วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้ยื้อปลดล็อก ร้องลต.โมฆะ

วัฒนาดักทางคสช. ผบ.ทบ.ยันจับอาวุธ โยงแดงฮาร์ดคอร์

คสช.ลั่นดาลไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง “บิ๊กเจี๊ยบ” ฟันธงสถานการณ์ไม่เหมาะสม ยันจับชัวร์ไม่มั่วนิ่ม ฮาร์ดคอร์แดงหนีผิดทิ้งอาวุธสงครามแปดริ้ว วิตกลอตมหึมาตอกเลขตรงกับ อาวุธเคยก่อเหตุป่วนปี 57 ฝ่ายกฎหมาย คสช.แจ้งกองปราบฯฟัน “วัฒนา ทรัพย์วิเชียร-มนัส เปาริก-จักรภพ เพ็ญแข” ข้อหาสะสมอาวุธ-อั้งยี่ซ่องโจร “เสี่ยไก่” ซัด “บิ๊กป้อม” หาเรื่องอยู่ต่อ ลากยาวปล่อยผี ซ่อนปมยื้อเลือกตั้งให้ขัด รธน. ปูทางลูกหาบร้องให้ผลเป็นโมฆะ “มาร์ค” ย้ำอุดมการณ์ต่างกัน ปิดประตู ปชป.จูบปาก พท. นายกฯกำชับ รมต.ลงพื้นที่ทั่วไทย ตีปี๊บชี้แจงชาวบ้าน เมินข่าวตระกูลชินฯอยากเลิกการเมือง “บิ๊กตู่” แบ่งงานรองนายกฯส่งเพื่อนรัก “บิ๊กฉัตร” คุมบริหารจัดการน้ำ-สธ.-พม. “ประวิตร” ยังเหนียวคุมสีกากีเหมือนเดิม “ปนัดดา” ยอมลดชั้นนั่งผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกฯ

ข้อเรียกร้องของฝ่ายการเมืองให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกให้พรรคการเมืองเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ไม่ได้รับการตอบสนองจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง โดยที่ประชุม คสช.ครั้งล่าสุดไม่มีการหารือถึงการผ่อนปรน ดังกล่าว ล่าสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ระบุชัดเจนว่า ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่เหมาะสม หลังมีการตรวจพบอาวุธสงครามลอตใหญ่ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา

นายกฯนำ ครม.ใหม่แชะภาพหมู่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำ ครม.ทั้งหมดซึ่งสวมชุดปกติขาว ภายหลังการปรับ ครม.เป็น ครม.ประยุทธ์ 5 มาถ่ายภาพร่วมกันที่บริเวณถนนหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

จากนั้นได้แยกถ่ายภาพหมู่เฉพาะรัฐมนตรีใหม่ ก่อนที่ นายกฯจะกลับขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า เปลี่ยนชุดลงมา เป็นประธานการประชุม คสช. โดยมีสมาชิก คสช. เข้าร่วมประชุมเกือบครบ ยกเว้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร และ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย อดีตรองนายกฯ ที่ถูกปรับพ้นจาก ครม. แต่ยังคงเป็นสมาชิก คสช. แจ้งลากิจเดินทางไปต่างประเทศ ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต รมช.กลาโหม ยังคงมาร่วม ประชุมในฐานะสมาชิก คสช. จากนั้นเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกของ ครม.ประยุทธ์ 5

ตีปี๊บล้างคอร์รัปชันเก่าสกัดโกงใหม่

ก่อนการประชุม ครม. ที่บริเวณโถงชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำคณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. พร้อมด้วยยุวทูต ป.ป.ช. เข้าพบนายกฯเพื่อมอบเสื้อตราสัญลักษณ์งานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) และประชาสัมพันธ์งานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลฯ ประจำปี 60 จัดขึ้นในวันที่ 9 ธ.ค. ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายกฯกล่าวว่า ประชาคมทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ต้องแก้ปัญหาเก่าและป้องกันปัญหาใหม่

นางสุวณากล่าวว่า การจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลปีนี้ทุกภาคส่วนจะจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทย ไม่ทนต่อการทุจริต” เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนไม่ทนต่อการทุจริต และร่วมกันแสดงเจตนารมณ์มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการทุจริต นายกฯจะร่วมกันประกาศ เจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต การแถลงสารขององค์การสหประชาชาติ ประธานกรรมการ ป.ป.ช.แถลงการณ์ขับเคลื่อนประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต รวมทั้งมอบรางวัลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐที่ได้คะแนนสูงสุด ประจำปี 2559-2560

