วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหนือ-อีสานหนาว 8 จว.ใต้ยังมีน้ำท่วม

น้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลายหลังฝนหยุดตกมาหลายวัน แต่ยังมีบางพื้นที่ระดับน้ำยังวิกฤติ โดยเฉพาะ 2 หมู่บ้านในเมืองปัตตานีกว่า 300 ครอบครัวบ้านจมน้ำนานถึง 9 วัน ไม่มีท่าทีจะลด สำหรับสุราษฎร์ธานี อำเภอเคียนซา ยังอ่วมเป็นพื้นที่รับน้ำก่อนลงสู่ทะเล ขณะที่ภาคเหนือ อีสานคนแห่สัมผัสอากาศหนาวกับทะเลหมอก ส่วนกรมอุตุฯเตือนภาคเหนืออุณหภูมิลดอีก 2-4 องศา ภาคใต้ฝนยังชุก

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้บางจังหวัดเริ่มคลี่คลาย ผู้ประสบภัยอพยพกลับบ้านใช้ชีวิตปกติแต่บางจังหวัดน้ำยังท่วมสูงโดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ จ.ปัตตานี หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ บางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งเนื่องจากอยู่ติดกับแม่น้ำปัตตานีและรับน้ำเหนือที่ยังไหลบ่ามาจาก จ.ยะลาและน้ำที่ล้นสปริลเวย์ที่เขื่อนปัตตานี ยังคงไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานี โดยพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังล่วงเข้าสู่วันที่ 9 คือบ้านจางา บ้านยือโมะ ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ตลอด 9 วัน ประชาชนกว่า 300 ครอบครัวต้องใช้ชีวิตร่วมกับน้ำอย่างลำบากทั้งการเดินทางที่ต้องใช้เรือพายไปเข้าหมู่บ้านแต่ละครั้งต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะถนนน้ำท่วมสูง

ขณะที่ในหมู่บ้านระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ทิ้งบ้านหนี ยอมที่จะอยู่กับน้ำมีเพียงสิ่งของที่สำคัญ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถ จยย.ที่ขนย้ายไปไว้บนที่สูงในเต็นท์ชั่วคราวริมถนนโดยมีชาวบ้านอีกกลุ่มซึ่งเป็นผู้ชายจะผลัดกันเข้าเวรเฝ้าทรัพย์สิ้นโดยผูกเปลนอนไว้ในเต็นท์เพราะเกรงพวกมิจฉาชีพแอบขโมยของ ส่วนในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีเข้าสู่ภาวะปกติแล้วมีเพียง ต.จะบังติกอ ยังคงมีน้ำท่วมขังแต่โดยรวมสามารถใช้ชีวิตตามปกติแล้ว

ที่โรงเรียนบ้านโคกหญ้าคา หมู่ 6 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายโอฬาร บิลสัน นอภ.ยะรัง พ.อ.ภาคภูมิ นภากาศ ผบ.ทพ.22 จ.ปัตตานี พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผกก.สภ.ยะรัง และคณะจิตอาสาร่วมกันทำความสะอาดโรงเรียนหลังน้ำลดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ร.9 ในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาและวันพ่อแห่งชาติ ทั้งนี้โรงเรียนแห่งนี้เคยถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ทำให้อาคารเรียน ห้องเรียนทั้งหมดถูกน้ำท่วม อุปกรณ์การเรียนการสอนบางส่วนได้รับความเสียหาย

ที่ จ.นราธิวาส ท้องฟ้าแจ่มใสและมีแสงแดดส่องจ้าปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ส่วนฝนหยุดตก 3 วันติดต่อกัน ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก 3 สาย คือ สุไหงโก-ลก บางนราและสายบุรี มีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่องและเกือบเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว เหลือเพียง 3 ชุมชนที่ยังมีน้ำท่วมขังคือ ชุมชนหัวสะพาน ชุมชนท่าเจ๊ะกาเซ็งและชุมชนท่าโรงเลื่อย ตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เนื่องจากเป็นที่ราบลุ่มริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก มีน้ำท่วมขังเฉลี่ย 20-30 ซม. ส่วนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 8 ชุมชน เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และอพยพหนีน้ำไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 1 และเทศบาล 4 จำนวน 92 ครัวเรือนได้ขนข้าวของสัมภาระกลับบ้านแล้ว

