วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีแสกหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แฉทุกมุกต้มตุ๋นก่อนจะตกเป็นเหยื่อเสียเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้มตุ๋นหลอกลวงเงินจากประชาชนกำลังระบาดรุนแรงอีกครั้ง ดังจะเห็นได้จากจำนวนผู้เสียหายที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อ รวมไปถึงกรณีที่ไม่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่ออีกมากมาย

ขณะเดียวกันแม้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมและปราบปราม โดยเฉพาะสามารถทลายแก๊งใหญ่ได้เป็นระยะ อายัดทรัพย์และดำเนินการตามกฎหมาย แต่ก็ยังไม่มีทีท่าจะหมดไปง่ายๆ เพราะแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีช่องทางในการหลอกลวงมากมาย

ทั้งนี้ จากการประมวลพฤติการณ์และรูปแบบการก่อเหตุของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในการต้มตุ๋นหลอกลวง สามารถสรุปได้ดังนี้ 

1. มักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ล่าสุด มีทั้งเป็นบุรุษไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่ศาล เจ้าหน้าที่อัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ธนาคาร และตำรวจ

2. โทรไปข่มขู่ หลอกลวง เกี่ยวกับว่ามีความผิด เช่น มีชื่อในบัญชีดำ ถูกผู้ต้องหากระทำความผิดซัดทอด เป็นต้น

3. โทรไปแจ้งว่า ได้รับรางวัล หรือเป็นผู้โชคดี

4. มักใช้หมายเลขโทรศัพท์โทรหาเหยื่อปลายทาง โดยไม่แสดงหมายเลข

5. กรณีบางครั้งหากมีการแสดงหมายเลขที่ปลายสายเหยื่อ จะเป็นการโทรผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งในด้านเทคโนโลยีสามารถปลอมแปลงหมายเลขให้น่าเชื่อถือได้ เช่น ให้ขึ้นต้นด้วยหมายเลขหน่วยราชการ แต่เมื่อโทรกลับจะไม่มีสัญญาณ  

6. จะมีการพูดจาหว่านล้อมต่างๆ โดยบางครั้งมีการโอนสายให้เพื่อนร่วมขบวนการผลัดเปลี่ยนกันพูดคุย หรือแอบอ้าง

7. ขอข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขบัตรข้าราชการ หมายเลขบัญชีธนาคาร รหัสเอทีเอ็ม ไปจนกระทั่งยูสเซอร์เนมและพาสเวอร์ดอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง

8. เหยื่อหลงเชื่อมีการโอนเงินให้

9. สุ่มหาเหยื่อจากหมายเลขโทรศัพท์ และประวัติฐานข้อมูลต่างๆ

สำหรับวิธีการป้องกันตัวจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น มีคำแนะนำดังนี้

1. ไม่ควรรับสายหมายเลขโทรศัพท์ไม่คุ้นเคย แปลก หรือกระทั่งระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ

2. ไม่คุยสนทนากับบุคคลที่ไม่รู้จัก

3. ตรวจสอบข้อมูลไปยังหน่วยงานต้นทางที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างหากไม่สบายใจ กรณีถูกหลอกลวงว่า มีความผิดใดๆ

4. ไม่มีหน่วยงาน หรือเจ้าหน้าที่คนไหน ซึ่งหากปฏิบัติตามหน้าที่จะมาเรียกร้องเงินเพื่อปกปิดความผิด หรือละเว้นการดำเนินคดีได้

5. ทำลายเอกสารส่วนตัวที่มีการระบุหมายเลขโทรศัพท์ โดยเฉพาะมือถือ ที่อยู่และข้อมูลเกี่ยวกับการเงินทุกครั้งก่อนทิ้ง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล รักษาราชการแทน (รรท.) รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) ในฐานะชุดปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ป้องกันลำบาก เพราะมุ่งไปยังเหยื่อโดยตรง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปราบปรามจับกุมกวาดล้างให้หมด เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมาก โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ และกลุ่มเกษียณจากการทำงาน ต้องถูกหลอกลวงเสียเงินเก็บก้อนสุดท้ายสำหรับใช้ดำรงชีวิตช่วงบั้นปลาย.