วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปปง.แจง-คืนเงิน 'เหยื่อแก๊งคอล'

4 ราย-ที่รวดเร็ว เพราะอายัดทัน ที่เหลือต้องรอ

ฮอตไลน์ 1710 ของ ปปง.ร้อนฉ่า หลัง “บิ๊กแป๊ะ” แถลงข่าวจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่พูดว่า มีเหยื่อได้รับเงินคืนไปแล้ว 4 คน และพยายามจะคืนเงินให้ผู้เสียหายรายอื่นภายใน 2 อาทิตย์ จน รรท.เลขาธิการ ปปง.ต้องรีบออกมาแจงว่า เหยื่อ 4 คน ที่ได้เงินคืนเพราะอายัดบัญชีได้ก่อนเงินถูกโอนออกไป ส่วนผู้เสียหายที่เหลือต้องรอขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน ประกาศคุ้มครองสิทธิในราชกิจจานุเบกษาก่อนถึงจะดำเนินการต่อได้ ส่วนคดีอดีตพยาบาล รพ.ตร.ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 1.5 ล้านบาท ความหวังได้เงินคืนริบหรี่ ตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่าเงินถูกกดเอทีเอ็มออกไปหมดแล้ว

กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ จับกุมหัวหน้าแก๊งและภรรยาชาวอินโดนีเซีย พร้อมสมุนคนไทย 2 คน เนื้อหาการแถลงข่าวส่วนหนึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาออกหมายจับผู้กระทำผิด 113 หมายจับ ตามจับได้แล้ว 80 คน และมีผู้หลบหนีไปต่างประเทศอีก 7 คน สามารถยึดเงินของกลางได้กว่า 120 ล้านบาท เบื้องต้นสามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายแล้ว 4 คนในพื้นที่ สน.ปทุมวัน สน.คลองตัน พื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.สงขลา และจะทยอยคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ทั้งหมดภายใน 2 สัปดาห์นั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง.กล่าวว่า การเผยแพร่ข่าวดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนที่ได้รับความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เข้าใจว่าสามารถขอรับเงินที่ได้รับความเสียหายได้ภายใน 2 สัปดาห์ และโทรศัพท์ผ่านสายด่วน ปปง. 1710 มาสอบถามยังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงาน ปปง. (ศปก. ปปง.) จำนวนมาก เพื่อสอบถามเรื่องการขอรับเงินคืนจากการถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงิน สำนักงาน ปปง.ขอประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้

“1.กรณีการคืนเงินให้ผู้เสียหาย 4 คนนั้น เป็นกระบวนการของตำรวจ ที่ดำเนินการเพื่อบรรเทาความเสียหายให้ผู้ที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงิน และ ศปก.ปปง.สามารถประสานธนาคารยับยั้งการถอนเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ในขณะเกิดเหตุ 2.สำนักงาน ปปง.จะประสานการปฏิบัติกับพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนของสำนักงาน ปปง.จะใช้มาตรการตามกฎหมายฟอกเงินดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน และคุ้มครองสิทธิให้กับประชาชนผู้เสียหาย มาตรการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความเสียหายให้พี่น้องประชาชน หากมีประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ปปง.จะเผยแพร่ประกาศผ่านเว็บไซต์ www.amlo.go.th ให้ทราบต่อไป หากท่านใดมีข้อสงสัยสามารถสอบถามมายัง ศปก.ปปง.สายด่วนฮอตไลน์ 1710 ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ” พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์กล่าว

ส่วนคดี พ.ต.ต.หญิง จินตนา สุภาพ อายุ 70 ปี ข้าราชการบำนาญ อดีตผู้ช่วยพยาบาล รพ.ตำรวจ เข้าแจ้งความ ร.ต.ท.ปณิภัค ศิลาโชติ รอง สว. (สอบสวน) สน.บางเขน ว่า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน 1.5 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ธ.ค.ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เผยว่า หลังจากพนักงานสอบรับเรื่อง ตนสั่งการให้เร่งตรวจสอบทันที เบื้องต้นทำเรื่องไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อขอเอกสารคำขอเปิดบัญชีทั้ง 3 บัญชีว่าเป็นชื่อใคร พบว่าบัญชีเปิดในพื้นที่กรุงเทพฯทั้งหมด จึงขออายัดบัญชีไว้ตรวจสอบพบว่าเงินถูกกดผ่านตู้เอทีเอ็มออกไปหมดแล้ว ส่วนของเบอร์โทรศัพท์ที่คนร้ายโทร.เข้ามาตรวจสอบทราบว่า โทร.มาจากต่างจังหวัด แต่ชุดตัวเลขหน้าเบอร์โทรศัพท์เหมือนว่า มีการปลอมแปลงรหัสที่ยากแก่การตรวจสอบ แต่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งมืออยู่ พร้อมรอเอกสารหลักฐานจากธนาคารเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป