วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขออึ๊บหน่อย! ชายอ้างเป็นตำรวจ อยากมีเซ็กซ์กับแม่ แลกปล่อยตัวลูกชาย (คลิป)

ครอบครัวแชร์เรื่องราวหวังเตือนภัย ชายแต่งกายคล้ายตำรวจ ทหาร เรียกตรวจลูกชายก่อนยัดยาบ้า ซ้ำให้ดื่มน้ำมีรสขมจนหมดสติไป 1 วัน ก่อนแชตหาแม่ขอมีเพศสัมพันธ์แลกปล่อยตัว...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก มีด่านบอกด้วยอุบลราชธานี ได้ประสานขอให้สื่อมวลชนช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำเสนอข่าวเตือนภัยสังคม กรณีมีหญิงสาววัย 16 ปี ส่งข้อมูลเตือนภัยจากการถูกชายแต่งกายคล้ายตำรวจหรือทหารในพื้นที่ชายแดน ตั้งด่านและยัดยาบ้าให้พี่ชาย ก่อนจะขอมีเพศสัมพันธ์กับคุณแม่เพื่อเป็นการปล่อยตัวไม่ดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นางสาวมินตรา (นามสมมติ) อายุ 16 ปี น้องสาวผู้เสียหาย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เจ้าตัวเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.35 น. วันที่ 25 พ.ย. 60 นางพรทิพย์ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี มารดา แจ้งว่ามีผู้ชายใช้โทรศัพท์ของ นายสมพงษ์ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี พี่ชาย บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นายสมพงษ์ เนื่องจากมีปัสสาวะเป็นสีม่วงและพบยาเสพติด 10 เม็ด ขอให้มารดากดรับเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กซึ่งจะมีข้อเสนอเพื่อไม่ให้พี่ชายถูกจับกุมดำเนินคดี เหตุเกิดในอำเภอหนึ่งของ จ.มุกดาหาร 

หลังจากมารดารับชายคนนี้ก็ส่งข้อความแจ้งว่า นายสมพงษ์ หากถูกดำเนินคดีก็จะต้องติดคุก 5-6 ปี เสียเงินอีก 300,000 บาท แต่มีข้อเสนอว่าจะยอมปล่อยตัวหากยอมไปมีเพศสัมพันธ์ด้วย ทำให้มารดารู้สึกตกใจและกังวล เบื้องต้นครอบครัวได้โทรศัพท์ตรวจสอบและไปยังสถานีตำรวจที่ถูกอ้าง ได้รับแจ้งว่าไม่ได้มีการตั้งด่านหรือจับกุม นายสมพงษ์แต่อย่างใด

ทั้งนี้ ขณะที่กำลังให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ชายที่อ้างตัวได้ส่งข้อความมาสอบถามว่าจะยอมรับข้อเสนอหรือไม่ หากไม่รับก็เตรียมหาศพพี่ชาย หรือจะรับข้อเสนอใหม่ให้มารดาถ่ายรูปอวัยวะเพศส่งไปให้ดูแล้วจะยอมปล่อยพี่ชาย พนักงานสอบสวนจึงวางแผนให้มารดายอมรับข้อเสนอให้ไปเจอกันที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งเพื่อให้ชายคนนี้ออกมาหา แต่คาดว่าจะไหวตัวทันเพราะส่งข้อความมาบอกว่ามีตำรวจเพียบเลยนะ จากนั้นก็ขาดการติดต่อไป

ด้าน นางพรทิพย์ เปิดเผยว่า ในช่วงเย็นวันเดียวกัน (25 พ.ย.) ได้รับการติดต่อทางเฟซบุ๊กอีกครั้งว่าจะปล่อยตัว นายสมพงษ์ โดยมีข้อตกลงว่าห้ามนำเรื่องนี้บอกตำรวจเด็ดขาด ไม่งั้นรายต่อไปจะเป็นลูกสาวพร้อมทั้งคนในครอบครัว ต่อมารุ่งขึ้น (26 พ.ย.) ประมาณ 11.00 น. นายสมพงษ์ กลับถึงบ้านมีอาการปวดศีรษะ หน้าซีด มึนงง จำเหตุการณ์ได้ไม่หมด เงินหายไป 500 บาท

นายสมพงษ์ ผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนวันเกิดเหตุทะเลาะกับแฟนจนดึก เช้ารุ่งขึ้นคือวันเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนนสายยุทธ์ศาสตร์ ขาออกมุ่งหน้าสามแยกถ้ำเสือ ระหว่างทางพบชาย 3 คน แต่งกายคล้ายตำรวจ 1 นาย และคล้ายทหารอีก 2 นาย มีกรวยตั้งอยู่กลางถนน และมีรถกระบะโตโยต้า สีดำ จอดอยู่ข้างทาง ชายแต่งกายคล้ายตำรวจเข้ามาบิดกุญแจรถถามว่าได้จอดที่ไหนหรือไม่ ขอค้นกระเป๋าหน่อย ด้วยความบริสุทธิ์ใจก็ยอมให้ค้น กระทั่งชายคนนี้บอกว่ามียาบ้า 10 เม็ด ก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตัวเอง หลังจากนั้นก็ถูกยึดกุญแจรถ โทรศัพท์มือถือ แล้วให้กดเบอร์โทรศัพท์ของมารดาก่อนจะใส่กุญแจมือปิดตาพาไปในห้องมืด บังคับให้ดื่มน้ำที่มีรสชาติขม ไม่นานก็รู้สึกมึนงง ปวดศีรษะ จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผ่านไป 1 วัน ตั้งสติได้จึงได้ติดต่อบอกมารดาว่าปลอดภัยดี กำลังจะกลับบ้าน 

อย่างไรก็ตาม นางพรทิพย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้คนในบ้านยังคงรู้สึกหวาดกลัว ระแวงคนแปลกหน้าที่เข้ามาพูดคุยด้วย ด้านคดีไม่ได้คิดจะเอาเรื่องอะไรเพราะไม่ได้เสียหาย ลูกชายก็ปลอดภัย แต่ยังสงสัยว่าบุคคลทั้ง 3 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จริงหรือไม่ หรือเป็นมิจฉาชีพ ครอบครัวของตนอาจจะไม่ใช่รายแรก.