ้าเราเอาคำว่า KAAN เขียนกลับกันมันจะเป็นคำว่า 'นาค' ด้วย นี่ก็เป็นที่มาหนึ่งของชื่อ และเราก็อยากให้มันเป็นการเรียกง่ายๆ จำง่ายๆ สามารถจะออกเสียงได้ทั้งไทยและต่างชาติ


Q : คุณบอกคานโชว์ (KAAN SHOW)เป็นโปรเจกต์ของคนบ้าในสิ่งที่ตัวเองรัก มารวมตัวกันสร้างงานระดับโลกนี้ได้ ก่อร่างสร้างตัวเป็นคานได้อย่างไร

จริงๆ ผมทำบริษัทชื่อบริษัทเอ็กซิมพลัส (FB : XtremePlus ) ซึ่งทางบริษัทก็จะทำเรื่องมัลติมีเดีย เแสงเสียงภาพ เอฟเฟกต์ จะรับงานพวกพิพิธภัณฑ์ งานอีเวนต์ งานโชว์รูม และเราอยากทำอะไรที่สามารถ Repeat ไปได้เรื่อยๆ ก็ไปสะดุดกับโชว์เหล่านี้ ต้องย้อนกลับไปหน่อย เวลาที่ผมไปต่างประเทศเราจะชอบไปดูโชว์ต่างๆ พอดูมากๆ เราคิดว่าในไทยในเรื่องของ Content เราน้อยมาก โดย Content ไทยที่เกี่ยวกับโชว์ ในตอนนั้นที่ใหม่ที่สุดก็น่าจะ 10-20 ปี
มาแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีอะไรใหม่ๆ ในประเทศ เลยลองคิดพัฒนาโปรเจกต์ดูว่า ถ้าเราจะทำโชว์ขึ้นมาสักโชว์ โดยใช้เทคโนโลยีที่เราคุ้นชินและทำมาอยู่แล้ว พวกมัลติมีเดีย แสง สี เสียง เราจะทำยังไง

ซึ่งเราอยากให้มีสิ่งๆ หนึ่งที่เป็น DESTINATION ใหม่ของไทยเราจะทำยังไง เวลาต่างชาติมา อาจจะต้องปักหมุดว่าเราจะต้องมาที่นี่ จะต้องมาดูโชว์ของประเทศไทยก็เลยคิดว่าเราจะต้องนำ Content ไทยๆ มาเล่น ตอนนั้นคิดเป็นเรื่องสุดสาคร เพราะผมดูในสตอรี่และมีความทรงจำในวัยเด็กเกี่ยวกับสุดสาคร ที่ 'อาจารย์ ปยุต เงากระจ่าง' เคยทำเป็นหนังการ์ตูนไว้มันมีความเป็นแฟนตาซีมาก มีทั้งผี ทั้งยักษ์ มีม้ามังกร มีฤาษีมีอะไรต่างๆ มันน่าจะแฟนตาซีมากถ้าเราจะทำออกให้ตื่นเต้นได้ และก็มันมีความเป็นไทย ต่อจากนั้นเราก็พัฒนาขึ้นมา

โดยในที่ตัวผมไม่เก่งในเรื่องของบทบาทการแสดงต่างๆ บังเอิญน้องชายเป็นผู้กำกับอยู่ GDH ก็ลองปรึกษาดู พอดีมีเพื่อนอยู่คนนึงชื่อคุณเล้ง (ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร Chairman of the Board ของบริษัท ปัญลักษณ์พาสุข จำกัด) เราเล่าโปรเจกต์ให้ฟังเขาสนใจ เลยร่วมกันมาและลองพัฒนาดูว่าถ้าเราอยากจะทำสิ่งไหนที่เป็นหน้าเป็นตาให้ประเทศไทยในอนาคต จะทำอะไรกับโชว์นี้ได้บ้าง เราก็พัฒนากันมาเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องของบท ในเรื่องของการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ทั้งนิวยอร์ก ทางลาสเวกัส ไปมาเก๊า ไปสิงคโปร์ ไปที่ต่างๆ ไปดูงานไปเก็บเกี่ยวความรู้ในที่ต่างๆ มา จนเราเริ่มลงตัว เราก็ออกแบบโรงละครขึ้นมาว่าโรงละครนั้นเราจะมีการแสดงเป็นยังไง บทบาทในการแสดงเป็นยังไง เทคโนโลยีที่เราจะนำมาใช้เป็นยังไง หยิบยกเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในเวลานี้มาใช้ และพัฒนามาเรื่อยๆ จนเป็นคานที่ให้เห็นในทุกวันนี้


Q : คานโชว์ (KAAN SHOW)โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่แบบนี้ มาตราฐานระดับโลก เดาว่ามูลค่าคุณมหาศาล?

