วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ถาวร' สวน คสช.อ้างเหตุฟังไม่ขึ้น ปมยื้อไม่ปลดล็อกการเมือง

แกนนำ กปปส.สวน คสช.ขอเหตุผลฟังขึ้นกว่านี้ อ้างไม่ปลดล็อกการเมือง ยกทั่วโลกมีเหตุร้ายก็เลือกตั้งได้ เตือนระวังภาพลักษณ์ รบ. กระทบความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 60 นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา และแกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณีฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาล อ้างเหตุจับกุมอาวุธสงครามของกลุ่มการเมืองว่า ยังไม่ควรปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง ว่า กลุ่มการเมืองนี้เริ่มเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ตั้งแต่ปี 2552-53 โดยใช้ความรุนแรงและซาไป แล้วมาเริ่มใช้ความรุนแรงสร้างสถานการณ์ทางการเมืองซ้ำในช่วงปี 56-57 โดยเฉพาะในช่วงการชุมนุมของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) โดยใช้อาวุธสงครามฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปรวม 24 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 800 คน โดยเฉพาะการขว้างระเบิด RGD5 ใส่เวทีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้บาดเจ็บ 24 ราย และเสียชีวิตหลังจากนั้น 1 ราย ทั้งหมดเป็นผลงานของคนกลุ่มนี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทั้งตำรวจ ทหาร งานการข่าว ฝ่ายความมั่นคงต่างๆ ที่มีหน้าที่โดยตรงในการป้องกันและปราบปรามเหตุร้าย ซึ่งมีบางส่วนบางคนที่ได้ดีจากการใช้อำนาจของฝ่ายการเมืองขั้วตรงข้าม ของมวลมหาประชาชนจนเกิดเหตุมีคนเจ็บตายเช่นนี้

"ส่วนการอ้างเหตุผลของฝ่ายความมั่นคงนั้น ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. โรดแม็ปการเลือกตั้งที่ประกาศเป็นสัญญาประชาคมแล้ว 2. การป้องกันและปราบปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้น ผมอยากให้ คสช.แยกแยะทั้งสองเรื่องนี้ออกจากกัน เพราะการอ้างเหตุว่ามีการจับอาวุธสงคราม หรือส่อจะเกิดเหตุป่วน จะเกิดเหตุไม่สงบนั้น ถามว่าในทุกประเทศในโลก แม้แต่อังกฤษ สหรัฐฯ หรือ เยอรมนีเองก็ยังมีเหตุก่อการร้ายเกิดขึ้น แต่ประชาคมโลกเขาก็ยังเดินหน้าจัดการเลือกตั้งตามระบบไปได้ ควบคู่กับทำหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมืองที่จะป้องกันและปราบปรามเหตุร้าย ความไม่สงบไม่ให้เกิดขึ้น ฉะนั้นการอ้างเหตุผลนี้แล้วบอกว่า ยังไม่ควรปลดล็อกพรรคการเมือง หรือควรเลื่อนโรดแม็ปออกไปอีก มันฟังไม่ขึ้น ผมอยากให้หาสาเหตุ หรือบอกเหตุผลที่ดีกว่านี้ ฟังขึ้นกว่านี้มาบอกสังคมจะดีกว่า เพราะนอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล คสช.เองแล้ว ยังทำลายความเชื่อมั่น และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย นอกจากจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้มาบอกต่อสังคม ผมขอเตือนด้วยความหวังดี" นายถาวร กล่าว