ขณะที่บางหมู่บ้านในพื้นที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ถนนในหมู่บ้านบางสายยังจมน้ำสูง 40 ซม. ชาวบ้านยังต้องนำรถ จยย.กว่า 10 คันไปจอดไว้ในเต็นท์ชั่วคราวบนที่สูงเนื่องจากนำไปจอดไว้ในบ้านไม่ได้ โดยเฉพาะทางเข้าบ้านปูตะ หมู่ 3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ ระดับน้ำสูง 40 ซม. สวนผลไม้และบ้านเรือนยังจมน้ำถึงแม้ว่าระดับน้ำจะลดลงเกือบ 1 เมตรแล้วก็ตาม สอบถาม นายยูโซ๊ะ จาหลง คนในพื้นที่กล่าวว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ประมาณ 200 หลัง หากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มอีกสถานการณ์คงเข้าสู่สภาวะปกติ

ส่วน จ.สงขลา พื้นที่บ้านควน ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ ประมาณ 100 หลัง ถูกน้ำท่วมทั้งหมดและเกือบทั้งหมดหมู่บ้านต้องยอมทิ้งบ้านอพยพไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว บ้านหลายหลังได้ใช้แม่แรงยกรถและใช้อิฐรองล้อรถให้สูงที่สุดเพื่อไม่ให้น้ำท่วมรถ ขณะที่นายเอกราช โยมศิลป์ หนึ่งในชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านควนกล่าวว่า น้ำท่วมหมู่บ้านครั้งนี้หนักที่สุดในรอบ 7 ปี หลังเคยถูกน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2553 เพราะพื้นที่อยู่ติดกับคลองอู่ตะเภาส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับน้ำท่วม จ.สงขลา ครั้งนี้มียอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 6 คน

ด้าน จ.พัทลุง พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วย อ.ควนขนุน อ.เมือง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว และ อ.ปากพะยูน ยังมีน้ำท่วมสูงโดยเฉพาะ ต.มะกอกเหนือ ต.ทะเลน้อย ต.พนางตุง อ.ควนขนุน ต.ชัยบุรี ต.ลำปํา อ.เมืองพัทลุง ต.นาปะขอ ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว ต.จองถนน ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน และ ต.ฝาละมี ต.เกาะนางคำ ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน แต่ละแห่งได้อพยพคนและสัตว์เลี้ยงมากางเต็นท์บนถนนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน พ.อ.เจษฎา เฟื่องฟู ผบ.ทหารช่าง 402 นำกำลังพลร่วมกับพระครูสุตธรรมาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดลำกะ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุงนำถุงยังชีพ 200 ชุด มอบผู้ประสบภัยที่อยู่ติดกับทะเลสาบ ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่ส่วนใหญ่ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ อ.เคียนซา ซึ่งเป็นอำเภอตอนล่างต่อจาก อ.พระแสง อ.บ้านนาเดิม อ.นาสาร และ อ.พุนพิน ระดับน้ำกลับเพิ่มอย่างต่อเนื่องเพราะต้องรองรับน้ำก่อนลงสู่ทะเล ส่วนพื้นที่ อ.พระแสง แม้ระดับน้ำเริ่มลดลงแต่ยังสูงกว่าจุดวิกฤติ นอกจากนี้ยังมีน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำตาปี โดยเฉพาะที่หมู่ที่ 7 ต.อิปัน อ.พระแสง บ้านเรือนจมน้ำ 40 ครัวเรือน รวมถึงพื้นที่การเกษตรอีกจำนวนมาก โดยมีระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม.-2 เมตร ขณะที่ อ.ไชยา หลังฝนตกหนักเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาแก่งกรุง ไหลลงคลองไม้แดงเข้าท่วมบ้านปากหมาก ต.ไชยา แต่ไม่ท่วมเขตเทศบาลเมืองไชยา เนื่องจากน้ำไหลลงสู่คลองท่าโพธิ์และคลองไชยาอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี รุดตรวจสอบพบว่าฝายคลองไชยายังสามารถรับน้ำได้จำนวนมาก

ส่วนพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักนานร่วม 2 ชม. ให้น้ำจากบนเทือกเขา และน้ำจากพื้นที่สูงไหลบ่าทะลักถนนสายทวีราษฎร์ภักดี ซึ่งเป็นถนนสายหลักรอบเกาะสมุย โดยเฉพาะบริเวณหน้าสำนักงานที่ดินอำเภอเกาะสมุย ต.ตลิ่งงาม มีน้ำป่าที่ไหลมาจากภูเขาสีแดงขุ่น ไหลทะลักออกมาจากท่อระบายเข้าท่วมถนนเป็นระยะทางยาวกว่า 200 เมตร ระดับน้ำสูงประมาณ 40-50 ซม. รถ จยย.ไม่สามารถผ่านได้

จ.นครศรีธรรมราช แม้สถานการณ์ส่วนใหญ่เข้าสู่ภาวะปกติแต่ยังมีหลายพื้นที่ในที่ลุ่มยังมีน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ชะอวด อ.หัวไทรและ อ.ร่อนพิบูลย์ ชาวบ้านต้องนำสัตว์เลี้ยงไปเลี้ยงบนถนนสายต่างๆด้วยความยากลำบาก ซึ่งกรมชลประทานเร่งระบายน้ำลงทะเลอย่างเต็มที่ แต่เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะน้ำทะเลหนุนสูงประกอบกับยังมีฝนตกต่อเนื่องและที่สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ หมู่ 10 ต.สวนหลวง อ.เฉลิมพระเกียรติ เขตรอยต่อกับ อ.เชียรใหญ่ ยังมีน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร เนื่องจากพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่รับน้ำจากหลายอำเภอไหลเข้ามาท่วมขังอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ที่แผงขายไก่สดของนางอาภรณ์ แดงบางดำ แม่ค้าขายเนื้อไก่สด ตลาดสดเทศบาลตำบลท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีกลุ่ม พ่อค้าแม่ค้าในตลาดร่วมใจลงขันบริจาคเครื่อง อุปโภคบริโภคและเงินสดจำนวนหนึ่งนำไปซื้อเนื้อ ผัก ไข่ไก่และเครื่องปรุงอาหารเพื่อทำกับข้าวสำเร็จรูปใส่กล่อง 1,000 กล่อง นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ตรัง และ จ.พัทลุง และถุงยังชีพอีก 500 ถุง

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากเหตุน้ำท่วมที่ จ.พัทลุง มีปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยที่ชาวบ้านนำควายน้ำเข้ามาเลี้ยง โดยควายน้ำเป็นควายที่มีลักษณะพิเศษกว่าควายในพื้นที่อื่นคือสามารถว่ายน้ำอยู่ในน้ำได้ครั้งละนานๆ และเมื่อปีที่ผ่านมาควายน้ำตายจากนํ้าท่วมถึง 600 ตัว ดังนั้น กรมอุทยานฯจึงเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้านโดยผ่อนผันให้นำรถแบ็กโฮเข้าไปก่อเนินดินเพื่อให้เป็นที่พักของควายน้ำได้ชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติและคิดว่าในอนาคตคงต้องหาพื้นที่ถาวรให้ควายน้ำเหล่านี้อาศัยอยู่อย่างถาวร

ที่พระลานพระราชวังดุสิต พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่า ตอนนี้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเข้าช่วยเหลือโดยมีกองทัพภาค 4 รับผิดชอบในส่วนของพื้นที่ภาคใต้และมีส่วนกลางเข้าไปช่วยสมทบ ทั้งหมดอยู่ในแผนงานและจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นเพื่อลดความซ้ำซ้อนและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าถึงความช่วยเหลือได้จริง ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ยังคงมีน้ำท่วมอยู่ 8 จังหวัดคือ ปัตตานี ยะลา สงขลา พัทลุง ตรัง นราธิวาส นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี คาดว่า นายกฯจะลงพื้นที่ จ.ตรัง เพราะขณะนี้มีน้ำจาก จ.นครศรีธรรมราช ไหลรวมกับน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ประกอบกับมีพนังกั้นน้ำบางแห่งชำรุดและมีน้ำทะเลหนุนทำให้ระบายน้ำได้ช้า ส่งผลให้น้ำไหลท่วม อย่างไรก็ตาม นายกฯต้องการลงไปดูการปฏิบัติงาน การแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่และพบประชาชนในพื้นที่ด้วย

