วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' เจอ 'ตูน' ควักกระเป๋าร่วมบริจาค ชมมุ่งมั่นเสียสละเพื่อคนไทย (คลิป)

นายกฯขอบคุณ "ตูน" ในความเสียสละ ชื่นชมมุ่งมั่นตั้งใจ ถือเป็นขวัญใจคนไทยแล้ว ก่อนควักกระเป๋าร่วมบริจาค พร้อมแนะถ้ามีอุปสรรคร่างกายอย่าฝืน ด้าน"ตูน"บอกรอยยิ้ม ความสุขคนไทยคือความย่ิงใหญ่ อยากได้เงินจำนวนน้อยๆ จากคนจำนวนเยอะๆ มากกว่าได้เงินเยอะจากคนจำนวนน้อย

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.60 ที่ห้องรับรอง 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ประธานโครงการ "ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" นำครอบครัวและคณะ พร้อมด้วยแฟนสาว ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำเนียบรัฐบาล

โดยนายกฯ กล่าวขอบคุณและชื่นชมว่า ขอบคุณตูนและทุกคนในความเสียสละและความตั้งใจทำความดีครั้งนี้ และทำให้คนไทยมีความสุข ดีใจที่ได้มาพบกัน ได้ติดตามตั้งแต่เริ่มวิ่งและเคยได้บริจาคเงินด้วยไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่วิ่งที่บางสะพาน ส่วนครั้งนี้ระยะทางวิ่งไกลกว่าเดิม หากไม่มีจิตมุ่งมั่นตั้งใจ คงไม่มีใครวิ่งได้ขนาดนี้ ทั้งได้ขอบคุณตูนและทุกคน สิ่งที่ตูนทำวันนี้ ไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงของตัวเองตั้งแต่แรก แต่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนจำนวนมาก ถือว่าสอดคล้องกับแนวนโยบายรัฐบาลในปัจจุบัน ที่หลายภาคส่วนต้องช่วยกันทำงาน เป็นพลเมืองที่มีความมุ่งมั่นทำเพื่อประโยชน์ชาติ ประชาชน และเพื่อสาธารณสุข

"วันนี้ถือว่าตูนเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศไปแล้ว การเป็นก็ว่ายากแล้ว แต่การจะรักษาต่อไปยากกว่า เหมือนได้แชมป์มาแล้ว การรักษาแชมป์จะยากกว่า แต่จากพื้นฐานของตูน ผมมีความเชื่อมั่น ทั้งจากการเรียนหนังสือที่จบคณะนิติศาสตร์จุฬาฯ ได้รับเกียรตินิยมด้วย และมีความสามารถพิเศษในด้านดนตรี เป็นขวัญใจของคนรุ่นใหม่ ถือเป็นคนในศตวรรษใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นคน 4.0 คิดแบบ 4.0 แต่ไม่ได้หมายความว่า ตูนจะต้องไปปฏิรูป 4.0 ด้านเศรษฐกิจ เป็นคนละเรื่องกัน สิ่งที่ชื่นใจแทนตูน คือ สามารถร่วมกับคนไทยทั้ง 70 ล้านคน ทำงานตามแนวทางของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องของจิตอาสา ทำงานเพื่อสังคม ต้องถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ด้วย เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยอยู่ได้ คือ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หน้าที่ของพวกเราทุกคนคือประชาชน ในส่วนที่สองรัฐบาลพยายามใช้กลไกในการขับเคลื่อนทุกอย่างของประเทศในเรื่องกลไกประชารัฐ"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ประเทศมีปัญหามาก ตูนได้เข้ามาช่วยลดปัญหาตรงนี้ โดยโรงพยาบาลทั้ง 11 แห่งในโครงการ รัฐบาลดูแลในส่วนหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่างบประมาณส่วนใหญ่ต้องไปดูแล เรื่องประกันสุขภาพก็มีปัญหามากพอสมควร เพราะเรายังมีรายได้ไม่มาก ถ้าให้มากไปทั้งหมดก็จะมีผลกระทบกับการพัฒนา แต่กระทรวงสาธารณสุขก็เร่งดำเนินการในส่วนต่างๆ ในช่วงรัฐบาลนี้อนุมัติงบประมาณไปยังโรงพยาบาลต่างๆ จำนวนหนึ่งแล้ว แต่โรงพยาบาลศูนย์ส่วนใหญ่นำไปปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การจัดหาอุปกรณ์ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ขาดความทันสมัย เพราะมีราคาแพง สิ่งที่เป็นปัญหา คือ ถ้าเราใช้จ่ายในเรื่องของคนมาก และยังไม่สามารถหาเงินได้มากพอรัฐบาลก็จะมีปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนเองดีใจที่เห็นตูนวิ่งมาได้เกินครึ่งทาง 1,288 กิโลเมตร ที่ผ่านมาก็มีความเป็นห่วงตลอด โดยให้ทหารช่วยดูแลทั้งเรื่องเส้นทาง และการรักษาความปลอดภัย พร้อมขอทำความเข้าใจกับประชาชน ที่อยากเข้ามาใกล้ชิดถ่ายรูปกับตูน แต่จะทำให้จังหวะการวิ่งมีปัญหา และอาจเกิดอันตรายได้ สิ่งที่ทุกคนทำวันนี้ทำด้วยใจ อันเป็นกุศลทำให้คนอื่นมีความสุข แต่เราอาจจะทุกข์บ้าง เพราะอาจมีคนบ่นว่า ซึ่งถือเป็นความทุกข์ของเรา แต่เราก็ยึดมั่นและทุกอย่างก็จะสำเร็จ เหมือนนายกฯ ที่คิดว่าทำงานเพื่อคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเราก็ยอมรับอยู่แล้ว บ่นเสียดายหากอายุน้อยกว่านี้จะไปร่วมวิ่งกับตูนด้วย สมัยก่อนก็วิ่งอยู่ทุกวัน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้วิ่งแล้ว เพราะอายุย่างเข้า 64 แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การตั้งความหวังในการวิ่งรวมทั้งระยะทางต่างๆ ถือเป็นการตั้งเอง หากมีอุปสรรคทางร่างกายก็ไม่มีใครว่าอะไร ขออย่าฝืน เพราะหากฝืนอาจทำไม่ได้ต่อไป

