วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วิรัตน์' ดักทาง คสช.อย่าอ้างเหตุจับอาวุธสงคราม เลื่อนปลดล็อกการเมือง

"วิรัตน์" จี้เร่งส่งคดีอาวุธสงครามแดง ดักทางอย่าอ้างสถานการณ์ป่วน ย้ำเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติ ไร้เหตุเลื่อนปลดล็อกการเมือง-โรดแม็ป

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 60 นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี คสช. และฝ่ายความมั่นคงรัฐ ระบุยืนยันว่า การจับอาวุธสงคราม ที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เป็นลอตเดียวกับที่กลุ่มการเมืองใช้สร้างสถานการณ์การเมือง เมื่อปี 57 จึงยังไม่เหมาะที่จะปลดล็อกให้พรรคการเมืองนั้น ว่า เมื่อฝ่ายความมั่นคงของรัฐยืนยันตัวบุคคล และขบวนการของกลุ่มการเมืองที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็ขอให้เร่งสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง หาให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์ และใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธสงครามกลางเมืองโดยต้องมีพยานบุคคล พยานวัตถุพอสมควร โดยเฉพาะพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ หรือดีเอ็นเอ ที่สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์เฉพาะบุคคลได้เพื่อสาวถึงผู้บงการ และสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง รวมถึงอาวุธอื่นๆ ที่ยังมีการกระจายในจุดต่างๆ หรือในที่ของอดีตนักการเมืองบางกลุ่ม โดยต้องแจ้งข้อเท็จจริง และความคืบหน้าในคดีให้สาธารณชนรับทราบเท่าที่ไม่กระทบต่อรูปคดี ไม่เช่นนั้นจะมีการกล่าวอ้างสถานการณ์ความไม่สงบให้เกิดขึ้นตลอดเวลา จนสังคมไทยส่วนหนึ่งเริ่มตั้งข้อสังเกต และสงสัยว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นเรื่องอ้างสถานการณ์กันแน่

นายวิรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการเลือกตั้งทั่วไป ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ประชาชนทั้งประเทศรอคอย เพราะเป็นความหวังเดียวที่ประชาชนเชื่อมั่นว่าปัญหาเศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้น และได้การยอมรับจากนานาชาติมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของ คสช.ที่จะจัดการแก้ไขปัญหาความไม่สงบทั้งหลายให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว และเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไป เพราะขณะนี้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง มีผลบังคับใช้ที่มีการกำหนดระยะเวลาของขั้นตอนต่างๆ ชัดเจนแล้วว่า ต้องจัดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บก.) พรรค และแนวทางนโยบายพรรค ภายในวันเวลาใด ซึ่งเหลือแค่ 100 กว่าวันก็จะครบกำหนดที่ว่านี้ ที่สำคัญการเลือกตั้งครั้งนี้กำหนดให้ใช้ระบบใหม่แบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ต้องเพิ่มให้มีระบบไพรมารีโหวต ที่ทุกพรรคการเมืองต้องจัดเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นๆ โดยสมาชิกพรรคแต่ละพรรค 1 ครั้งก่อน แล้วจึงส่งไปลงเลือกตั้งโดยให้ประชาชนเลือกในวันเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง จึงต้องให้เวลากับประชาชนทำความเข้าใจในระบบเลือกตั้งใหม่ อุดมการณ์พรรคการเมือง และแนวนโยบายของแต่ละพรรคเพื่อที่ประชาชนจะสามารถตัดสินใจไม่เลือกพรรคและคนผิดพลาด ฉะนั้นจึงไม่ควรเลื่อนการปลดล็อกพรรคการเมือง หรือเลื่อนโรดแม็ปการจัดเลือกตั้งทั่วไปออกไปอีก