ขณะที่ภาคใต้น้ำท่วมแต่ภาคเหนืออีสานกลับหนาว โดยเฉพาะในเขต อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อากาศเย็น อุณหภูมิ 17 องศา มีนักท่องเที่ยวแห่ไปสัมผัสอากาศเย็นและชมทะเลหมอกบนดอยสะโง้ ต.ศรีดอนมูล โดยนายทวีพงค์ สะโง้ ผู้ประสานงานและดูแลแหล่งท่องเที่ยวบนดอยสะโง้ กล่าวว่า ยามเช้าบนดอยสะโง้ อุณหภูมิ 12 องศา อากาศเย็นและมีลมแรง ซึ่งบนดอยสะโง้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของ 3 ประเทศ คือไทย สปป.ลาว และเมียนมาแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมความสวยจำนวนมากโดยเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา บางคนอยากสัมผัสความหนาวต้องไปกางเต็นท์นอนกลางลานเพื่อรอชมแสงพระอาทิตย์แรกขึ้นที่ส่องสวยงามโผล่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำและสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงได้ชัดเจน

นายทวีพงค์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้บนดอยสะโง้ ยังมีที่พักสร้างเป็นไม้ไผ่เป็นหลังๆ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่นิยมขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นและชมทะเลหมอกในช่วงเช้า สำหรับปีนี้รีสอร์ตแอทสะโง้ซึ่งเป็นที่พักของชาวชุมชนบ้านสะโง้ มีอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวโดยจะเน้นเป็นอาหารชนเผ่า ข้าวจะเป็นข้าวดอยตำด้วยมือและปรุงอาหารจากเตาธรรมชาติไม่ใช้เตาแก๊สเพื่อคงธรรมชาติแบบดั้งเดิมของชนเผ่าอาข่า ที่ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม

ส่วนนายพงศ์พิพัฑฒ์ นพคุณ ประธานบริหารโรงแรมสบายแอทเชียงแสนและสบายแอทเชียงราย เปิดเผยว่า ฤดูหนาวของเชียงรายปีนี้เริ่มเย็นตั้งแต่ปลายพฤศจิกายน นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวเชียงรายมากขึ้น ส่วนหนึ่งจะเข้ามาพักที่ที่ตัวเมืองเชียงรายแล้วต่อมาพักค้างที่เชียงแสน เพื่อไปไหว้พระตามโบราณสถานที่เก่าแก่แล้วขึ้นไปสัมผัสทะเลหมอก ชมแสงอาทิตย์แรกบนดอยสะโง้ ก่อนจะข้ามไปดูเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน ที่ฝั่งเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ที่อยู่ตรงข้ามกับสามเหลี่ยมทองคำ ในระยะนี้อากาศเริ่มหนาวเย็น มีทะเลหมอกปกคลุม น้ำค้างบนยอดหญ้าและดอกไม้ออกดอกสวยงาม

ขณะที่ จ.เลย นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ขึ้นชมพระอาทิตย์ ท่ามกลางทะเลหมอกที่ยอดภูชมลาว บ้านนากระเซ็ง ต.อาฮี อ.ท่าลี่ ในอุณหภูมิ 16 องศา โดยนายณัฐวัฒน์ สันหาธนานันท์ นายก อบต.อาฮี เปิดเผยว่า ภูชมลาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ของ อ.ท่าลี่ สามารถชมทะเลหมอกที่ปกคลุมฝั่งไทย-ลาว และสามารถมองเห็น 360 องศา บนยอดภูมีแคร่ไม้ไผ่ให้นั่งพักรอชมพระอาทิตย์และกินข้าวจี่ร้อนๆ ที่ชาวบ้านเปิดร้านขายนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามเส้นทางได้ที่ อบต.อาฮี เบอร์ 0-4207-3036 หรือนายณัฐวัฒน์ สันหาธนานันท์ นายก อบต.อาฮี เบอร์ 09-3502-8173 และที่จุดชมวิวผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อากาศเย็น มีนักท่องเที่ยวขึ้นชมทิวทัศน์ตะวันขึ้นสามแผ่นดินจำนวนมากเช่นกัน

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศว่าช่วงนี้ถึงวันที่ 7 ธ.ค.ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนช่วงวันที่ 8-11 ธ.ค.ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศากับมีลมแรง สำหรับภาคใต้ยังคงมีคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปยังคงต้องระวังเรื่องฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม และคลื่นลมแรง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้