คสช.ไม่คุยปลดล็อกสั่งสาวทิ้งอาวุธ

ต่อมาเวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า วันนี้เป็นการประชุม ครม.ชุดใหม่ภายหลังถวายสัตย์ปฏิญาณเข้ารับหน้าที่ ถือเป็นการปฏิบัติงานวันแรก ซึ่งเป็นวันมงคล จากนั้นนายกฯได้กล่าวถึงการตรวจพบอาวุธสงครามจำนวนมากในท้องนาหมู่ 15 ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ว่า กำลังตรวจสอบอยู่ ว่าเป็นกลุ่มไหน ใครทำอะไร อย่างไร มาทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งสิ่งที่น่าจะกังวลมากกว่าคือมีที่อื่นอีกหรือเปล่า วันนี้ก็มีการตรวจสอบ ติดตาม สืบสวนต่อไป สิ่งแรกที่พบคือเป็นลอตเดียวกันกับที่เกิดเหตุในช่วงที่ผ่านมา แต่จะเกี่ยวข้องกับใครก็รับผิดชอบกันในเรื่องของการตรวจสอบ ทั้งนี้ในการประชุม คสช. ไม่ได้หารือเรื่องการพิจารณาปลดล็อกพรรคการเมือง ซึ่งได้ชี้แจงอธิบายไปแล้ว

เมิน “ตระกูลชินฯ” ไม่ยุ่งการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯได้พาสปอร์ตประเทศอังกฤษว่า ยังไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ ส่วนอยู่ประเทศใดก็ยังไม่ได้รับรายงานเช่นเดียวกัน เมื่อถามว่า กรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าตระกูลชินวัตรไม่อยากยุ่งการเมืองอีก นายกฯตอบเพียงว่า ก็เป็นเรื่องของท่าน ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผลสรุปคำตอบของประชาชนที่ตอบ 4 คำถามแรกของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องคำถามตนจะนำมาดูว่าอะไรที่ทำได้ก็จะทำ อันไหนเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องกฎหมายก็ว่าไป

ผู้นำพักปากตอบสื่อแค่ 3 นาที

ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์เดินลงจากโพเดียมแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร และ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย อดีตรองนายกฯ ที่ยังเป็น คสช.อยู่ แต่ไม่ได้มาร่วมประชุม คสช.เป็นเพราะมีรอยร้าวภายใน คสช.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “พูดไปเรื่อย เขาลาไปต่างประเทศ อยู่แค่นี้ก็ประชุมกันได้” ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ยืนบนโพเดียมตอบคำถามสื่อทุกประเด็นที่เขียนคำถามส่งไปล่วงหน้า โดยตอบสั้นๆไม่ลงในรายละเอียดใช้เวลาประมาณ 3 นาที จากนั้นเดินลงจากโพเดียมด้วยสีหน้าเรียบเฉย เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังเกิดเหตุการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ตวาดใส่ผู้ประกอบการประมงระหว่างลงพื้นที่ไปประชุม ครม.สัญจรสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าว กระทั่งหลังการประชุม ครม.จึงมีโอกาสแถลงตอบคำถามผู้สื่อข่าว ซึ่งปกติ พล.อ.ประยุทธ์จะใช้เวลาตอบคำถามแต่ละเรื่องมากพอสมควร

“ดอน” โยน ตร.ควานหา “ยิ่งลักษณ์”

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกระแสข่าวอังกฤษให้หนังสือ เดินทางแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้ต้องหาคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่ศาลตัดสินให้จำคุก 5 ปีว่า กระทรวงการต่างประเทศยังไม่มีข้อมูลนี้ ทราบเพียงจากข่าว แต่เชื่อว่าอังกฤษคงไม่ขาดแคลนเงิน และไม่มีนโยบายมอบพาสปอร์ตให้นักธุรกิจที่ไปลงทุน เพราะเข้มงวดกับการเข้าออกประเทศ เมื่อถามอีกว่า ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับพาสปอร์ตหรือสถานะผู้ลี้ภัย ทางการไทยจะทราบทันทีใช่หรือไม่ นายดอนตอบว่า ไม่จำเป็นอยู่ที่ประเทศต้นทางว่าจะให้ข่าวหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีใครทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหน เพราะไม่เคยปรากฏ ส่วนการติดตามเป็นเรื่องของตำรวจ กระทรวงการต่างประเทศถือว่าจบตั้งแต่ยกเลิกพาสปอร์ตทั้งหมด

“ประวิตร” อ้างเพิ่งปรับ ครม.หมาดๆ

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ในที่ประชุม คสช. ไม่ได้มีการประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาการปลดล็อกทางการเมือง เมื่อถามว่า ภาพรวมขณะนี้ยังไม่สามารถปลดล็อกได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ยังไม่รู้ สื่อดูเอาเองว่าสถานการณ์ปัจจุบันมันควรจะปลดล็อกหรือไม่ เมื่อถามอีกว่า กรณีที่มีการวิจารณ์ว่าไม่ควรนำเหตุการณ์ตรวจพบวัตถุระเบิดมาเป็นเหตุผลยังไม่ปลดล็อก พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรายังไม่มีการประเมิน จะประเมินเมื่อไหร่นั้นยังไม่รู้ ตอนนี้มีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ จึงกำลังปรับเรื่องการทำงานอยู่ เมื่อถามว่าขณะนี้นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะมีการนำชื่อมาโยงกับเหตุการณ์ตรวจพบอาวุธสงคราม ใน จ.ฉะเชิงเทรา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้

โยนฝ่าย ก.ม.ดูผ่อนปรนกรอบเวลา

เมื่อถามว่า กรอบเวลาในกฎหมายลูกที่ให้พรรคการเมืองสำรวจสมาชิกใหม่ใน 90 วัน จะเป็นเงื่อนไขให้ต้องมาพิจารณาถึงการปลดล็อกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เดี๋ยวเขาแก้ให้ ส่วนมาตรการจะเป็นอย่างไรนั้น ยังไม่ได้คุย เรายังไม่ทำอะไรเลย เมื่อถามย้ำว่าจะเป็นการปรับเรื่องกรอบเวลาใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยัง ยังไม่ปรับ ตนยังไม่ได้พูดอะไร เดี๋ยวให้ฝ่ายกฎหมายเขาดู

“บิ๊กเจี๊ยบ” ยันไม่มั่วอาวุธเคยใช้ปี 57

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงการจับอาวุธสงครามที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทราว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม เร่งรัดให้ฝ่ายความมั่นคงกวาดล้างอาวุธสงคราม และปราบปรามมาเฟียผู้มีอิทธิพล เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ความ รุนแรง หรือนำอาวุธสงครามไปใช้ในอนาคต จึงตรวจค้น หลายพื้นที่ ผู้ครอบครองอาวุธกังวลว่ามีความผิด จึงนำอาวุธมาทิ้ง ที่เป็นปัญหาคืออาวุธที่เรายึดได้ครั้งนี้มีหมายเลขประจำเครื่องตรงกับการใช้ในปี 2557 และดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขยายผลอยู่ อาวุธนี้ไม่ได้ผลิตในประเทศ ไทย คาดว่านำเข้าจากต่างประเทศนานแล้ว และนำมาใช้หมุนเวียนนอกระบบภายในพื้นที่ ที่น่ากังวล คือมีปริมาณเป็นจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสืบค้นได้หมดว่ายังมีมากน้อยแค่ไหน ส่วนที่เชื่อมโยงกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ เรากำลังรอผล แต่คนที่เคยถูกจับกุมเป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์ ที่มีตัวตนชัดเจนและกำลังถูกดำเนินคดี ย้ำว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มั่ว

ชี้สถานการณ์ไม่เหมาะปล่อยผี

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตรระบุว่า ยังไม่ปลดล็อกการเมือง เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่สงบ เลขาธิการ คสช.กล่าวว่า การปลดล็อกพรรคการเมือง คสช.จะพิจารณาร่วมกันในภาพรวมทุกประเด็น ไม่ใช่เฉพาะอาวุธสงครามอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องกฎหมาย สถานการณ์และความเคลื่อนไหวต่างๆ ดังนั้น ขอสรุปโดยรวมช่วงนี้ยังไม่เหมาะที่จะเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะอาจจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาได้ คสช.ประชุมทุกเช้าวันอังคาร เพื่อประเมินสถานการณ์ โดยฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์ให้นายกฯทราบและที่ประชุมจะเป็นผู้ตกลงใจว่าจะปลดล็อกให้เมื่อใดอย่างไร ถ้าพร้อมเราดำเนินการ ทันที แต่ถ้าติดขัดแง่กฎหมาย และมีผลกระทบต่อพรรคการเมืองจะออกมาตรการผ่อนปรน เชื่อว่าไม่มีผลกระทบใดๆทั้งสิ้น ตนเข้าใจความรู้สึกของการเมือง การเมืองเป็นเรื่องความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ถ้ากลายเป็นความขัดแย้ง ฝ่ายความมั่นคงต้องพยายามตีกรอบให้อยู่ในกรอบ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียหายต่อประเทศชาติ ตนกำลังทำตรงนั้นอยู่ ดังนั้นบางเรื่องที่เราไม่มั่นใจ เราก็ยังไม่ปล่อย เพื่อไปสู่ จุดหมายเดียวกันคือ การเลือกตั้ง ตามแนวทางที่กำหนดไว้

