วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยได้โปรดแต่งงานมีลูก ส.อ.ท.ชงรัฐยั่วใจชนชั้นกลางรุ่นใหม่

ส.อ.ท.กระทุ้งรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นคนชั้นกลางรุ่นใหม่ ได้โปรดแต่งงาน มีลูก 2 คนขึ้นไป เพื่อผลิตคนไทยคุณภาพ เผยสถานการณ์การกำเนิดประชากรในไทยขณะนี้น่าเป็นห่วงมาก หากปล่อยไปในอีก 10–20 ปีข้างหน้า อาจต้องนำเข้า แรงงานที่มีศักยภาพจากฟิลิปปินส์หรือเวียดนาม

นายถาวร ชลัษเฐียร ประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ต้องการให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการส่งเสริมให้คนไทยแต่งงานและมีลูกให้มากขึ้น โดยเฉพาะประชากรกลุ่มรายได้ปานกลางขึ้นไป เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การกำเนิดประชากรในไทย น่าเป็นห่วงมาก เป็นผลจากค่านิยมคนสมัยใหม่มีแนวโน้มไม่แต่งงานมากขึ้นหรือแต่งงานช้า เช่น ผู้หญิงอายุ 34-35 ปี ผู้ชาย 40 ปี ต่างจากสมัยก่อนผู้หญิงอายุ 22-23 ปี ผู้ชาย 25 ปี แต่งงานกันหมดแล้ว และอีกส่วนหนึ่งก็แต่งงานแต่ไม่ต้องการมีลูกหรือมีแค่ 1 คน หากปล่อยให้เป็นสถานการณ์นี้ไปนานๆ จะส่งผลต่อการขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพในอนาคต โดยในระยะ 10-20 ปีข้างหน้า อาจต้องนำเข้าแรงงานที่มีศักยภาพจากประเทศต่างๆเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากฟิลิปปินส์ ที่มีประชากรกว่า 100 ล้านคน หรือเวียดนาม ซึ่งมีประชากร 93 ล้านคน

“ผมต้องการสนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มรายได้ปานกลางขึ้นไป แต่งงานเร็วขึ้น และมีลูก 2 คนขึ้นไป เพราะกลุ่มนี้มีศักยภาพในการเลี้ยงดู สนับสนุนให้มีการศึกษาในระดับที่ดี แม้ว่าคนจะเริ่มพูดกันว่า ระบบออโตเมชั่นหรือระบบหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่แรงงานคนมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ต้องการแรงงานคนเลย เพราะระบบนี้ก็ยังต้องการแรงงานที่มีประสิทธิภาพเข้ามาควบคุมอยู่ ถ้าเราไม่ส่งเสริม อนาคตอาจต้องนำเข้าแรงงานที่มีศักยภาพเข้ามาแทน”

นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมเรื่องการเรียน การสอนให้กับเยาวชนไทย เพื่อรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะมีระบบออโตเมชั่นให้มากขึ้น ขณะที่แรงงานทั่วไปจะใช้ลดลง จึงต้องเร่งศักยภาพแรงงานให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะแรงงานวิชาชีพ เช่น ให้นักศึกษาอาชีวะฝึกงานในสถานที่ประกอบการจริงมากขึ้น หรือการเปิดอบรมให้กับอาจารย์ที่สอนในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยด้านการอาชีพเข้ามาเรียนรู้งานในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อให้เห็นสถานประกอบการที่แท้จริง มากกว่าการเรียนการสอนเฉพาะในห้องเรียน

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายอยู่ในระบบ 1.56 ล้านคน น้อยกว่าก่อนหน้านี้ที่คาดการณ์ว่าจะมีประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งก็ต้องไปพิจารณาว่า ที่หายไปเกือบ 50% ไปอยู่ที่ใด เช่น ยังไม่ลงทะเบียนหรือกลับประเทศไปแล้ว ไม่กลับมาไทยอีก “รมว.แรงงานคนใหม่ ต้องเร่งพิจารณาปรับปรุงยกเลิก 10 อาชีพสงวนที่หวงห้ามไว้สำหรับแรงงานไทยในอดีตเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา เพื่อเปิดให้คนต่างด้าวเข้ามาทำงานได้ เพราะคนไทยไม่นิยมทำแล้ว เช่น งานกรรมกร งานกสิกรรม (งานเลี้ยงสัตว์ งานป่าไม้ หรืองานประมง ยกเว้นงานที่ใช้ความชำนาญ งานเฉพาะสาขา หรืองานควบคุมฟาร์ม) งานก่ออิฐ (งานช่างไม้หรืองานก่อสร้าง) งานเจียระไนหรือขัดเพชรหรือพลอย งานทำที่นอนหรือผ้าห่มนวม งานทำรองเท้า งานประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย งานเครื่องปั้นดินเผา งานทำมีด เพื่อปลดล็อกให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำได้ ช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีและป้องกันปัญหาการจ่ายใต้โต๊ะ”.