 1,200 ล้านบาทครับ ไม่รวมมูลค่าที่ดิน ถือว่าเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างใหญ่ ของการทำโชว์ในประเทศไทย

Q : เงินมหาศาล มาตรฐาน และความฝันมากมาย ความท้าทายของการทำ คานโชว์ (KAAN SHOW)เหล่านี้อยู่ตรงไหน

ความท้าทายมันอยู่ที่ 1.ทุกคนไม่เคยมีใครทำโชว์ GDH ก็แค่ทำหนัง ผมเองถนัดทำเทคโนโลยีต่างๆ ทางคุณเล้งเองก็ถนัดในเรื่องของการบริหารจัดการและการที่เรามารวมกัน การที่จะแบ่งหน้าที่กัน มันก็เป็นความยากอันหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือเราจะทำยังไงกับสิ่งที่เราไม่เคยทำให้มันออกมาเป็นโชว์ที่ดี เป็นที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับนานาชาติได้ ถ้ารวมจริงๆ ตั้งแต่เริ่มพัฒนาไอเดียสุมหัวคุยกันก็ประมาณ 3 ปี โปรดักชั่นทั้งหมดร่วมๆ 2 ปี

Q : คานโชว์ (KAAN SHOW)โปรเจกต์นี้อะไรยากที่สุด สำหรับคุณ

มันยากทุกๆ องค์ประกอบ จริงๆ และมันก็เป็นความท้าทาย แล้วเรามีความเชื่อร่วมกันว่าเราทำได้ 100% เป็นของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบท GDH ในเรื่องของการแคสติ้งก็จะมีคุณบอย (บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ) เทคโนโลยีต่างๆ ผมก็จะเป็นคนดูเป็นหลัก ในเรื่องของการบริการต่างๆ ก็จะเป็นคุณเล้ง จากบริษัท ปัญลักษณ์พาสุข ช่วยแบ่งกันตามที่ทุกคนถนัด


Q : ถามถึงเนื้อเรื่องคานเล่าเรื่องอะไรบ้าง เห็นว่าเป็นการสุดยอดในการมิ๊กซ์กันของวรรณกรรมไทยที่ไม่เพียงคนไทย ต่างชาติจะตื่นตะลึงในความอลังการ 

เริ่มแรกจากสุดสาคร แต่ทาง GDH เห็นว่ามันยังไม่พอ ในโชว์มันยังมีความสุดไม่พอ เลยสร้างเรื่องราวขึ้นมาโดยหยิบยกวรรณกรรมไทย หลายๆ เรื่องมารวมกัน น่าจะมีประมาณ 5 เรื่อง อยู่ใน 1 โชว์ มีสุดสาครหรือพระอภัยมณี มีไกรทอง มีพระสุธน มโนราห์ ตอนนายพรานบุญกับนางกินรี และก็มีในเรื่องของตำนานรามสูร เมขลา เรื่องรามเกียรติ์ เป็นวรรณกรรมที่คนไทยรู้จักกันอยู่แล้ว และก็มีความเป็นไทย เราทำให้ในระดับสากลดูแล้วสนุกไปกับมัน และสามารถเข้าใจมันได้

Q : มันจะร้อยหนึ่งเรื่องไว้ใน 5 เรื่องเลย?

มันจึงเป็นที่มาของตัวละครที่ชื่อคานที่อยู่ในเรื่องเป็นตัวหลักของเรื่อง คานเป็นเรื่องที่เขาไปได้สมุดบันทึกโบราณในสมุดบันทึกโบราณมีกุญแจอยู่ 1 ดอกเมื่อไขบันทึกเขาจะถูกดูดเข้าไปในสมุดบันทึกนั้นซึ่งเป็นเรื่องราววรรณกรรมต่างๆ 5 เรื่องอย่างที่บอก คราวนี้เขาจะต้องหาทางกลับมายังโลกปัจจุบัน โดยการติดตามชิ้นส่วนกุญแจซึ่งพอไขไปปุ๊บมันจะกระจายไปอยู่ในวรรณกรรม 5 เรื่องนั้น เขาก็จะไปทำภารกิจต่างๆ ในแต่ละเรื่องจนถึงเรื่องสุดท้าย แล้วเขาจะสามารถกลับมาได้หรือไม่ได้อันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากให้ติดตามดู


