วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ชินวัตร” ทิ้งการเมืองจริงหรือ?

ฟังหูไว้หู ปิดประตูการเมือง

ระหว่างที่นักการเมืองเร่งกดดันให้ คสช. ปลดล็อกทางการเมือง ซึ่งคำตอบล่าสุดจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คสช. ก็ได้ความว่า ให้เป็นไปตาม 3 หลักการใหญ่ที่ประกาศไปแล้ว

พูดๆง่ายว่ายังต้องรอคำตอบกันต่อไป

แต่ที่เป็นข่าวระดับพาดหัวข่าวตามสื่อต่างๆนั้น ก็เพราะนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความเอาไว้

“อยากให้ตระกูลชินวัตรเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพื่อให้ได้ครอบครัวที่อบอุ่นคืนกลับมา” นั่นเป็นเนื้อหาที่สรุปแล้วใจความออกมาลักษณะนี้

แยกย่อยลงไปอีกนิดก็คือ ต้องการให้ถอยห่างการเมืองออกมาเพราะครอบครัวต่างแตกกระซานซ่านเซ็นไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

ก็เพราะ “การเมือง” เป็นต้นเหตุ

ที่ว่าตระกูล “ชินวัตร” ไม่รู้ว่ากินขอบเขตเฉพาะในครอบครัวของเขาหรือหมายความรวมไปถึงคนอื่นๆ เช่น นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และสามี คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ด้วยหรือไม่

เจตนารมณ์จากการโพสต์ออกมานั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวนายพานทองแท้ หรือได้ปรึกษาหารือในครอบครัวหรือไม่?

ถึงที่สุดแล้วก็ยังหาความแน่นอนไม่ได้ เพราะสิ่งที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ คือคนอื่นๆในครอบครัว โดยเฉพาะจากนายทักษิณที่เป็น “เสาหลัก” สำคัญของครอบครัว

และ “เสาหลัก” ที่สั่งการทุกอย่างในพรรคเพื่อไทย

เอาเข้าจริงน่าจะพูดกันได้ก็คือ เป็นสีสันทางการเมืองในช่วงห่วงหาการเลือกตั้งของนักการเมืองก็แล้วกัน

ทว่า หากฟังสุ้มเสียงของนักการเมืองค่ายเพื่อไทยที่เรียงหน้ากันออกมาเปล่งวาจาต่อเรื่องนี้ดูเศร้าๆ หงอยเหงาชวนให้พิกลไม่น้อย

คล้ายกับว่ากำลังจะสูญเสียอะไรสักอย่าง พอจำแนกออกมาได้ 2 ประเด็น

1.ขาดผู้นำตัวจริงเสียงจริงของพวกเขา

2.ขาดปัจจัยสำคัญหลายอย่างทางการเมือง

คำตอบบางอย่างบอกท่วงทำนอง คิดกันก็คือยังไม่เชื่อว่าจะเป็นไปเช่นนั้น เป็นเพียงแค่ความรู้สึกส่วนตัวของนายพานทองแท้เท่านั้น

นั่นเท่ากับว่า พวกเขามั่นใจว่าตระกูล “ชินวัตร” ยังไม่ทิ้งการเมือง เพราะมีการอ้างว่ายังมีนายสมชายและนางเยาวภาที่ไม่ได้แสดงเจตจำนงว่าจะทิ้งการเมือง

จะทำให้พวกเขาต้อง “ลอยคอ” ทางการเมืองอย่างเดียวดาย

หากวิเคราะห์จากการแสดงจุดยืนของลูกชาย “นายใหญ่” ก็น่าจะออกมาได้หลายอย่าง จุดสำคัญก็คือ พวกเขาถูกการเมืองรังแกจนต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างที่เห็นกันอยู่ ชวนให้น่าสงสาร

วัดใจนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยว่า คิดกันอย่างไรหากต้องเจอสภาพแบบนั้น รวมถึงแนวร่วมที่ให้การสนับสนุนด้วย

นั่นต้องไม่ลืมว่า คสช.จะคิดอย่างไรด้วยเช่นกัน

เป็นการหยั่งท่าทีทางการเมืองว่าจะคิดอย่างไรกับพวกเขา เพราะอย่างน้อยก็ได้เห็นแล้วว่าประชาธิปัตย์ที่เคยคิดจะจับมือกันนั้น ได้แสดงอาการกระทืบซ้ำให้ช้ำใจไม่เปลี่ยนแปลง

คสช.ก็คงจะคิดเหมือนกันว่า หากนายทักษิณยุติบทบาทการเมืองไปเลยก็จะเป็นผลดีต่อพวกเขา เพราะแม้จะมีการเอ่ยชื่อนางเยาวภาก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพราะนั่นแหละตำบลกระสุนตกตัวจริง

การเมืองต่อไปข้างหน้านั้นด้วยเงื่อนไขและปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว การตัดสินใจใดๆ จึงต้องรอบคอบมากขึ้น

มีก็แต่คนเพื่อไทยนั่นแหละครับ...ที่ปวดหัวตัวร้อนกันไม่น้อย.


“สายล่อฟ้า”