"ผมอ่านข่าวว่ามีการวิ่งข้ามทะเลทราย 250 กิโลเมตร ว่าจะส่งตูนไปลงแข่งขันด้วย ถือเป็นการวิ่งระดับโลก วันนี้วิ่งได้แล้ว 1,288 กิโลเมตร คนอื่นน่าจะสู้ตูนไม่ได้" พร้อมฝากให้ ก้อย รัชวิน แฟนสาวคอยดูแลตูนด้วย และขอให้รักกันมากๆ

ขณะที่ตูน กล่าวว่า ขอบคุณนายกฯ ที่ให้โอกาสและให้เกียรติเข้าพบ การวิ่งยังล่าช้ากว่ากำหนด 2 วัน เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ และต้องพักตามที่แพทย์แนะนำ ซึ่งการเริ่มต้นโครงการถือเป็นความตั้งใจที่จะช่วยเหลือแพทย์และพยาบาล และไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมีคนออกมาร่วมกันมากมายเช่นนี้ เราเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่พวกเราทั้งหมดอยากจะทำ จะทำให้เต็มที่มากที่สุดไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และสุดท้ายจะเล็กหรือใหญ่ก็ให้เป็นเรื่องธรรมชาติ

"ผมดีใจมากในการวิ่งครั้งนี้ ตลอดเส้นทางเริ่มจากเบตงวิ่งขึ้นมา มีแต่รอยยิ้มของคนไทย และเห็นความสุขของคนไทย เด็กบางคนนำกระปุกออมสินที่หยอดมาทั้งปีมาช่วย ผมว่ามันสวยงามและยิ่งใหญ่ ขอบคุณที่เห็นผมเป็นแรงบันดานใจ สิ่งที่ได้มามันมากกว่าการช่วยเหลือโรงพยาบาลด้วยซ้ำ เพราะสามารถรวมจิตใจในการให้ของคนไทย ถือเป็นความงดงามที่หาไม่ได้ ขอบคุณนายกฯ ที่ให้โอกาสเข้าพบในครั้งนี้ ผมและทีมงานขอฝากนายกฯ กราบขอบคุณคนไทยทุกคนที่ออกมาช่วยกัน ซึ่งทั้งหมดได้ตั้งเป้าไว้ 700 ล้านบาท เดิมเราตั้งเป้าไว้ว่า เราอยากได้เงินจำนวนน้อยๆ จากคนจำนวนเยอะๆ มากกว่าจะได้เงินจำนวนเยอะๆ จากคนจำนวนน้อยนิดเดียว" ตูน กล่าวและระบุต่อว่า ความจริงจะพักวันนี้เพียงวันเดียว แต่คณะแพทย์ขอร้องให้พัก 2 วัน

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้กำลังใจ พญ.สมิตตา สังขะโพธิ์ หรือหมอเมย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระราม 9 ที่ร่วมวิ่งในคณะ พร้อมสอบถามถึงการทำงาน โดยระบุว่า อย่าน้อยใจ การทำอะไรใหม่ๆ ดีๆ ปัญหาจะมีมาก มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่หมอเมย์เป็นคนที่มีความตั้งใจอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อไปคนก็จะรักเราเอง มีคำโบราณกล่าวไว้ว่า ทำดีอย่าเด่นจะเป็นภัย วันนี้ทำดีไม่ต้องทำเด่นและจะไม่เป็นภัย ทำแบบตูนและทีมงาน พร้อมกระเซ้าว่า ถ้าไม่มีงานทำจะฝากให้ทำงานที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำเงินส่วนตัวใส่ซองปิดผนึกโดยไม่เปิดเผยจำนวน รวมทั้งเงินบริจาคของทำเนียบรัฐบาล ที่บรรดารัฐมนตรีได้ร่วมบริจาคด้วย และของที่ระลึกมอบให้ตูน ครอบครัวและทีมงาน ก่อนจะเดินจูงมือออกมาส่งตูนด้วยตนเอง และยังกล่าวทิ้งท้ายว่า คนที่ทำเนียบรัฐบาลรอตูนมากว่าตนเองอีก โดยเฉพาะสาวๆ ก้อยอย่าหึงนะ ซึ่งตนเองก็ไม่ได้อิจฉาตูนที่มีคนรักจำนวนมาก ใครอยากจะมา อยากจะรักได้เชิญ ขอเพียงอย่างเดียวอย่าเหยียบเท้าตูน

จากนั้น นายอาทิวราห์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯ ขอเป็นกำลังใจให้ตนและทีมงานทำต่อไป ซึ่งนายกฯ บอกว่า ถ้าเหนื่อยก็ขอให้พักบ้าง และขอให้ทำภารกิจสำเร็จ

เมื่อถามว่า การที่ได้มาพบรัฐบาลวันนี้ ได้ขอช่วยเหลืออะไรหรือไม่ นายอาทิวราห์ กล่าวว่า นายกฯ ได้แสดงความห่วงใยมาตลอดและให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้มาตลอดทางอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนายกฯ รัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมบริจาคแล้ว บรรดาข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ต่างมารอต้อนรับและได้ร่วมบริจาคเช่นเดียวกัน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก.