วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

laggard-ปันผลสูง-ปีหน้าเด่น!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 ธ.ค.60 ปิดที่ 1,697.61 จุด ลดลง 2.04 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 39,692.39 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 175.19 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด AOT ปิด 61.25 บาท ลบ 0.50 บาท, KBANK ปิด 225 บาท บวก 2 บาท, PTT ปิด 420 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, MINT ปิด 42.25 บาท ลบ 1.25 บาทและ IVL ปิด 49.75 บาท บวก 0.75 บาท

บล.เอเซียพลัส ประเมินตลาดหุ้นเดือนสุดท้ายของปี ว่ายังได้เห็นดัชนีผันผวนต่อเนื่อง พร้อมแนะนำเคล็ดลับการเลือกหุ้นเพื่อความปลอดภัย และสามารถถือยาวข้ามไปถึงปี 61 ได้

ระบุว่า ช่วงนี้หุ้นไทยมีการปรับฐานในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นโลก หลังจากขึ้นแรงช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา หุ้นฮ่องกงก็ปรับฐานหลังให้กำไรดีเป็นที่หนึ่งของโลก ขณะที่หุ้นเกาหลีใต้ และไต้หวัน ก็ปรับฐานเช่นกัน ส่วนหุ้นกลุ่ม TIP ร่วงแรงทุกตลาด เพราะต่างชาติขายเพื่อล็อกกำไรช่วงปลายปี ก่อนหยุดยาวฉลองปีใหม่ และกลับมาลงทุนอีกครั้งปีหน้า

ทำให้จากนี้ไปจนถึงสิ้นปี ตลาดหุ้นจึงน่าจะผันผวนอยู่ แม้จะมีแรงซื้อจาก LTF เข้ามา แต่ปีนี้อาจไม่หนาแน่นเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจาก คนซื้อ LTF ต้องถือนานขึ้นเป็น 7 ปีปฏิทินทำให้ความน่าสนใจในตัว LTF ลดน้อยลง

กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ จึงเน้นเลือกหุ้นที่ laggard คือ ขึ้นน้อยกว่า กลุ่ม หรือน้อยกว่าตลาด, มี upside มากๆ เทียบกับราคาปัจจุบัน, มี PER ต่ำ และจ่ายเงินปันผลสูง ได้แก่ หุ้น PTTEP, PTT, PTTGC, IRPC, BANPU, SCB, SCC, INTUCH และ LH!!

ปิดท้ายมีข่าวตลาดหลักทรัพย์ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ชุดใหม่ที่จะใช้ในการคำนวณ FTSE SET Index Series มีผลวันที่ 18 ธ.ค.60 เป็นต้นไปดังนี้ หลักทรัพย์เข้าใหม่ในดัชนี FTSE SET Large Cap Index ได้แก่ EA ส่วนหลักทรัพย์เข้าใหม่ในดัชนี FTSE SET Mid Cap Index ได้แก่ BGRIM, ORI, PRM, RATCH, RS และ TOA

สำหรับหลักทรัพย์เข้าใหม่ในดัชนี FTSE SET Shariah Index ได้แก่ AIT, AMARIN, BAFS, EKH, FN, GGC, HFT, LST, PRM, SEAFCO, SRICHA, TOA, TPIPP และ UVAN

ทั้งนี้ การทบทวนหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีชุด FTSE SET Index Series ทำขึ้นปีละ 2 ครั้ง ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมีกำหนดทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ครั้งต่อไปในเดือน มิ.ย.61!!

อินเด็กซ์ 51