วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษตรยุคใหม่หัดใช้ไลน์-มือถือสั่งงาน

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรฯ ทุกโครงการจะต้องสามารถจับต้องได้ จึงกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงาน เรียกว่า “นโยบาย 3 ต.” ได้แก่ ต่อ-เติม-แต่ง โดย “ต่อ” คือ การสานต่อนโยบายเดิมของกระทรวงเกษตรฯที่ดีอยู่แล้ว ให้มีการขยายผลต่อเนื่อง “เติม” คือ การเพิ่มรายละเอียดให้โครงการเดิมที่ยังไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อาทิ การเพิ่มจำนวนคน และเพิ่มงบประมาณ เป็นต้น และ “แต่ง” คือ การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงในโครงการเดิมที่ไปต่อไม่ได้ หรือควรจะปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากขึ้น โดยในระดับจังหวัดจะส่งเสริมการปฏิบัติงานของข้าราชการกระทรวงเกษตรฯในระดับพื้นที่ ทั้งในระดับอำเภอ และจังหวัด โดยปรับโครงสร้างการทำงานให้สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เพื่อลดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน จะให้ข้าราชการใช้มือถือและแอพพลิเคชั่นไลน์ในการติดต่อประสานงานได้เลย โดยเน้นเรื่องผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเน้นการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้

ทั้งนี้ ในวันที่ 8 ธ.ค.60 เวลา 09.00 น. จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธาน เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“เป้าหมายหลักในการเข้ามาทำงานในกระทรวงเกษตรฯ คือการดูแลเกษตรกรให้มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การทำงานจะคำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก เมื่อราชการไปแนะนำให้เกษตรกรปลูกหรือทำอะไรแล้ว พืชที่ไปแนะนำให้เกษตรกรปลูกต้องขายได้ มีคนซื้อ มีตลาดรองรับ เกษตรกรต้องมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าราคาที่ขายออกสู่ตลาด ทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกษตรกรขาดทุนและไม่เดือดร้อน”

ด้านนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ขณะนี้เตรียมทำแผนส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์ กข 43 เพื่อเจาะตลาดเฉพาะสำหรับคนรักสุขภาพ เนื่องจาก กข 43 พันธุ์ข้าวขาวที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ล่าสุดเกษตรกรในแถบจังหวัดราชบุรีได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) เพื่อขายข้าว กข 43 ให้กับโรงพยาบาลราชบุรี และขณะนี้มีโรงพยาบาล ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจที่จะซื้อข้าว กข 43 แต่ยอมรับว่าผลผลิตมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยจะทำแผนการผลิตข้าว กข 43 ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เพื่อจัดทำระบบควบคุมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ไปถึงการผลิต เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มีข้าวป้อนตลาดให้เพียงพอต่อความต้องการในการผลิตที่จะถึงนี้ ปริมาณ 20,000 ตัน ในรอบต่อไปจะเพิ่มขึ้นอีก 600 ตัน.