วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ริมทะเลสาบสงขลาอ่วม เจอน้ำหนุนซ้ำ ควายน้ำไม่มีที่อยู่-ขาดอาหาร

น้ำยังท่วมหนัก พัทลุง สงขลา ควายน้ำเดือดร้อนแช่น้ำนานจนเท้าเปื่อย ไม่มีอาหารกิน ทยอยตาย วอนช่วยทำเนินดิน เพราะช่วงต่อไปจะเจอน้ำหนุนอีก จ.ตรัง ชาวสวนย่านตาขาว ชอบดักปลาไปลงอวนในร่องสวน เช้ากลายเป็นศพ ส้งเวยน้ำท่วมเป็นรายที่ 5

วันที่ 3 ธ.ค. สถานกาณ์น้ำท่วมใน จ.พัทลุง คืนที่ผ่านมายังมีฝนตกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา อ.ควนขนุน อ.เมืองพัทลุง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว อ.ปากพะยูน ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่คลื่นลมในทะเลสาบยังพัดหนุนมาอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้ครัวเรือนประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวนี้ได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น

นายยุทธนา สังข์ปลอด อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 ม.4 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน เผยว่า ตนเลี้ยงควาย 45 ตัว ขณะนี้ต้องเลื่อนคอกควายบนถนนมาแล้วถึง 3 ครั้ง เพราะระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนฟางอัดแท่งขณะนี้มีราคาสูงมาก จากราคา 50 บาทต่อฟ่อน ขึ้นมาเป็น 68 บาทต่อฟ่อนแล้ว 

สำหรับ อ.เมืองพัทลุง ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ต.ชัยบุรี พญาขัน และ ต.ลำปำ ชาวบ้านในท้องที่ ม.8 และ 11 ต.ลำปำ มีปัญหาในการใช้ห้องน้ำ จนทาง อบจ.พัทลุง ต้องนำรถสุขาเคลื่อนที่ไปบริการชาวบ้านลฃ 1 คัน ในส่วนของ อ.เขาชัยสน ยังมีน้ำท่วมขังทุกพื้นที่ โดยเฉพาะ ม.4, 5, 6, 7, 8, 12 ต.หานโพธิ์ ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา ระดับน้ำในหมู่บ้านยังท่วมสูง 1–1.50 เมตร จนชาวบ้านต้องอพยพสัตว์เลี้ยง ครอบครัว มาอยู่บนถนนสายหลัก

ยังมี อ.บางแก้ว อ.ปากพะยูน ถนนสายชะแล้–เกาะหมาก ต.เกาะหมาก สายเกาะโคบ–แหลมกลวด และ เกาะโคบ–ปากพะยูน รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ทางจังหวัดได้ส่งรถ 6 ล้อยกสูงไปช่วยเหลือชาวบ้าน 2 คัน เพื่อใช้ในการสัญจรไปมา และอพยพชาวบ้าน ม.4, 5, 7, 9 เกาะหมาก และ ม.3, 6, 7 ไปพักอาศัยตามมัสยิด และโรงเรียนต่างๆ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พื้นที่ริมทะเลสาบยังมีฝนตกหนัก และระดับน้ำได้เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง 

จ.สงขลา ที่ตำบลบ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา เกษตรกรผู้เลี้ยงควายน้ำเดือดร้อนหนัก นำควายมาอยู่บนถนนเฉลิมพระเกียรติ ถนนระโนด-พัทลุง หรือสะพานหัวป่าไสกลิ้ง หลังจากพื้นที่ถูกตัดขาด น้ำท่วมขังประมาณ 1 เมตร

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และนายวรรณรพ ส่องสว่าง นายก อบต.ตำบลบ้านขาว อ.ระโนด ได้ลงพื้นที่ดูควายน้ำของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ พบว่าขาดแคลนอาหารหญ้าแห้ง ที่ตามมาคือโรคเท้าเปื่อย เนื่องจากแช่น้ำมานาน จนเรื่มมีควายทยอยตาย และกว่าจะเข้ากลับสู่สภาวะปกติคงอีกประมาณ 1 เดือน แต่ถ้ามีฝนตกเพิ่มลงมาอีก ความเดือดร้อนของกลุ่มชาวบ้านเลี้ยงควายต้องยืดระยะเวลาออกไป จึงต้องการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยขุดเนินดิน เพื่อใช้เป็นที่อาศัยของควายในช่วงหน้าน้ำ แก้ปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้านที่ต้องไปเก็บหญ้าที่ลอยอยู่ในน้ำที่ท่วม มาเป็นอาหารของควาย วันละ 3 รอบ บางส่วนที่ต้องอพยพควายมาอยู่บนถนนสายทางเข้าบ้านหัวป่า แค่ระยะทางไกลหลายกิโลเมตร จึงไม่สามารถอพยพมาได้ ควายต้องแช่อยู่ในน้ำ และเริ่มอดหญ้า เนื่องจากควายที่ชาวบ้านเลี้ยงแต่ละรายมีจำนวนหลายร้อยตัว หญ้าที่ตัดมาจึงไม่เพียงพอ บวกกับความอ่อนแอของร่างกาย ทำให้ควายทยอยตายอย่างต่อเนื่อง

นายวรรณรพ ส่องสว่าง นายก อบต.บ้านขาว กล่าวว่า ชาวบ้านเลี้ยงควายทั้งหมดหลายพันตัว เฉพาะใน ต.บ้านขาว มีน้ำท่วมขังทั้งหมด ท่วมมาแล้วเป็นอาทิตย์ และน้ำยังจะขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะน้ำทะเลหนุน รวมกับน้ำมาจากพัทลุง ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จึงฝากหน่วยงานที่พอจะช่วยได้เรื่องหญ้าแห้ง ขอรับบริจาค และปัญหาโรคเท้าเปื่อยของควายน้ำที่แช่น้ำนาน ควายน้ำที่อดอาหารตอนนี้ล้มตาย ประมาณ 30 ตัวแล้ว

เวลา 09.30 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.ชนวีร์ ชุมจุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ไปพบศพคนจมน้ำตายในร่องสวนยางพารา หลังวัดไทรงาม หมู่ 6 บ้านไทรงาม ตำบลเกาะเปียะ อ.ย่านตาขาว พบศพ นายสมพงษ์ เพชรอินทร์ อายุ 60 ปี อาชีพทำสวนยางพารา อยู่บ้านเลขที่ 113 ม.6 ต.เกาะเปียะ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง สภาพนุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ไม่สวมเสื้อ นอนหงายอยู่ภายในร่องน้ำ ที่มีน้ำขังลึกประมาณ 1 เมตร มือด้านขวาหงิกเกร็ง ใกล้กันติดกับศพ พบอวนดักปลาขนาดเล็ก ทำการขึงเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำศพขึ้นมาจากน้ำ เพื่อทำการตรวจสอบ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง 

จากการสอบถาม นางสุภาพ แต้มประสิทธิ์ ภรรยาผู้ตาย อายุ 39 ปี เล่าว่า ผู้ตายเป็นคนที่ชอบหาปลา ประกอบกับเมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 15.00 น. ฝนได้ตกหนักมาก ทำให้น้ำได้ท่วมขังบริเวณท้ายสวนยางพารา ผู้ตายจึงได้นำอวนออกจากบ้าน และบอกว่าออกไปดักปลา จนพลบค่ำผู้ตายยังไม่กลับบ้าน จึงได้ชักชวนเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กัน ระดมออกตามหาในพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งบริเวณที่พบศพก็ได้ไปค้นหาแล้ว แต่ไม่เจอ  จนกระทั่งเช้าวันนี้ เวลาประมาณ 07.30 น. ตนเองได้รับแจ้งจาก นายวิรัช ช่วยเรือง อายุ 57 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ว่าได้พบร่างของ นายสมพงษ์ นอนเป็นศพเสียชีวิตแล้ว จึงได้รีบออกไปดู ก่อนแจ้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ คาดว่าโรคประจำตัวเกิดกำเริบ ทำให้เกิดอาการชักเกร็งขึ้นมา และล้มลงไปในน้ำ เป็นเหตุให้จมน้ำตายดังกล่าว 

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ปภ.ตรัง จนถึงขณะนี้ จ.ตรัง มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่แล้ว 5 ราย ประกอบด้วย นายอนุพล บุญโยดม อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.2 ต.ในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง สาเหตุเบื้องต้นถูกกระแสน้ำพัดหายไปบริเวณสะพานใสจีนติก ต.ในควน อ.ย่านตาขาว รายที่ 2. นางสุมาลี แคนยุกต์ อายุ 39 ปี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.รัษฎา สาเหตุเบื้องต้น ขับรถยนต์เก๋งเสียหลักตกลงไปใต้สะพาน รายที่ 3. ด.ต.ศุภเกียรติ สุขคีรี อายุ 46 ปี ทำหน้าที่สิบเวรประจำ สภ.เมืองตรัง สาเหตุเบื้องต้นเกิดไฟช็อตขณะน้ำท่วมเสียชีวิตภายในบ้าน รายที่ 4. นายวรรณชิต บัวแดง อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 ม.3 ต.นาท่วมใต้ อ.เมืองตรัง สาเหตุเบื้องต้น นอนจมน้ำเสียชีวิต และล่าสุด รายที่ 5 นายสมพงษ์ เพชรอินทร์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ม.6 ต.เกาะเปียะ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง สาเหตุออกไปหาปลา จมน้ำเสียชีวิต.