วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มุ่งสู่สุพรรณ ตูนออกตี 3 แวะไปศิริราช แพทย์ดูแลเต็มที่ ยอด 564 ล้านแล้ว

ตูน บอดี้สแลม” หยุดพักวันที่ 2 ก่อนวิ่งต่อออกจากเมืองกรุง 3โรงพยาบาลใหญ่ ส่งทีมแพทย์พยาบาลพร้อมอุปกรณ์ตรวจร่างกายนักวิ่งทีมก้าวคนละก้าวฯ ทุกคนมีอาการบาดเจ็บ ต้องทำกายภาพบำบัดและฝังเข็มให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย แนะดื่มน้ำมากๆ กินอาหารจำพวกแป้ง และพักผ่อนให้เพียงพอ พ่อตูนห่วงลูกชายเป็นคนกินอาหารยาก แต่เมื่อเห็นลูกทำแล้วมีความสุขพ่อแม่ก็มีความสุขด้วย ฝากขอบคุณคนไทยยกย่องลูกชายเป็นฮีโร่ถือเป็นเกียรติกับครอบครัว ขณะที่ตูนเก็บตัวเงียบในห้อง พักผ่อนเต็มที่มีอาการสดชื่นขึ้นมาก ยืนยันจะพยายามวิ่งถึงแม่สายวันที่ 25 ธ.ค.ให้ได้ ขณะที่ยอดเงินบริจาคเข้าโครงการกว่า 564 ล้านบาทแล้ว

หลังจากร็อกเกอร์หนุ่มขวัญใจมหาชน “ตูน บอดี้สแลม” หรือนายอาทิวราห์ คงมาลัย นำทีมวิ่งโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากใต้สุดของไทย อ.เบตง จ.ยะลา มุ่งหน้าไปเหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย มาถึงกรุงเทพฯ ในช่วงค่ำวันที่ 3 ธ.ค. ทีมแพทย์ให้หยุดพัก 2 วันเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บจากการวิ่ง ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 4 ธ.ค. ตูนพาคณะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯกล่าวชื่นชมนักร้องหนุ่มและทีมงานทำให้คนไทยมีความสุข พร้อมแนะนำด้วยความเป็นห่วงว่าถ้าร่างกายไม่ไหวอย่าไปฝืน ขณะที่ยอดเงินบริจาคเข้าโครงการแล้วกว่า 530 ล้านบาท

เข้าสู่วันที่ 35 ของโครงการก้าวคนละก้าวฯ เป็นวันหยุดพักวันที่ 2 ของตูนในกรุงเทพฯ ที่โรงแรมพูลแมน บางกอก คิงเพาเวอร์ ซอยรางนํ้า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 ธ.ค. ตูนยังเก็บตัวอยู่ในห้องพัก มีเพียงทีมงานก้าวคนละก้าวฯลงมารับประทานอาหารและพักผ่อน โดยมีประชาชนและแฟนคลับแวะเวียนนำสิ่งของมาฝากทีมงานไว้ ขณะที่มีกำลังตำรวจ สน.พญาไท และทหารดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชม. สำหรับห้องพักที่คิง เพาเวอร์จัดให้ทีมงานก้าวคนละก้าวฯ มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด บุคคลภายนอกไม่สามารถขึ้นไปได้

ต่อมาทีมแพทย์พยาบาลจาก รพ.พระมงกุฎเกล้า รพ.พระราม 9 และ รพ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี นำอุปกรณ์การแพทย์ ตั้งโต๊ะตรวจร่างกายทีมนักวิ่งก้าวคนละก้าวฯ ที่ห้องโถงชั้น 2 โรงแรมพูลแมน พ.อ.นพ.วิภู กำเหนิดดี รอง ผอ.กองเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.พระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า จากการตรวจร่างกายทุกคนมีอาการบาดเจ็บจากการวิ่งระยะทางไกลเวลานาน ส่วนใหญ่กล้ามเนื้อบาดเจ็บ กล้ามเนื้อตึง เส้นเอ็นบาดเจ็บ ทีมแพทย์และทีมกายภาพบำบัดต้องประคองรักษาไปตามอาการ ในจุดที่รักษาได้ ทำกายภาพบำบัดและฝังเข็มให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หากพบว่าคนไหนมีอาการรุนแรงต้องให้หยุดวิ่ง นอกจากนี้ ยังตรวจดูการสลายกล้ามเนื้อ ไม่ให้สลายตัวเร็วไหลไปยังไต ทำให้ไตทำงานหนักเป็นอันตรายได้ เบื้องต้นทีมนักวิ่งก้าวคนละก้าวฯมีอาการบาดเจ็บไม่รุนแรง เป็นการบาดเจ็บในขั้นแพทย์ยอมรับได้ อยากให้นักวิ่งดื่มน้ำมากๆ เป็นสิ่งสำคัญสุด รองลงมาควรรับประทานอาหารประเภทแป้งเพราะจะไปสร้างสะสมในกล้ามเนื้อ และควรนอนพักผ่อนให้มากเท่าที่ทำได้เพื่อซ่อมแซมร่างกายในจุดที่ได้รับบาดเจ็บ