Q : เทคนิคเป็นสิ่งที่สำคัญนอกจากบท เทคนิคของเราสมจริงขนาดไหน คนที่เข้าชื่นชม ความอลังการน่าตื่นตาทุกคน

การแสดงของเราไม่ได้อยู่แค่เวที ออกมาทุกทิศทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นกลางเวที ใต้เวที ออกมาจากหลังเวที ออกมาจากข้างบน ออกมาข้างๆ คนดู ออกมาทุกทิศทุกทาง และก็มีอีกหลายๆ อย่าง เสียง เอฟเฟกต์ เรียกได้ว่าครบ ตลอด 90 นาที อย่ากะพริบตาดีกว่า

Q : ครั้งแรกเปิดตัว คานโชว์ (KAAN SHOW) ได้รับการตอบรับมากน้อยแค่ไหน

เรียกได้ว่าผู้ชมตื่นตาตื่นใจมากๆ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ด้วยอุปกรณ์ที่เรามี ด้วยนักแสดงที่เราฝึกซ้อมมาเป็นเวลากว่าเกือบ 2 ปี ประมาณ 90 ชีวิต จริงๆ เป็นการรวบรวมคนที่มีความบ้า นอกจากคนที่มารวมหัวกันทำแล้ว คนที่มาแสดงก็มีความบ้าในเรื่องนั้นๆ

เรามีคนที่เป็น 'แชมป์บีบอยโลก' เรามี 'แชมป์ฟันดาบ' เรามีคนที่เรียนทางด้านบัลเลต์ เรามีคนที่ไปอยู่ดิสนีย์แลนด์มารวมตัวกัน ทุกคนเรียกได้ว่ามีความบ้าในสิ่งที่เขาทำ แต่โอกาสหรือเวทีที่เขาแสดงอาจจะกำจัดตรงนี้เหมือนเป็นการเปิดเวทีที่จะให้เขาแสดงความสามารถของเขาได้ แต่จะเป็นยังไงอยากให้ทุกคนมาดูจริงๆ ว่าทั้งเทคนิคและการฝึกซ้อมของนักแสดงที่ทำกันอย่างเต็มที่มันน่าชื่นชมในความสามารถของเขาจริงๆ

Q : คิดไหมว่ามันจะเป็นจริงขึ้นมาได้

คานโชว์ (KAAN SHOW) เป็นงานยากที่สุดในชีวิต ณ เวลานี้เป็นงานที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดโชว์ของเราเป็นโชว์ที่ไม่มีไดอะล็อกนั้นก็คือไม่มีบทพูด เราใช้ในเรื่องของการแสดง ใช้ในเรื่องของเพลงของซาวนด์ใช้ในเรื่องของภาพต่างๆ สื่อให้เข้าใจโดยการแสดง โดยการแสดงที่เขาคิดไว้จะทำให้เขาเข้าใจได้ง่าย และตื่นตาตื่นใจ เพลิดเพลินไปกับโชว์


Q : 90 นาทีไม่มีเบื่อแน่นอน

คานโชว์ (KAAN SHOW) มีความตื่นตาตื่นใจทุกนาที มีช้างมีหุ่นยนต์ยักษ์ มีชาละวันยักษ์ เฉพาะหัว 7 เมตร ออกมาตรงไหนเราไม่บอก มีม้ามังกรเหาะมาด้วย คนดูจะต้องตั้งสติดีๆ ว่าอะไรจะโผล่มาตรงไหน เป็นการดูแบบซุปเปอร์ 4D ไม่ต้องใส่แว่น แทบทุกนาทีมีอะไรเซอร์ไพรส์ตลอด และไม่ใช่แค่นั้น มันมีทั้งความสวยงามทั้งแสงสีเสียง มันมีทั้งความสวยงามของชุด เรียกได้ว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

Q : กว่าพันล้านที่ลงทุ่นไป คิดไหมเมื่อไหร่จะถึงจุดคุ้มทุน

เราได้สร้างสิ่งใหม่ให้กับประเทศชาติ ไม่ได้พูดเอาหล่อ พวกเรา คานโชว์ (KAAN SHOW) คิดอย่างนั้นจริงๆ แล้วสิ่งต่างๆ มันจะตามมาเอง ไม่ว่าเป็นในเรื่องของรายได้ทั้งของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากจะเข้ามาสามารถติดต่อทางคานโชว์ (KAAN SHOW)ได้เลย อาจจะเข้าไปที่ www.kaanshow.com


Q : คิดว่าอีก 3-5 ปีมันจะเก่าหรือล้าสมัยไหม

ด้วยเส้นเรื่องของคานโชว์ (KAAN SHOW) ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรมหรือสตอรี่ของมันจริงๆ แล้วมันมีมาตั้งนานแล้ว และมันก็ไม่เคยเก่าหรือล้าสมัย เราหยิบยกมาเป็นโชว์คนดูก็อินไปกับมัน ในเรื่องของเนื้อเรื่องเราอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแต่เราอาจจะเปลี่ยนในเรื่องของเทคโนโลยี มีการปรับปรุงเทคโนโลยีต่างๆ ให้ทันสมัย ให้เหมาะสมกับยุคสมัย


Q : ถ้ามีคนถามว่าถ้าดูครั้งนี้แล้ว ครั้งหน้าจะสามารถตื่นเต้นเหมือนครั้งแรกไหม

การโชว์ของเราไม่เหมือนการดูหนัง ผมมีเพื่อนที่เขาดู 3-4 รอบแล้วยังสนุกอยู่ การดูครั้งแรกคือผมชวนมา แต่กลับไปเขาไปชวนครอบครัวมาดูอีก ครอบครัวมาไม่พอ พาลูกค้ามาอีก เพราะเขาว่ามันเป็นอะไรที่แปลกใหม่และตื่นตาตื่นใจ เขามาดูทุกครั้งก็สนุกทุกครั้ง ดูครั้งแรกอาจจะภาพรวม แต่ต่อๆ ไปดูในเรื่องของตัวละคร มันลงมาจากตรงไหน

Q : กลุ่มเป้าหมายของ คานโชว์ (KAAN SHOW) คือใครอายุเท่าไร

กลุ่มอายุเราดูได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่จากการที่เราไปถามคนดูส่วนใหญ่ เด็กๆ กับคุณปู่คุณย่าจะมีความอินเป็นพิเศษ เด็กๆ เขาจะดูในเรื่องของแฟนตาซี จินตนาการ คุณปู่คุณย่าคือเอาวรรณกรรรมไทยมาทำได้ขนาดนี้ตื่นตาตื่นใจไม่เคยเห็นมาก่อน ก็จะมีความอินความสนุกสนาน


คานโชว์ (KAAN SHOW) ตั้งอยู่ที่พัทยา บนถนนเทพประสิทธิ์ ถ้ามาจากทางถนนสุขุมวิทเราเลยทางเข้าพัทยาใต้มา อีกหนึ่งถนน แล้วก็เลี้ยวขวาเข้ามาเลย อยู่กลางๆ เทพประสิทธิ์ มาแล้วก็จะเห็นจอ LED มีโลโก้คานแต่ไกล ก็คือเลี้ยวเข้ามาได้เลย ส่วนรอบการแสดงเราจะแสดงกันทุกวันยกเว้นวันจันทร์ ในเรื่องของราคาบัตรเรามีโปรโมชั่นต่างๆ ออกมาเรื่อยๆ อาจจะเข้าไปติดตามได้ทางเว็บไซต์ หรือทางเฟซบุ๊กคานโชว์

สิ่งสุดท้ายที่อยากฝากเอาไว้ก็คือ อยากจะบอกว่าพวกเราอยากให้คุณเดินทางมาร่วมประสบการณ์ใหม่ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่เคยมีแบบนี้มาก่อน ไม่ต้องไปเมืองนอก ไม่ต้องไปอเมริกา ที่นี่คานโชว์.

ข้อมูลเพิ่มเติม xtreme-plus.com , facebook : XtremePlus

Interview : RAYDO LifeStyle

KAAN presented by SINGHA CORPORATION ครั้งแรกของเมืองไทย เป็นการแสดงสดผสมภาพยนตร์รูปแบบใหม่ ที่รวมสุดยอดโชว์บนเวทีเข้ากับเทคนิคระดับโลก ชวนคุณท่องไปในโลกแห่งจินตนาการ 6 ธ.ค. 2560 11:47 18 ธ.ค. 2560 14:22 ไทยรัฐ