วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เติมเงิน=พนัน EP.1 ดราม่าstarwars เมื่อคอเกมลุกขึ้นปลดแอกภัยคุกคาม Lootboxes

เคยตั้งคำถามกันบ้างไหมว่า นานแค่ไหนแล้ว?... ที่คุณซื้อเกมมาเล่นสักเกม แล้วไม่ต้องเสียเงินเพิ่มไปกับ สารพัดไอเท็ม หรือ DLC ปลีกย่อยต่างๆ ที่ค่อยๆ ทยอยมาเป็นพรวน หลังเกมสุดรักของคุณออกวางจำหน่าย

เหตุใดมันจึงไม่เหมือนเมื่อหลายปีก่อน ที่เมื่อเสียเงินไปแล้ว คุณจะได้ทุกอย่างในเกม จบในคราวเดียวกันล่ะ!

หากใครยังนึกไม่ออก วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบจากคำถามที่ว่ามาเฉลยให้ฟังกัน ในสกู๊ปชิ้นนี้...

650 ล้านเหรียญสหรัฐ ของผลกำไรทั้งหมด 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2016 จากเฉพาะเกมที่มีระบบ Ultimate team หรือการใช้เงินซื้อนักเตะ หรือนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลดังๆ มาสร้างเป็นดรีมทีมของตัวเอง เพื่อไปแข่งกับคนอื่น จาก 2 เกมสุดดัง อย่าง FIFA และ Madden NFL ของบริษัทยักษ์ใหญ่วงการเกมโลก อย่าง Electronic Arts หรือ EA

3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ คือ ตัวเลขการฟันกำไรจากระบบเติมเงินเพียงอย่างเดียวของ บริษัท Activision เจ้าของซีรีส์เกมสุดฮิต อย่าง Call of duty

'กำไร' แบบอภิมหาศาลขนาดนี้ ...รู้กันแล้วหรือยังว่า...มันเพราะอะไรในระยะหลังๆ มานี้ เกมเมอร์ทั้งหลายจึงถูกดูดเงินในกระเป๋าเพิ่ม จากสิ่งที่คุณควรจะได้มันทั้งหมด ตั้งแต่คุณควักเงินเพื่อซื้อเกมสักเกม

หลายปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับ บรรดาเกมเมอร์ต้องตกเป็นเบี้ยล่าง จากเทคนิคทางธุรกิจของบริษัทเกมในเรื่องนี้ ที่จะมาทั้งในรูปแบบของ โหลดเกมนี้เล่นได้ฟรี แต่เมื่อเข้าไปเล่น จะพบว่าภายในเกมมีสารพัดไอเท็มต่างๆ เอาไว้รอขาย ไม่ต่างกับตลาดสด หากคุณคิดจะผ่านด่านสักด่าน หรือแม้กระทั่งอยากจะมีเครื่องแต่งกายสุดเท่ให้กับตัวละครของคุณ เรื่อยไปจนกระทั่งถึง ตัวละครสุดพิเศษ

ในขณะที่เงินต่างๆ ที่หาได้จากภายในเกม ไม่ว่าจะเป็นการเคลียร์แต่ละสเตจ หรือจนถึงขั้นเล่นเกมจนจบได้สำเร็จนั้น ค่าตอบแทนที่ได้กลับมาก็ช่างแสนน้อยนิด และต้องกินระยะเวลามหาศาลเสียเหลือเกิน แถมหากทำเช่นนั้น คุณจะถูกคู่แข่งที่ยอมเสียเงินซื้อไอเท็ม วิ่งแซงหน้าไปไกลชนิดไม่เห็นแม้แต่เพียงเงา

เมื่อผู้ซื้อยอมก้มหน้ารับชะตากรรม ผู้ขายจึงเริ่มได้ใจ ค่อยๆ ยัดเยียดระบบหาเงินแบบไม่ลืมหูลืมตานี้ ใส่ลงมาในเกมแบบไม่ยั้ง แถมพัฒนารูปแบบไปสู่ สิ่งที่เรียกกันว่า ระบบ Loot boxes หรือระบบใช้เงินสุ่มซื้อไอเท็มในเกม ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่า เมื่อเสียเงินไปแล้ว จะได้อะไรเป็นการตอบแทน!

