วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลังหาเจ้าภาพดูการเงินประชาชน เล็งตั้งสำนักงานดูแลรากหญ้า

 เหตุงานล้นเกินกำลังเจ้าหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้สั่งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานที่ดูแลและช่วยเหลือประชาชนระดับรากหญ้าและการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างเป็นทางการ หลังจากที่กระทรวงการคลังได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนและแก้หนี้นอกระบบแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่รับเป็นเจ้าภาพเข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าวโดยตรง

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะนำแนวทางในการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มาเป็นต้นแบบในการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าว เนื่องจาก คปภ.เป็นหน่วยงานอิสระ มีความคล่องตัวสูง และมีการตั้งสำนักงานระดับภูมิภาคได้ทั่วประเทศ ทำให้การช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ดีกว่าการตั้งสำนักงานที่อยู่ภายใต้การบริหารของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันกระทรวงการคลังมีสำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของ สศค.โดยมีข้าราชการประมาณ 10 คนทำหน้าที่ในการติดตาม และรายงานผลการแก้หนี้นอกระบบไปจนถึงการปราบปรามแชร์ลูกโซ่ ขณะเดียวกันยังต้องติดตามมาตรการต่างๆของรัฐบาลในการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปล่อยสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูและการประกอบอาชีพด้วย ทำให้ปริมาณงานกำกับดูแลภาคประชาชนกับจำนวนข้าราชการไม่สอดคล้องกัน รมว.คลังจึงมีดำริตั้งหน่วยงานที่กำกับดูแลการเงินภาคประชาชนขึ้นมาโดยตรง

นอกจากนี้ ยังไม่มีหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพกำกับดูแลโครงการลงทะเบียนเพื่อขอรับสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปัจจุบันกระทรวงการคลังได้แยกการกำกับดูแลออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.การมอบสวัสดิการต่างๆ และออกบัตรสวัสดิการได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้ดูแล และ 2.ด้านการลงทะเบียนประชาชน มอบให้ สศค.เป็นหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งหากทั้ง 2 หน่วยงานมีความต้องการใช้เงินจะถูกเบิกจ่ายจากสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งมีวงเงินในการกำกับดูแลโครงการลงทะเบียนเพื่อขอสวัสดิการจากรัฐ 43,000 ล้านบาท เช่น วงเงิน 200 บาท และ 300 บาท ในการซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เป็นต้น.