ทหารแจ้งจับแกนนำแดงสะสมอาวุธ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 1 ธ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. ให้ดำเนินคดีกับนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร นายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์ หรือเปี๊ยก กาละแมร์ นายสมเจตน์ หรือสน คงวัฒนะ นายมนัสหรือ พล.ท.มนัสหรือ เสธ.หยอย เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่ม นปช. ในฐานความผิดร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครอง และความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร จากการตรวจพบอาวุธสงครามจำนวนมากในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีเบื้องต้นพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับอาวุธที่ใช้ก่อเหตุทางการเมืองเมื่อปี 2557

กองปราบรอขอศาลออกหมายจับ

พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. กล่าวว่า ได้รับเรื่องตามที่ผู้กล่าวหาแจ้งไว้แล้ว สำนวนยังคงเป็นของพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ยังไม่โอนมาให้กองปราบ ปราม ต้องรอคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน จากนั้นกองปราบปรามจะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ผบ.ตร.โต้จัดฉากโยงการเมือง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า การจับกุมอาวุธที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจัดฉากนั้น ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมือง ตนไม่ทราบ แต่ในความเป็นจริงจะไปหอบมาจากไหน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. คงไม่ทำหรอก ตัวท่านดูงานความมั่นคงมาตลอด ไม่ทำหรอก อาวุธที่พบเป็นการพบที่ซุกซ่อนไว้จริงๆ มีหลักฐานยืนยันแล้วว่าเป็นของจริง มีฐานข้อมูลโยงใยสายต่างๆ

คสช.คุม “วัฒนา” รอส่งฝากขัง 7 ธ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ออกมาระบุว่า ได้เบาะแสผู้นำอาวุธสงครามมาทิ้งไว้ที่ อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา และเตรียมออกหมายจับปรากฏว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ธ.ค. นายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร ได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย ศูนย์ป้องกันภัยทางอากาศ ทบ.1 (ศปภอ.ทบ.1) ในพื้นที่ อ.วังน้อย-ปทุมธานี โดยทหารได้นำตัวมาควบคุมไว้ในมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ตามมาตรา 44 ฐานความผิดมีอาวุธสงครามในครอบครอง ก่อนจะนำตัวนายวัฒนาไปขออนุมัติศาลเพื่อฝากขังผัดแรกวันที่ 7 ธ.ค.เมื่อครบกำหนดควบคุมตัวครบ 7 วัน โดยกำลังพิจารณาว่าจะส่งศาลทหารหรือศาลพลเรือน จากการซักถามและตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่านายวัฒนา มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแดงฮาร์ดคอร์ และเคยต้องคดีมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองมาแล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย

เคยต้องคดีมีอาวุธสงคราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2557 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ประสพ–โชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผอ. กฎหมาย กอ.รมน. และทหาร เคยร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายวัฒนา หรือนายศิวะ ทรัพย์วิเชียร อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี เลขที่ 14 ก./2557 ลงวันที่ 29 มิ.ย.2557 ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามฯ โดยขยายผลการจากจับกุมนายสมเจตน์ คงวัฒนะ หรือ สน.เครือข่ายวังน้อย ผู้แจกจ่ายอาวุธ เช่น เอ็ม 79 ระเบิดอาร์จีดี 5 ให้บุคคลต่างๆ ไปเพื่อสร้างความวุ่นวายแก่ประชาชนในช่วงที่มีการชุมนุม ได้ซัดทอดว่าได้ส่งมอบอาวุธให้นายวัฒนาเพื่อให้นำไปแจกจ่ายอีกทอด เจ้าหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงก่อนออกหมายจับ จากนั้นนำกำลังไปจับกุมตัวนายวัฒนา สอบสวนผู้ต้องหาสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ครั้งนั้นนายวัฒนาให้การว่าไปรับอาวุธจากนายสมเจตน์จริง แล้วได้ส่งอาวุธต่อให้นายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์ หรือเปี๊ยก กาลาแมร์ เพื่อไปใช้ก่อเหตุจุดต่างๆ เมื่อ คสช.ประกาศว่าผู้โดยครอบครองอาวุธมีความผิด จึงกลัวนำไปฝังดินแถว อ.ลาดบัวหลวง

“มีชัย” ชี้ รธน.รับรองอำนาจ คสช.