แต่แน่นอน เมื่อมันมากขึ้นๆ เกมเมอร์ที่ปกติก็หัวร้อนกันง่ายๆ อยู่แล้ว จึงทนกันไม่ไหวอีกต่อไป หลังจากเกิดดราม่าที่ร้อนแรงที่สุดในวงการเกมปี 2017

นั่นก็คือ ดราม่า Star wars battlefront 2 เกมระดับ AAA จากค่าย EA ที่ถูกบรรดาเกมเมอร์หัวร้อนผนึกกำลังต่อต้าน หลังจากเห็นพ้องต้องกันว่า EA จงใจใช้พลัง Dark side ยัดระบบเติมเงินเข้าไปในเกมที่ชาวโลกรอคอยนี้ มากเกินพอดี จนทำให้ พลัง เอ๊ย ระบบเกมเสียความสมดุล

เพียงเพื่อ...หวังดึงเกมเมอร์เข้าสู่ด้านมืด เอ๊ย หวังจะรีดเลือดกับปู

แต่ลำพังเสียงเรียกร้องจาก เกมเมอร์ เพียงอย่างเดียว หาได้ทำให้บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ของโลก แบบ EA เกิดอาการสะดุ้งสะเทือนไม่

จนกระทั่งเมื่อ ประเทศเบลเยียม หนึ่งในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หยิบยกระบบเติมเงินแบบสุ่มนี้ ไปพิจารณาว่า มันเข้าข่ายที่จะเป็นการพนันหรือไม่? นั่นแหละ EA ถึงได้ ถอย 1 ก้าว ยอมปิดระบบหาเงินแบบสุ่มในเกมนี้ลง ชั่วคราว (ย้ำอีกครั้ง แค่ชั่วคราว)

ระบบ Microtransaction หรือ ระบบเติมเงินซื้อไอเท็มภายในเกม และระบบ Loot box หรือระบบใช้เงินสุ่มซื้อไอเท็มในเกม เข้าข่ายเป็นการพนัน หรือไม่? และหากมันเข้าข่ายการพนัน จะเกิดอะไรขึ้น

แล้วในแดนสยามของเรา ที่ว่ากันว่า กำลังจะก้าวไปสู่ THAILAND 4.0 ล่ะ คิดว่าระบบนี้เข้าข่ายการพนันด้วยหรือไม่ และในบ้านเรามีกฎหมายที่พอจะรับมือกับระบบนี้ เอาไว้แล้วหรือไม่ คำตอบทั้งหมด มีรอแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์แล้ว นับตั้งแต่บรรทัดนี้เป็นต้นไป

ในตอนแรกนี้ เราไปเริ่มต้นกันถึงที่มาของปัญหาต่างๆ ผ่านมุมมองของ 2 กูรูวงการเกมไทย กันก่อน

คนแรก คุณกุมภฤทธิ์ พุฒิภิญโญ หรือ พี่กู้ youtuber channel Joystick in TH และอดีต เจ้าของนามปากกา P-51 Mustang นิตยสาร PLAY ซึ่งได้เกาะติดประเด็นนี้มาโดยตลอด

และคนที่ 2 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ โคตรจรัส อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการผู้คลุกคลีตีโมงวงการเกมไทย และที่ปรึกษาชมรมอีสปอร์ตจุฬาฯ...

เอาล่ะ เราไปเริ่มต้นกันที่ คำถามแรก

ทำไมต้องมี ระบบ Microtransaction และ Loot boxes ในเกมกันล่ะ 

พี่กู้ แห่ง channel Joystick in TH ให้ทัศนะในประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า สาเหตุหลักๆ น่าจะมาจากต้นทุนในการผลิตเกม โดยเฉพาะเกมฟอร์มยักษ์ ระดับ AAA สำหรับเครื่องพีซี และคอนโซล ที่ปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นมาก ล่าสุด เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50-60 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อเกม

และที่สำคัญ...ราคานี้ยังไม่รวมค่า Marketing ต่างๆ ที่บรรดาบริษัทเกมต้องจ่ายสำหรับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆ อีก ฉะนั้น ลองคิดกันเล่นๆ ดูแล้วกันว่า ... ต้นทุนต่อเกมจะอยู่ที่เท่าไร?

ในขณะที่ราคาขายเกมยังคงถูกล็อกให้อยู่ในราคาเดิม ซึ่งแทบจะเป็นราคาที่เท่ากับราคาขาย เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วคือ ประมาณ 60 เหรียญสหรัฐ ต่อ 1 เกม!

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ราคาขายที่สมเหตุสมผลในปัจจุบันควรจะอยู่ที่ 80-100 เหรียญ

ซึ่งเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้บริษัทเกมไม่สามารถขึ้นราคาขายได้ เนื่องจากหากทำเช่นนั้น บริษัทเกมทั้งหลายห่วงว่าจะเกิดผลกระทบต่อธุรกิจในหลายรูปแบบ เช่น ถูกบรรดาเกมเมอร์ ประท้วง และที่สำคัญและน่าห่วงที่สุดก็คือ เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาพ่อและแม่ของเยาวชนทั้งหลาย เนื่องจากบรรดาผู้ปกครองส่วนใหญ่ ยังคงมีทัศนคติในด้านลบ กับ วิดีโอเกมส์ และมองว่ามันคือสินค้าฟุ่มเฟือย

ฉะนั้น บริษัทผลิตเกมทั้งหลาย จึงต้องพยายามหาทางสร้างรายได้ด้วยวิธีการอื่นๆ เช่น การเข็น Downloadable Content (DLC) หรือ คอนเทนต์เสริมเกม ออกมาขายต่ออีก ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง มันก็คือการซอยเนื้อหาย่อยๆ ในเกมนั่นแหละ ออกมาพ่วงขายเพิ่มอีก ซึ่งในอดีตเนื้อหาเสริมเหล่านี้มันก็มีอยู่แล้วภายในเกม เพียงแต่บรรดาเกมเมอร์อาจจะต้องใช้เวลาในการเล่น เพื่อปลดล็อกมันเท่านั้น

ชมคลิปพี่กู้พูดถึงประเด็น ทำไมวิดีโอเกมถึงมีราคาแพง 

“ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่า บริษัทผลิตเกม ก็คือ บริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจ เหมือนเช่นธุรกิจอื่นๆ ทั่วไป ฉะนั้น เป้าหมาย หรือ แนวคิดหลัก ก็คือทำอย่างไรจึงจะทำให้ได้ผลกำไรสูงสุด” P-51 Mustang ค่อยๆ ลำดับความให้ทีมข่าวฯ ฟัง อย่างตั้งอกตั้งใจ

กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน ในอดีต เกมที่ประสบความสำเร็จ สามารถขายได้ 1 ล้านก๊อบปี้ มันก็สร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้ระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันขายได้ 1 ล้านก๊อบปี้เท่ากัน หรือบางครั้งอาจจะขายได้น้อยกว่าด้วยซ้ำไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ บริษัทสามารถทำเงินก้อนมหาศาลจากทั้ง 2 ระบบที่ว่า

EA ทำเงิน 650 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัท Activision ซัดไป 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากระบบเติมเงิน

ในเมื่อเงินก้อนมหึมาขนาดนี้แล้ว...บริษัทเกมที่ไหน จะไม่ทำมันกันล่ะ!

การพัฒนาจาก Microtransaction ไปสู่ระบบ Loot boxes

“ระบบนี้ สำหรับผมมันเหมือนคนขายงกไปหน่อย” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ วิจารณ์แบบตรงไปตรงมากับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

จากนั้นก็เริ่มขยายความในประเด็นนี้ว่า จริงๆ ระบบนี้มีมาค่อนข้างนานแล้ว แต่เมื่อก่อนมันจะอยู่ใน เกมต้นทุนต่ำ หรือเกมที่เปิดให้เล่นฟรี แล้วค่อยไปหาเงินเอาจากการซื้อขายในเกม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเกมที่อยู่บนโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต

แต่ในกรณีล่าสุด มันดันไปเกิดเอากับเกมคอนโซล ที่มีราคาขายค่อนข้างสูงอยู่แล้ว แต่กลับเอาระบบหาเงินเพิ่มนี้มาใส่ไว้ในเกมอีก และที่สำคัญคนไหนมีเงินเปิดหาไอเท็มได้มากกว่าคนอื่น ก็จะเทพกว่าคนที่ไม่ยอมเสียเงิน ยอมเล่นถึกๆ ร่วม 40 ชั่วโมง กว่าจะได้ไอเท็มสักอัน

เกมมันจึงมีปัญหา เกิดความไม่สมดุล จนทำให้บรรดาเกมเมอร์ส่วนใหญ่รู้สึกว่า มันไม่แฟร์

ด้าน พี่กู้ เลกเชอร์กับทีมข่าวฯ​ ในประเด็นนี้ว่า แรกๆ บริษัทเกมคิดระบบที่เรียกว่า Microtransaction หรือการใช้เงินจริงซื้อไอเท็มต่างๆ ในเกมออกมาก่อน และเมื่อเห็นว่า ระบบนี้สามารถทำเงินจากเกมเมอร์ได้ จึงได้พัฒนาไปสู่ระบบที่เรียกว่า Loot boxes หรือระบบเติมเงินแบบสุ่มไอเท็ม หรือพูดง่ายๆ ก็คือการใช้เงินซื้อไอเท็ม ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไรกลับมา ซึ่งเกมแรกที่ใช้แล้วประสบความสำเร็จมากๆ ก็คือ เกมสุดฮิตอย่าง Over watch

อย่างไรก็ดี จากการเก็บสถิติการใช้เงินในเกม พบว่าตัวเลขของผู้ที่ยอมเสียเงินไปกับระบบ Microtransaction และ Loot boxes ต่อเกมหนึ่งเกมนั้น มีเพียง 1% เท่านั้น จากจำนวนผู้เล่นทั้งหมด

