วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร.10 เสด็จบำเพ็ญกุศลฯ ถวาย 'ร.9' ในวันเฉลิมฯ

พสกนิกรไทย จัดน้อมรำลึก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไป ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2560 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง นายกรัฐมนตรีนำคณะ ครม.และคู่สมรส รวมทั้งส่วนราชการในพระองค์ ผู้ว่าฯ กทม. ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการอิสระ และประชาชนทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ 901 รูป ถวายพระราชกุศล “ในหลวงรัชกาล ที่ 9” พร้อมชวนคนไทยน้อมรำลึกถึงรัชกาลที่ 9

นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ยังเดินทางมาเข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ท้องสนามหลวงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันที่ 5 ธ.ค. โดยผู้ที่มาชมในวันนี้จะได้รับแจกโปสต์การ์ดริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 2 เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ นำกลับไปเป็นที่ระลึก

ในจำนวนผู้มาชมมีนายฟิลลิป คลิคมอลล์ อายุ 61 ปี ชาวออสเตรเลีย เป็นอาจารย์สอนทำกีตาร์ เดินทางมากับนางคนิตา เทียบโพธิ์ อายุ 52 ปี ภรรยา ซึ่งนางคนิตาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังเดินชมนิทรรศการว่า สามีเดินทางมาเมืองไทยกว่า 10 ครั้งแล้ว ก่อนหน้านี้สามีเคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมทุกบ้านของคนไทยจะต้องมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ติดอยู่ จึงอธิบายไปว่าพระองค์เสมือนเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย ท่านทรงงานหนัก เพื่อให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย คนไทยเสียใจมากและมีข่าวแพร่สะพัดออกไปทั่วโลก เมื่อมีโอกาสเดินทางกลับมาเมืองไทย จึงอยากมาชมนิทรรศการครั้งสำคัญนี้ เมื่อเห็นความสง่างามของพระเมรุมาศแล้ว สามีถึงกับตะลึงในความประณีต ความละเอียดของเส้นสายลวดลายที่ประดับอยู่รอบพระเมรุมาศ

ขณะที่นายฟิลลิปกล่าวว่า ได้เห็นพระเมรุมาศแล้วรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ชาวไทยรักและเทิดทูนพระองค์อย่างสูงสุด ประสบการณ์เช่นนี้ในประเทศออสเตรเลีย ไม่มี นับว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เข้ามาชมพระเมรุมาศและนิทรรศการพระราชประวัติของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ซึ่งเป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่ของไทย

ในส่วนการทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม ที่เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นั้น เมื่อเวลา 07.00 น. ที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้าย วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม 2560 โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง คณะองคมนตรี ประธานองค์กรอิสระ คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ส่วนราชการในพระองค์ ผู้ว่าฯ กทม. ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการอิสระ และประชาชนเข้าร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 901 รูป

ทั้งนี้ ได้มีการอัญเชิญพระพุทธบรมมหาจักรีศรีภูมิพลมหาราช (60 พรรษา) มาเป็นพระพุทธรูปประธานในพิธี โดยพระพุทธรูปนี้เป็นพระพุทธรูปที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 5 รอบและนอกจากพิธีที่บริเวณนี้แล้ว ในภูมิภาคและในต่างประเทศก็มีการมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเอกอัครราชทูตกับสถานกงสุลในต่างประเทศจัดงานตามความเหมาะสมด้วย อาทิ ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ โดยนายณัฐพล ขันธหิรัญ กงสุลใหญ่ จัดงานวันชาติ 5 ธันวาคม ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ซิดนีย์ โดยมีชาวไทยในนครซิดนีย์มาร่วมงานกันจำนวนมาก และยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียอีกด้วย

ที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ “ความสุขจากพ่อสู่ผืนแผ่นดิน” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.2560 และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีนายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกิจกรรมทำความสะอาดบริเวณโดยรอบรัฐสภาอย่างพร้อมเพรียง

อีกด้านที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จออกพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จากนั้นสมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกด้านหน้าพระอุโบสถ ทรงรับบิณฑบาต ในพิธีตักบาตรข้าวใหม่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก และบุคคลสำคัญ เช่น นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมในพิธี

ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร 5 ธันวาคม 2560 เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำ พระชนมวาร ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ แล้วทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ ซึ่ง ประดิษฐานเหนือพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎล มหาเศวตฉัตร จากนั้นพระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบแล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดัปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับ

วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอเชิญชวนคนไทยร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา นอกจากนี้ยังเป็นวันชาติและวันพ่อแห่งชาติอีกด้วย ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ และทรงทำนุบำรุงบ้านเมือง ปกครองดูแลราษฎรด้วยความใส่พระทัย เสมือนพ่อปกครองลูกตั้งแต่สมัยสุโขทัย พร้อมขอให้คนไทยใช้โอกาสนี้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับชาติไทย สถาบันพระมหากษัตริย์ และวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย เช่น นิทรรศการพระเมรุมาศและพระราชกรณียกิจของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ณ ท้องสนามหลวง ซึ่งเปิดให้เข้าชมถึงสิ้นปีนี้ รวมทั้งทำความดีและสานต่อแนวพระราชดำริให้ยั่งยืนตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขณะที่นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ส่งสารผ่านสถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยแสดงความยินดีในวันชาตินี้ว่า ในนามของรัฐบาลสหรัฐฯ ขอแสดงความยินดีแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสวันชาติไทย 5 ธ.ค. พวกเรารำลึกถึงมิตรภาพอันยืนยงและแน่นแฟ้นระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับสหรัฐอเมริกา และหวังที่จะสานต่อมิตรภาพนี้สืบต่อไปภายใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในปีหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยที่เจริญงอกงามจะครบรอบ 200 ปี ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมายังชาวไทยทุกคน ขออวยพรให้ประสบแต่ความสุขความเจริญตลอดปี

ช่วงเย็นที่พระลานพระราชวังดุสิต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กรมศิลปากรให้จัดแสดงโขนกลางแปลงพระราชทาน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.2560 โดยบรรยากาศเนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรจำนวนมาก ที่เดินทางมาจับจองที่ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยโบราณ สำหรับการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมพระราชทานเริ่มต้นด้วยการบรรเลงโหมโรงเย็นของวงดนตรีไทยจากกรมศิลปากร ตามด้วยการแสดงพื้นบ้าน 4 ภาค ประกอบด้วย ฟ้อนมาลัย และฟ้อนแพน ของภาคเหนือ การแสดงรำไว้ครูโนห์รา รำซัดชาตรี ของภาคใต้ การแสดงรำสวัสดิรักษา ของภาคกลาง การฟ้อนภูไท เซิ้งกะโป๋ หรือเซิ้งกะลา ของภาคอีสาน

จากนั้นเวลาประมาณ 20.00 น. เป็นการแสดงโขนกลางแปลงพระราชทาน ชุด “มหาธรรมิกราชา” ผู้แสดงประกอบด้วยนาฏศิลปิน ดุริยางคศิลปินและคีตศิลปิน สำนักการสังคีต รวมทั้งนักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รวมกว่า 100 ชีวิต สำหรับเนื้อหาเป็นการดำเนินเรื่องรามเกียรติ์ ทั้งหมด 9 ตอน ได้แก่ รามาวตาร, หนุมานถวายพล พิเภกสวามิภักดิ์, พาลีสอนน้อง, พระรามข้ามสมุทร, ศึกกุมกรรณ, หนุมานอาสา, หนุมานชูกล่องดวงใจ และพระรามคืนนคร ที่แสดงถึงคุณธรรมที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของแต่ละตัวละคร อาทิ ความกตัญญู ต่อบิดามารดา ความยุติธรรม และความกล้าหาญ ทั้งการจัดแสดงโขนชุดนี้ เคยจัดการแสดงมาแล้วที่นิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากประชาชนจะได้ชมการแสดงพระราชทานแล้ว ยังสามารถเข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “เศรษฐกิจพอเพียงนำทางชีวิต ตามพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด” ทั้งยังได้รับเครื่องสักการะพระราชทาน เพื่อร่วมถวายสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและนำกลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ที่บริเวณพลับพลาสถานี รถไฟหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายรุจน์ประทีป ธรรมรพีภัทร์ นายอำเภอหัวหิน นายประสงค์ โกมุก นายสถานีรถไฟหัวหิน นำชาวหัวหินร่วมใจจุดเทียนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช จากนั้นทั้งหมดร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี นอกจากนี้ ในงานยังจัดนิทรรศการแกะสลักรูปน้ำแข็งเฉลิมพระเกียรติ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” การแสดงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และร้องบทเพลงของพ่อ จากนักศึกษามหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี