วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สรุปปฏิรูปอุดมศึกษาต้องแยกกระทรวง

(ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา)

ชง 8 ประเด็นหวังยกเครื่องทั้งระบบ อนุ ฉก.เตรียมรายงานบอร์ดอิสระ

ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการฯว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการปฏิรูปอุดมศึกษาและได้กำหนดยุทธศาสตร์การปฏิรูป 8 ประเด็น 1.อุดมศึกษาต้องมุ่งการผลิตคนที่แตกต่างไปจากเดิม และสนองความต้องการของประเทศ โดยบัณฑิตที่จบการศึกษาต้องมีความรู้ ทักษะ เจตคติเหมาะสมต่อการจ้างงาน สอดคล้องกับสมรรถนะความรู้ ทักษะของตน เศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งเน้นเป้าหมายของประเทศระดับสูง มีคุณธรรมจริยธรรม 2.การศึกษาต้องมีความเข้มข้นและตรงเป้าหมาย เพื่อแก้ปัญหาสภาพปัจจุบัน ซึ่งผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นคนที่จบอุดมศึกษา เช่น บัณฑิตครูที่ผลิตเกินกว่าอัตราที่จะบรรจุเป็นข้าราชการครู 3.การวิจัยที่ต้องนำไปสู่การมีนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาสังคมอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และสร้างความสามารถในการแข่งขันบนเวทีระดับโลก 4.ธรรมาภิบาล ระบบของอุดมศึกษา 5. ปรับปรุงระบบงบประมาณ 6.จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศอุดมศึกษา 7.การลดความเหลื่อมล้ำในโอกาส เชื่อมโยงไปถึงคุณภาพการศึกษาที่แตกต่างกัน ทำให้การเข้าถึงอุดมศึกษาไม่เท่ากัน และ 8.การจัดโครงสร้างแยกระบบการบริหารอุดมศึกษาของชาติ ออกเป็นส่วนของนโยบาย ส่วนของการกำกับดูแล และส่วนของการปฏิบัติงาน

“จากยุทธศาสตร์ทั้ง 8 ประเด็นดังกล่าว ที่ประชุมได้ข้อสรุปตรงกันว่า คำตอบหนึ่งที่จะช่วยให้การปฏิรูปการอุดมศึกษาประสบความสำเร็จได้คือ จำเป็นต้องแยกกระทรวงการอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพราะเป้าหมายไม่เหมือนการบริหารจัดการของการศึกษาขั้นพื้นฐานหรืออื่นๆ อีกทั้งหากจะขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ได้จำเป็นต้องมีอุดมศึกษา 4.0 บัณฑิต 4.0 และต้องมีการบริหารจัดการเป็นพิเศษ พร้อมกับดำเนินการเรื่องอื่นๆไปด้วย โดยจะรายงานข้อสรุปดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ วันที่ 6 ธ.ค.นี้ ขณะเดียวกันคณะอนุกรรมการฯจะเร่งปรับร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทั้ง 8 ด้าน ซึ่งบางเรื่องก็อาจไม่สามารถบรรจุลงในร่างกฎหมายได้ทั้งหมด ต้องออกเป็นกฎหมายประกอบภายหลัง” ศ.นพ.จรัสกล่าว.