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิก คสช.กล่าวถึง การพิจารณาปลดล็อกพรรคการเมืองเป็นประเด็นที่ คสช.จะพิจารณา ที่พรรคการเมืองท้วงติงเรื่องระยะเวลาที่ไม่ปลดล็อกจะกระทบกับการเตรียมพร้อมของพรรคตามกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาจะมีการพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้ ส่วนจะขยายเวลาหรือไม่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้เพราะต้องขึ้นอยู่กับการคิดคำนวณ ที่ คสช.ยังไม่ปลดล็อกและถูกมองว่าขัดกับสิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรองรับ และอาจนำไปสู่การยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ในทางปฏิบัติทำได้ แต่ไม่รู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องไว้หรือไม่ เพราะคำสั่ง คสช. เป็นกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจไว้กว้างขวาง ในรัฐธรรมนูญยังรองรับการออกคำสั่งดังกล่าวไว้ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

สมช.ชี้กลุ่ม ตปท.เขย่าผ่านโซเชียล

พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงควบคุมตัวชายต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องอาวุธจำนวนมากที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ยังไม่ได้รับรายงาน ส่วนอาวุธที่เจอบางชนิดเป็นลอตเดียวกับที่ใช้ในช่วงการชุมนุมทางการเมือง แต่จะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปี 57 หรือไม่ ยังต้องรอการพิสูจน์ รวมถึงต้องตรวจสอบว่าเป็นของใคร ตำรวจอาจทราบแล้วแต่ยังไม่รายงานขึ้นมา เมื่อถามว่า อาวุธที่พบส่งผลต่อการพิจารณาปลดล็อกพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.วัลลภตอบว่า การปลดล็อกต้องพิจารณาจากสถานการณ์ภาพรวม ขณะนี้ยังพบว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่อยู่ในต่างประเทศ ผ่านโซเชียลมีเดีย สำหรับการดูแลความเรียบร้อยช่วงเทศกาลปีใหม่ ฝ่ายความมั่นคงติดตามข่าวสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษ

“วัฒนา” ซัด “บิ๊กป้อม” หาเรื่องอยู่ต่อ

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “หนากว่านี้มีอีกมั้ย” ถ้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ไม่ตกคณิตศาสตร์คงหาเรื่องอยู่ในอำนาจต่อ เพราะการไม่ปลดล็อกการเมืองจนกว่าใกล้เลือกตั้งจะทำให้การเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายการปลดล็อกจนถึงวันเลือกตั้งเสร็จสิ้นสมบูรณ์จะต้องใช้เวลาประมาณ 330 วัน คือ 180 วัน สำหรับพรรคการเมืองทำกิจกรรม หากไม่เสร็จพรรคจะไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง และอีก 150 วัน เพื่อจัดการเลือกตั้ง ขณะนี้กฎหมายลูก 2 ฉบับสุดท้ายเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.แล้ว จะใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 90 วัน หรือภายใน 28 ก.พ.61 กฎหมายต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ จากนั้นจะต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน หากปลดล็อกวันที่ 15 ธ.ค.60 เราจะมี ส.ส.ครบจำนวนได้เร็วสุด 15 พ.ย.61 ปัญหาจะเกิดขึ้นหากกฎหมายลูก 2 ฉบับสุดท้ายมีผลบังคับก่อน 15 มิ.ย. เพราะจะทำให้การจัดการเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ

เปิดช่องลูกหาบ คสช.ร้อง ลต.โมฆะ

นายวัฒนาระบุด้วยว่า วันปลดล็อกการเมืองคือปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการกำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องปลดล็อกทันที ไม่เช่นนั้นจะทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปจนขัดต่อรัฐธรรมนูญ การยืดเวลาปลดล็อกคือการจงใจเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป หากการเลื่อนนั้นเป็นผลให้การเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จใน 150 วัน จะทำให้พรรคที่หนุน คสช.ถือโอกาสร้องให้การเลือกตั้งสิ้นผล เพื่อให้ คสช.อยู่ในอำนาจต่อ ดังนั้น การไม่ปลดล็อกคือเจตนาของเผด็จการที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป เพียงแต่ประชาชนไม่ได้ถูกซ่อมจนสมองส่วนหน้าขาดการพัฒนาเลยรู้เท่าทัน

“นพดล” ฉะลากยาวสุมไฟขัดแย้ง

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง โดยอ้างว่าพบอาวุธ ขอตั้งคำถามว่า 1.ถ้าอ้างว่ายังมีความไม่สงบใครควรรับผิดชอบ และต้องรับผิดชอบอย่างไร และ 2.การนำประเด็นนี้ไปอ้างเพื่อยังไม่ปลดล็อกทางการเมืองนั้น ควรใช้เหตุการณ์หนึ่งไปสร้างผลกระทบต่อพรรคการเมืองและคนอื่นๆที่ไม่เกี่ยวอะไรเลยหรือไม่ ตรรกะอยู่ตรงไหน อยากให้ผู้มีอำนาจเคารพสติปัญญาของคนไทยให้มากขึ้น ถ้าปลดล็อกล่าช้าจะมีผลกระทบ 4 เรื่องใหญ่ คือประชาชนเสียโอกาสร่วมแก้ไขปัญหาของประเทศผ่านกระบวนการของพรรค ทำให้พรรคการเมืองยังไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆตามกฎหมายได้ ไม่เป็นผลดีต่อการสร้างความเข้มแข็งให้พรรค เรื่องนี้จะสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมจากความขัดแย้งหลายเรื่องที่มีอยู่ ทำให้กระทบต่อกระบวนการปรองดองโดยไม่จำเป็นหรือไม่ และความไม่แน่นอนทางการเมือง จะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุนใช่หรือไม่ ปัญหายากๆที่ท้าทายรัฐบาลมีมากมาย ความไว้วางใจและร่วมมือร่วมใจของคนในชาติจากทุกภาคส่วนจึงจำเป็น ท่าทีของผู้มีอำนาจเอื้อให้เกิดความร่วมมือ ความไว้วางใจแล้วหรือ

เหน็บนายกฯโอ๋ “ตูน” เมินคนใต้

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จึงเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับตูน บอดี้สแลม ประธานโครงการก้าวคนละก้าวอย่างใหญ่โตได้ ทั้งที่ตอนชาวบ้านภาคใต้ที่เดือดร้อนจากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา จ.สงขลา มาขอพบนายกฯกลับไม่ยอมออกมารับหนังสือร้องทุกข์ แถมยังจับพวกเขาขังคุกดำเนินคดี อีกทั้งยังแถลงข่าวดิสเครดิตแกนนำชาวบ้านโดยใช้ประเด็นเรื่องเพศอีก อยากถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงปฏิบัติกับคณะของตูนแตกต่างจากชาวบ้าน หรือว่า พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่าชาวบ้านภาคใต้มีความเป็นคนไม่เท่ากับตูน นักร้องชื่อดัง ถึงได้ปฏิบัติต่อชาวใต้โดยไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

“ราเมศ” ขอปลดล็อกทุกข์ชาวบ้านก่อน

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องการปลดล็อกทางการเมืองว่า พรรคประชาธิปัตย์คงไม่เรียกร้องให้ปลดล็อก ทางการเมือง เพราะ คสช.แต่ละคนมีวุฒิภาวะพอจะรู้ว่าควรทำอย่างไร ตามขั้นตอนต่างๆที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดระยะเวลาชัดเจนให้พรรค การเมืองดำเนินการ ไม่ว่าจะปลดล็อกทางการเมืองหรือไม่ก็ตาม ท่านทั้งหลายไม่ใช่นักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชนจึงไม่มีความผูกพัน และมองความเดือดร้อนของประชาชนว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญ ซ้ำยังใช้คำพูดลักษณะข่มเหงน้ำใจ ทั้งที่บางเรื่องแก้ไขไม่ได้ทันที แต่แค่รับฟังชาวบ้านก็ชื่นใจแล้ว ระหว่างรอการปลดล็อกทางการเมืองให้พรรคการเมืองสามารถ ทำกิจกรรมต่างๆได้กับปลดล็อกความทุกข์ของชาวบ้าน พรรคประชาธิปัตย์ขอเลือกช่วยปลดล็อก ความทุกข์ของชาวบ้านดีกว่า

“มาร์ค” ดับฝัน ปชป.จูบปาก พท.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสองพรรคหลักจับมือสกัดนายกฯคนนอกตามที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า ขอยืนยันว่าพรรคประชา-ธิปัตย์ไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยเพราะจะทำงานกับคนที่มีอุดมการณ์ตรงกันเท่านั้น อีกทั้งพรรคได้ต่อสู้กับระบอบทักษิณมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นเมื่ออุดมการณ์ไม่ตรงกัน การทำงานด้วยกันคงเป็นไปไม่ได้และเมื่อนายพานทองแท้ ชินวัตร ออกมาประกาศว่าตระกูลชินวัตรจะไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง คนในพรรคเพื่อไทยเองก็ยังไม่เชื่อ รวมถึงยังมีนายสมชายและนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หลังเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยจะได้เสียงเด็ดขาดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการตัดสินใจของคนจะเปลี่ยนตามระบบ การเลือกตั้งทั่วโลกในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของผู้เลือกตั้งเปลี่ยนแบบรุนแรง

ขู่ 250 ส.ว.อย่าฝืนเจตนารมณ์ ปชช.

“การเลือกตั้งครั้งหน้าอาจจะมีหลายขั้ว ทั้งขั้วพรรคประชาธิปัตย์ ขั้วระบอบทักษิณ และขั้วพรรคทหาร พรรคประชาธิปัตย์จะรวมกับขั้วใดเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ต้องดูว่าจะทำประโยชน์อะไรให้ส่วนรวมมากที่สุด ระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาอาจทำให้เกิดทางตัน หากไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต ส.ว.250 คน ควรเคารพการตัดสินใจของประชาชน หากฝืนเจตนารมณ์ของประชาชน โอกาสที่การเมืองไทยจะเกิดความขัดแย้งสูงมาก

“บิ๊กตู่” สั่ง รมต.ลงพื้นที่ทั่ว ปท.

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า นายกฯแสดงความยินดีกับ ครม.ชุดใหม่พร้อมมอบนโยบายให้รัฐมนตรีใหม่และเก่าให้ยึดพระราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 10 ให้ตั้งใจอุทิศตนทำงานเพื่อชาติและประชาชน ให้ใช้สติปัญญาและกำลังใจที่ได้มาขับเคลื่อนการทำงาน ให้ยึดความซื่อสัตย์สุจริตความโปร่งใสเป็นสำคัญ ทำงานแบบบูรณาการ และให้ รมต.ไปดูของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลจะมอบให้ประชาชน ให้ไปศึกษาแนวทาง 2 ปีที่ผ่านมาว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนของขวัญปีใหม่ที่จะมอบให้ระหว่างกัน ให้พิจารณาสินค้าเกษตรของไทยที่เกษตรกรจัดทำ เช่น ข้าว ให้กระทรวงพาณิชย์ไปดูการทำแพ็กเกจจิ้ง นายกฯขอจอง 300 กล่องเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ และนายกฯยังสั่งการรัฐมนตรีลงพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกภาค ทุกพื้นที่ในประเทศ ลงไปพูดคุยกับประชาชน เอกชนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจ อธิบายปัญหา รับฟังปัญหาแล้วนำมาแก้ไข โดยเฉพาะต้องติดตามข่าวสารจากโซเชียลมีเดียถ้าเกิดปัญหาขอให้ รมต.รีบชี้แจงไม่ให้ปัญหากว้างขึ้น รวมทั้งติดตามเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ รีบทำความเข้าใจเน้นประชาสัมพันธ์

“บิ๊กป้อม” กำกับ สตช.ตามเดิม

พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติเลื่อนการประชุม ครม.เป็นวันที่ 3 ม.ค.2561 เนื่องจากในวันที่ 2 ม.ค.เป็นวันหยุดชดเชยวันสิ้นปี ทั้งนี้ ครม.ได้รับทราบกรณีนายกฯได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกฯฉบับที่ 322-325 เรื่องการมอบหมายให้รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกฯ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กำกับดูแลกระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน พร้อมมอบหมาย มอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งการแทนนายกฯ ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และดูแลองค์การมหาชนสถาบันบริหารจัดการที่ดิน

“สมคิด” แม่ทัพใหญ่ทีม ศก.

พ.อ.หญิง ทักษดา กล่าวด้วยว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯและ รมว.ยุติธรรม กำกับดูแลกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ส่วนองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐ กำกับดูแลสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กำกับดูแลกระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ

“ฉัตรชัย” ดูแล สธ.–พม.–บริหารน้ำ

พ.อ.หญิง ทักษดา กล่าวว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กำกับดูแลกระทรวงวัฒนธรรม กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานราชบัณฑิตยสภา และมีอำนาจกำกับดูแลบริหารราชการและสั่งการแทนนายกฯในส่วนของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานข้าราชการพลเรือน สำนักงานพัฒนาระบบราชการ สำนักป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานเลขาธิการ ครม. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และองค์การมหาชนกำกับดูแลพัฒนาพิงคนคร ส่วน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ กำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มีอำนาจสั่งการปฏิบัติราชการแทนนายกฯในส่วนของสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกำกับดูแลองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นองค์การมหาชน

“สุวพันธุ์” คืนถ้ำคุมสำนักพุทธฯ

พ.อ.หญิงทักษดากล่าวว่า นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งการและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ในส่วนกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานพระพุทธศาสนา สำนักงานราชบัณฑิตยสภา รัฐวิสาหกิจ กำกับดูแล บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งการและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ในสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ องค์การมหาชน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

“บิ๊กน้อย” นั่ง หน.ชุดแก้ไฟใต้

พ.อ.หญิงทักษดากล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบการลงนามในคำสั่งนายกฯเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.เรื่องการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาล แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยกเลิกชุดเดิมที่ประกอบด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ให้แต่งตั้งชุดใหม่ มี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นรองหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายภาณุ อุทัยรัตน์ เป็นผู้แทนพิเศษของรัฐบาล และนายพรชาต บุนนาค เป็นเลขานุการฯ

“ปนัดดา” นั่งผู้ช่วย รมต.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอแต่งตั้งบุคคล เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี จำนวน 3 คน ดังนี้ พล.อ.ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ เป็นผู้ช่วย รมต.ประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล และนางจินตนา ชัยวรรณาการ เป็นผู้ช่วย รมต.ประจำนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้ง

ตีกลับ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว

พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้เสนอ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เนื่องจากที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจ เช่น การจัดโซนนิ่งเขตที่พักอาศัยสำหรับผู้รับอนุญาตให้ทำงานเฉพาะพวกใดหรือท้องที่ใด ไม่น่าทำได้เพราะอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 60 เรื่องหลักสิทธิมนุษยชน และการกำหนดอัตราโทษให้ไปดูความเหมาะสม ฐานความผิดและโทษจะเท่ากันหมดไม่ได้ ต้องอยู่ที่ความผิดว่าฐานหนักหรือเบา ซึ่งโทษบางอย่างรุนแรงเกินไปโดยที่ประชุมให้นำกลับไปพิจารณาใหม่ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม.

นายกฯให้ลดส่งออกดึงราคายาง

เมื่อเวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงการแก้ปัญหายางพาราว่า วันนี้ได้มอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ไปดูมาตรการต่างๆร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหาให้ได้ภายใต้ปัจจัยต่างๆทั้งในประเทศและนอกประเทศ ส่วนความร่วมมือสามประเทศหลักในการผลิตยางที่เราผลิตมากที่สุด ต้องหารือว่าจะทำกันอย่างไรเรื่องการลดจำนวนการส่งออกเพื่อให้ราคาสูงขึ้น บ้านเราปัญหาคือคนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพสวนยางขณะนี้ต้องไปหามาตรการเสริมว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ไม่อยากให้เดือดร้อนทั้งสิ้น

“กฤษฎา” เชิญแกนนำจับเข่าคุย

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า เตรียมเชิญแกนนำชาวสวนยางมาพูดคุยในสัปดาห์นี้ ส่วนจะมีรายละเอียดออกมาอย่างไรขอให้ได้หารือพูดคุยกับเกษตรกรชาวสวนยาง และคนบริหารจัดการคือ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือผู้รับซื้อให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบ ส่วนการสอบผู้ว่าการ กยท.นั้นต้องตรวจสอบไปตามข้อเท็จจริง ยืนยันทำตามกฎหมาย ข้อเท็จจริงมีอย่างไรว่ากันไปตามนั้น จะให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ป.ป.ช.เร่งเค้นข้อมูล “คุณชายหมู”

ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ละเลยเพิกเฉยปล่อยให้มีการทุจริตโครงการไฟประดับลานคนเมืองของ กทม. มูลค่า 39 ล้านบาทเศษ ว่า อยู่ในขั้นตอนการหาข้อเท็จจริง ยังไม่สามารถตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนได้ เพราะคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพิ่งมอบให้พิสูจน์ข้อเท็จจริงเมื่อไม่นานมานี้ การตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนจะต้องมีมูลเหตุและข้อเท็จจริงก่อนจึงตั้งได้ กระบวนการหาข้อเท็จจริงนี้จะเร่งหาคำตอบเพื่อสรุปให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้รับทราบ

“ฐากร—ประชา” ฉลุยสมัคร กกต.

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่รัฐสภา นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาสมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต.ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 จากผู้สมัครทั้งหมด 41 คน ปรากฏว่า ที่ประชุมคัดเลือกเหลือผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพียง 15 คน ทำให้บุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา อดีตรอง ผบ.ตร. พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช และ พล.ท.ศานิต สร้างสมวงษ์ อดีตหัวหน้าศาลทหารสูงสุด ต้องพลาดการสมัคร มีเพียง 15 คน อาทิ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และนายประชา เตรัตน์ อดีตผู้ว่าฯชลบุรี ที่มีคุณสมบัติครบผ่านการพิจารณาเข้าสัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นในวันที่ 5 ธ.ค.ที่อาคารรัฐสภา