ด้านนายอนุรัตน์ คงมาลัย อายุ 64 ปี พ่อของตูนกล่าวว่า การวิ่งจากเบตงถึงแม่สายของลูกชายตนและภรรยาเป็นห่วงตลอด โดยเฉพาะเรื่องการกิน เพราะตูนเป็นคนที่รับประทานอาหารค่อนข้างยาก แม่ต้องคอยกำชับ เพราะการออกกำลังเป็นเวลานานจำเป็นต้องมีสารอาหารไปเลี้ยงร่างกายให้เพียงพอ ส่วนอาการบาดเจ็บก็เป็นห่วงไม่น้อย แต่โชคดีมีทีมแพทย์จาก รพ.พระมงกุฎเกล้า คอยสลับหมุนเวียนมาดูแลตลอดการวิ่ง แม้ว่าจะเป็นห่วงหลายเรื่อง แต่เมื่อลูกทำแล้วมีความสุข คนเป็นพ่อแม่ย่อมมีความสุขเช่นกัน รวมถึงมีความภูมิใจและดีใจมากที่ลูกชายวิ่งทุ่มเทร่างกายเพื่อประโยชน์คนส่วนรวม จนคนทั่วประเทศยกย่องเป็นฮีโร่ ถือเป็นเกียรติกับเรามาก ต้องขอขอบคุณคนไทยทุกคนด้วย ตนกับภรรยาจะเดินทางไปกับตูนจนกว่าจะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

นายปิยภูมิ กลมเกลียว ทีมดูแลการวิ่งของตูนโครงการก้าวคนละก้าวฯกล่าวว่า จะคอยประกบดูจังหวะการวิ่งของตูน คอยสังเกตความเป็นระเบียบเพื่อความปลอดภัย ด้านหลังจะมีแพทย์ 1 คนวิ่งตามตลอด การเตรียมวิ่งตูนต้องตื่นนอนตี 3 วอร์ม ร่างกายก่อนออกวิ่ง 1 ชม. แต่ละวันต้องวิ่ง 5 เซตเซตละ 10 กม.ขึ้นไป ขณะที่ตูนวิ่งจะมีความสุขมากตอนแวะทักทายประชาชนรวมถึงเด็กๆที่มาให้กำลังใจ โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญ ตูนสามารถสร้างรอยยิ้มให้คนในพื้นที่ เป็นภาพที่หาดูได้ยากมาก หลายคนเห็นแล้วถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจ

ทีมดูแลการวิ่งโครงการก้าวคนละก้าวฯ กล่าวอีกว่า การหยุดวิ่งวันที่ 2 ตูนมีอาการสดชื่นขึ้น ยังคงพักผ่อนอยู่ในห้อง เพราะเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ตูนไม่ได้วิ่งก็จริง แต่แทบจะไม่ได้พักผ่อนเลย ต้องคอยรับแขกผู้ใหญ่ที่แวะเวียนมาให้กำลังใจและบริจาคเงิน ส่วนการบาดเจ็บมีอาการอักเสบของกล้ามเนื้อหน้าแข้งด้านนอกซ้ายมาตั้งแต่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพราะมีประชาชนต้อนรับเยอะมาก ส่งผลให้การวิ่งของตูนหยุดบ่อย บางครั้งหยุดผิดจังหวะ แต่ได้พัก 2 วันแล้วอาการน่าจะดีขึ้น เพราะมีแพทย์คอยดูแลทำกายภาพตลอด และจะออกวิ่งอีกครั้งในเวลา 03.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. ร่วมกับผู้บริหารและพนักงานบริษัทคิงเพาเวอร์ประมาณ 3,000 คน

ก่อนหน้านี้ในช่วงค่ำวันที่ 4 ธ.ค. กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ พิธีกรรายการ 3 แซบเข้ามาอัดเทปสัมภาษณ์พิเศษ ตูนกล่าวตอนหนึ่งว่า การวิ่งทุกวันต้องตื่นตี 2 ออกวิ่งตี 3 แต่ละวันแบ่งเป็น 4 เซต ต้องวิ่งให้ได้วันละประมาณ 50 กม. แต่ละเซตวิ่ง 10 กม.ขึ้นไป และจะพักให้แพทย์ทำกายภาพบำบัดตลอด ในช่วงวันที่ 2-3 ธ.ค.เกิดความผิดพลาดการวิ่งล่าช้าไม่เป็นไปตามกำหนดที่วางไว้ เพราะเกรงใจประชาชนที่มารอรับให้กำลังใจ ตนต้องการดูแลคนที่มาคอยทุกคน เมื่อเกิดความล่าช้าทีมงานต้องปรับแผนการวิ่งจาก 4 เซต เป็น 5 เซต เพิ่มระยะทางเป็น วันละ 70 กม. ทำให้ใช้ร่างกายมากเกินไปจนเกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้นบริเวณเอ็นข้อเท้าขวาและขาซ้าย ประกอบกับตลอดการวิ่งที่ผ่านมามีอาการบาดเจ็บตามร่างกายอยู่เป็นระยะ โชคดีที่เจ็บเล็กน้อยและเจ็บซ้ำจุดเดิม ทำให้แพทย์ต้องให้หยุดพักจากเดิม 1 วัน เพิ่มเป็น 2 วัน คาดว่าอาการทั้งเจ็บเดิมและเจ็บใหม่น่าจะดีขึ้น

ตูนกล่าวด้วยว่า หลังจากตนและครอบครัวรวมถึงทีมงานมีโอกาสเข้าพบนายกรัฐมนตรีทำให้รู้สึกดีใจ นายกฯให้กำลังใจทีมงานทุกคน พร้อมกับมอบเงินสมทบร่วมโครงการ สำหรับการวิ่งมา 33 วันได้รับกำลังใจจากประชาชน และรอยยิ้มตลอดเส้นทาง ทั้งยังมีแฟนสาว ก้อย-รัชวิน อยู่เคียงข้างให้กำลังใจตลอด ในวันหยุด 2 วันต้องทำกายภาพบำบัดร่างกายและรีบนอนให้เร็วที่สุดเพื่อให้อาการบาดเจ็บหาย อย่างไรก็ตาม จะพยายามวิ่งไปให้ถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตามกำหนดวันที่ 25 ธ.ค.นี้

จากนั้นกาละแมร์-พัชรศรี มอบเงินส่วนตัว 3 แสนบาทให้ตูน พร้อมกล่าวว่า เป็นเงินที่ได้มาจากการขายหนังสือ “แคร์ เช่น มิตร์” ที่ตนเขียนมีเรื่องการออกกำลังกายของตูนอยู่ในหนังสือด้วยและตนเคยวิ่งกับตูนในโครงการหาเงินสมทบให้กับ รพ.บางสะพาน ตูนถือเป็นตัวอย่างให้สังคมและเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชน ในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ จะไปร่วมวิ่งกับตูนด้วย

สำหรับการวิ่งของตูนและทีมงานก้าวคนละก้าวฯ วันที่ 6 ธ.ค. เวลา 03.00 น. ร่วมกิจกรรมบูมเพื่อส่งต่อพลังและให้กำลังใจแก่ทีมก้าวคนละก้าวฯ ที่ลานเรารักพระเจ้าอยู่หัว คิงเพาเวอร์ จากนั้นเริ่มวิ่งจากโรงแรมพูลแมนคิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เข้าถนนพญาไท เลี้ยวขวาเข้าถนนศรีอยุธยา วิ่งตรงผ่านแยกข้ามทางรถไฟ ผ่านสนามม้านางเลิ้ง วัดเบญจมบพิตร ลานพระราชวังดุสิต (พระบรมรูปทรงม้า) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินนอก วิ่งตรงไปบนถนนราชดำเนินกลาง ร่วมกิจกรรมบริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ จากนั้นเลี้ยวขวาขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอรุณอมรินทร์มุ่งหน้าไปทำกิจกรรมที่ รพ.ศิริราช กลับเส้นทางเดิมถึงแยกอรุณอมรินทร์เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบรมราชชนนีด้านล่าง ร่วมกิจกรรมบริเวณห้างเดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า แล้ววิ่งต่อตามถนนบรมราชชนนี เข้าถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกไปจบที่โรงงานแคนนอนบอล แมนู แฟคเจอริ่ง ถนนสายบางบัวทอง-สุพรรณบุรี รวมระยะทางประมาณ 52.5 กม. ส่วนยอดเงินบริจาคเข้าโครงการถึงช่วงค่ำวันที่ 5 ธ.ค. ได้จำนวนกว่า 564 ล้านบาทแล้ว

นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ระดมเงินบริจาคและเงินจากการเดิน-วิ่งออกกำลังกายในโรงพยาบาล 1 รอบสมทบ 10 บาท เป็นกิจกรรมของบุคลากรใน รพ.ศิริราช และ รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ เพื่อสมทบโครงการก้าวคนละก้าวฯ ได้รับเงินบริจาครวม 620,000 บาท ในวันที่ 6 ธ.ค. คณะแพทย์ศิริราชฯจะเตรียมทีมร่วมวิ่งพร้อมมอบเงินบริจาคให้กับตูน ที่จะวิ่งมาถึง รพ.ศิริราช เวลาประมาณ 04.45 น. เข้ามาสักการะสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก รพ.ศิริราช ขอยกย่องการกระทำของตูนที่ถือเป็นหนึ่งของผู้ที่กระทำความดีเพื่อประเทศ มีเจตนาดีในการช่วยเหลือโรงพยาบาล เพราะหลายโรงพยาบาลล้วนขาดรายได้ที่เพียงพอ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้คนไทยหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น

ขณะที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่หลายจังหวัดยังจัดกิจกรรมระดมเงินบริจาคสนับสนุนเข้าโครงการก้าวคนละก้าวฯ ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผวจ.อ่างทอง นำข้าราชการและประชาชนออกวิ่งรับบริจาคเงินสมทบทุนโครงการก้าวคนละก้าวฯ จาก อ.เมืองอ่างทอง ไปถึง อ.วิเศษชัยชาญ มีชาวบ้านพากันออกมาบริจาคเงินกันเนืองแน่นตลอดเส้นทาง เนื่องจากคณะของตูนไม่ได้วิ่งผ่าน จ.อ่างทอง จากนั้น ผวจ.อ่างทอง จะรวบรวมเงินทั้งหมดไปมอบให้ตูนในวันที่วิ่งผ่าน อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี

ส่วนนายวรเชษฐ์ เอมเปีย หรือ “เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล” อดีตนักดนตรีวงดัง ออกวิ่งก้าวให้ถึงอย่างพอเพียงที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีนายพงษ์พันธ์ ยมมาศ นายอำเภอสัตหีบ นำข้าราชการ ครู นักเรียน นักศึกษา ประชาชนออกมาร่วมวิ่งกันจำนวนมาก วิ่งจากหน้าที่ว่าการอำเภอสัตหีบ มุ่งหน้าเข้าตลาดสัตหีบ ถนนสุขุมวิทไปตลาด กม.10 รวมระยะทาง 11 กม. มีประชาชนออกมาร่วมบริจาคเงินกันคึกตักตลอดเส้นทาง ได้เงินกว่า 5.6 แสนบาท จะโอนเข้าบัญชีของโครงการก้าวคนละก้าวฯต่อไป

ที่ร้านส้มตำพะเยา เลขที่ 122/2 หมู่ 17 ต.บ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา นายจริเมศษ์ ไพฑูรย์ อายุ 37 ปี เจ้าของร้าน จัดกิจกรรมระดมเงินเข้าโครงการก้าวคนละก้าวฯ แต่ละบิลของลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหาร ทางร้านจะหัก 5 เปอร์เซ็นต์นำไปบริจาคเข้าโครงการ จะให้ลูกค้าเขียนชื่อและเบอร์โทรศัพท์เพื่อนำไปมอบให้คณะของตูน ยืนยันว่าไม่ได้ใช้กระแสตูนเพื่อโปรโมตร้าน แต่ต้องการร่วมโครงการด้วยใจจริง ลูกค้าจะได้อิ่มท้องและยังอิ่มบุญอีกด้วย

ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน ทีมงานก้าวคนละก้าวฯจัดไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเพจ “ก้าว” โดย พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ หรือหมอเมย์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.พระราม 9 เผยถึงอาการล่าสุดของตูนว่า การทำกายภาพบำบัด 2 วันนี้ มีแพทย์หลายส่วนมาตรวจดูแลร่างกายตูน ทั้งแพทย์กายภาพและแพทย์กระดูกเข้ามาประเมินอาการเจ็บ เบื้องต้นอาการดีขึ้นมาก รวมถึงอาการบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายดีขึ้นมากเช่นกัน ทีมแพทย์สบายใจสามารถวิ่งต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นต้องทำกายภาพบำบัดอีก 1 ครั้ง ใช้เจ้าหน้าที่หลายคนช่วยกันเพื่อทดเวลาให้สั้นลงเหลือ 40 นาที หากใช้แพทย์เพียง 1 คนอาจต้องใช้เวลานานถึง 1.30 ชม. จะได้ให้ตูนรีบพักผ่อนก่อนการวิ่งต่อเช้ามืดวันที่ 6 ธ.ค.