วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พชรวรรณ พุกบุญมี นักธุรกิจสาวมั่น ฝันเป็นเจ้าของกิจการ

โดยยึดหลัก รักในสิ่งที่ทำ อดทนสู้ทุกอย่าง

“พชรวรรณ พุกบุญมี” หนึ่งในสาวรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีทั้งกึ๋นและความสามารถ ได้สร้างความฝันของตนเองจนเป็นจริง โดยวางแผนชีวิตที่จะก้าวไปทีละขั้น เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ก่อนนำมาต่อยอดความฝันในการเป็นเจ้าของกิจการ จนเป็นผลสำเร็จ ด้วยการทำงานอย่างตั้งใจและมุ่งมั่น

“โย-พชรวรรณ” ผู้บริหารสาววัย 30 ปี ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของธุรกิจอสังหาฯ ศราวุธ พุกบุญมี และ จริภา โฆมานะสิน เล่าให้ฟังถึงครอบครัวเธอ นอกจากพ่อแม่ที่แท้จริงแล้ว โย ยังมีพ่อแม่บุญธรรมที่มีอิทธิพลในชีวิตของเธอด้วยคือ “วิเชียร-ศรีวัลย์ เมฆตระการ” อดีตผู้บริหารใหญ่เอไอเอส ซึ่งทั้งสองท่านสนิทและผูกกับที่บ้านมาก แต่ด้วยความที่ท่านไม่มีลูก เลยขอ โย ไปเป็นลูกบุญธรรม ตอนเด็ก โย เรียนที่ ร.ร.สตรีวิทยา 2 ด้วยความที่เรียนดี ที่บ้านเลยอยากให้เรียนหมอ พอดี โย ได้ไปสมัครรับทุนของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญและได้ด้วย จึงปรึกษาผู้ใหญ่ ซึ่งพ่อแม่บุญธรรมสนับสนุนให้เรียนด้านบริหาร ทำให้ โย เลือกรับทุนจนจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ พอจบก็ได้ไปทำงานที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ในตำแหน่ง leasing officer ดูแลพื้นที่ขายโซนพลาซ่า ทำได้ 8 เดือน ตั้งใจอยากที่จะเรียนภาษาจีน พอดีมีคนบอกให้ลองไปขอทุนรัฐบาลจีนดู โย เลยทำเรื่องสุดท้ายได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาโท ด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศที่ Tsinghua University กรุงปักกิ่ง จบก็กลับมาทำงานที่ CPF Trading ในตำแหน่งผู้จัดการนำสินค้าเข้าห้างต่างๆ ซึ่งทำอยู่สักพัก พอปี 2558 อยากออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง โดยตั้งบริษัท โยเบลล่า อินเตอร์เทรด จำกัด ผลิตสินค้าเครื่องสำอางใน ชื่อแบรนด์ “Yobelle” เริ่มจากสครับ 3 in 1 ที่เป็นทั้งขัดอาบ และบำรุง ซึ่งได้ไปประเดิมแนะนำผลิตภัณฑ์ในงานแฟร์ที่จีน จึงได้ส่งออกขายที่ประเทศจีนก่อนที่จะขายในเมืองไทย ที่ร้านวัตสัน จากนั้นได้ต่อยอดธุรกิจอยากทำให้ครบวงจรทั้งสินค้าอุปโภค-บริโภค จึงได้ตั้งบริษัท บลูโค้ดเตอร์ จำกัด จำหน่ายของกิน ในชื่อแบรนด์ “Papahut” ซึ่งตอนนี้มีเมล็ดทานตะวันเม็ดใหญ่ระดับพรีเมียม

จากมนุษย์เงินเดือนแล้วก้าวมาสู่เจ้าของธุรกิจ โย เล่าว่า การทำงานย่อมต่างกัน ตอนเป็น ลูกจ้าง เราทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด จะคิดต่อ ยอดมากไม่ได้ เพราะอาจเกินขอบเขตหน้าที่ของเรา แต่เมื่อเราเป็นเจ้าของธุรกิจเราต้องคิดเอง ต่อยอดเอง ทำงานทุกวัน มีความเครียดกว่า ปัญหามีเข้ามาเยอะ แต่ โย ไม่กลัวการแก้ปัญหา เพราะมองว่า ทุกปัญหามีทางออก ดังนั้น เวลาทำงาน โย เลยรู้สึกแฮปปี้ และชอบที่จะวางแผนการเติบโตของบริษัทไปทีละขั้น อย่างสินค้าในไลน์เครื่องสำอาง ตอนแรกเปิดด้วยสครับ ตอนนี้เราทำครีม และมองไว้ว่าจะทำให้ครบวงจร เช่นเดียวกับ พวกของกิน พยายามเพิ่มให้มีความหลากหลาย ซึ่ง โย วางอนาคตต่อไปจะเป็น distributor รวมไปถึงอยากให้บริษัทโตไปถึงการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ด้วย

“หลักในการทำธุรกิจของ โย เราต้องมีความมั่นใจ คือมั่นใจในสิ่งที่เรามี คำว่ามั่นใจของโย ในที่นี้คือ 100% นะคะ ถ้าหากมี Question ในใจ โย จะไม่กล้าขายเลย เพราะถ้าของเราดีจริงและตอบโจทย์ตลาด ของก็จะขายได้ และอยู่ได้นาน นอกจากนี้ ต้องรักในสิ่งที่ทำ มีความอดทน เมื่อก้าวกระโดดออกมาทำแล้ว ต้องอดทน สู้ทุกอย่าง ซึ่งตอนนี้ โย ก้าวผ่านจุดนั้นไปได้แล้ว เพราะได้เรียนถูกเรียนผิดมาด้วยตัวเอง ตอนนี้ภูมิใจได้ในระดับหนึ่งกับธุรกิจที่ทำมากับมือ ซึ่งเริ่มต้นจากศูนย์จริงๆ แต่สามารถก้าวไปได้ด้วยดี อนาคตก็อยากทำให้บริษัทก้าวต่อไป เรียกว่าโตเป็นผู้ใหญ่ที่หาเงินเอง run งานได้เป็นระบบ เช่นเดียวกับชีวิตส่วนตัวที่ โย อยากจะดูแลพ่อแม่และคนรอบข้างได้อย่างดีเช่นกัน”...วิสัยทัศน์ของสาวคนเก่งคนนี้ ที่น่าเดินตาม!!