เพียงแต่... จำนวน 1% นี้ กลับใช้เงินมากมายมหาศาล จนกระทั่งบริษัทเกมต่างๆ เห็นเป็นช่องทางสำคัญในการหาเงิน

พอบริษัทเกมเห็นว่า เกมเมอร์ สามารถยอมรับได้ การค่อยๆ ลุกล้ำเส้นแบ่งแห่งความพอดีจึงเริ่มต้นขึ้น และรุกคืบแบบรวดเร็วชนิดที่เรียกว่า ได้คืบจะเอาศอก ด้วยเหตุนี้ในปี 2017 ที่ผ่านมา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ เกมระดับ AAA เกือบทุกเกม จะมีระบบที่ว่านี้ สอดแทรกอยู่ภายในแทบทั้งสิ้น!

แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือ การที่บรรดาบริษัทเกมทั้งหลายผนึกกำลังกัน ค่อยๆเขยิบระบบที่ว่าเข้าไปในเกมทีละนิดๆ เพื่อไม่ให้บรรดาเกมเมอร์ เกิดอาการ "ไก่ตื่น" จนกระทั่งนำไปสู่กระแสการต่อต้าน

โดยหวังว่า หากทำสำเร็จ ไก่เกิดไม่ตื่นซะก่อน ระบบนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องจำยอม และรับสภาพมันไปในที่สุด

จนกระทั่ง มันเกิดอุบัติการณ์ ดราม่า เกม Star wars battlefront 2

จริงๆ บรรดาเกมเมอร์ทั่วโลกถกกันในประเด็นนี้มานานแล้วนะครับว่า ระบบ Loot box น่าจะเป็นระบบที่มีปัญหา แต่ที่มันมาพีคจริงๆ คือ การที่ บริษัท EA ผู้ได้รับมอบหมายให้มาผลิตเกม Star wars battlefront 2 ผลักดันระบบนี้เข้าไปในเกม เพื่อหวังจะหาเงิน มากเสียจนเกินกว่าจุดที่บรรดาเกมเมอร์ จะสามารถทนกันไหวอีกต่อไป

เพราะพี่แกเล่นใช้มุกสุ่มขายไอเท็ม เพื่อให้ผู้เล่นที่ยอมซื้อไอเท็มเก่งกว่าผู้เล่นที่ไม่ซื้อแบบชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ เกมเมอร์แอนตี้กันมาก เพราะทำให้เกมเสียความสมดุล คนรวยเก่งกว่าคนไม่มีเงิน

ขณะเดียวกัน การออกแบบระบบเกมแบบนั้น มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการล่อลวง หรือชักจูงให้ผู้เล่นเกมถลำเข้าสู่ด้านมืด ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อไอเท็มในที่สุด เพราะ..ใครกันล่ะจะยอมให้คู่แข่งเก่งกว่า หรือใครกันล่ะจะทนไหว เมื่อเห็นผู้แข่งมีชุดเอย เกราะเอย สวยกว่าของตัวเอง คุณกุมภฤทธิ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักอกหนักใจ

ด้าน อาจารย์วิษณุ ให้ทัศนะในประเด็นนี้อย่างน่าสนใจว่า บริษัท EA น่าจะวางกลยุทธ์การทำตลาดผิด เนื่องจากการยัดเยียดใช้ระบบเพื่อแสวงหาเงินแบบเกินลิมิตแบบนี้ จะทำให้ เกมมีอายุสั้นมาก เพราะจะมีคนใช้เงินซื้อทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า เพื่อให้สามารถพิชิตเกมให้ได้เร็วที่สุด และเมื่อทำสำเร็จก็จะเกิดความเบื่อ และเลิกเล่นไปในที่สุด ในขณะที่ เกมเมอร์ขั้นเทพ ที่ไม่มีเงินซื้อก็จะเลิกเล่นไปเลย เพราะถึงเล่นไปก็สู้คนที่มีเงินซื้อไอเท็มไม่ได้

Microtransaction และ Loot boxes เอาเปรียบผู้บริโภค หรือเข้าข่ายการพนัน หรือไม่?

เอาเปรียบไหม หรือครับ? ... นักวิชาการผู้คลุกคลีตีโมงวงการเกมไทยมาเป็นเวลานาน ทิ้งระยะคิดเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า...

ส่วนตัวมองว่า ง่ายๆ เลย หากเจอเกมไหนมีระบบแบบนี้ ในฐานะผู้บริโภค ผมก็จะไม่ซื้อมาเล่น เพราะจริงๆ แล้ว เรื่องนี้ หากบรรดาเกมเมอร์ยับยั้งใจกันสักนิด ไม่ยอมเสียเงินไปกับระบบนี้กันมากนัก ที่สุดแล้ว บรรดาบริษัทเกมก็จะยกเลิกมันไปในที่สุดเอง แต่ทุกวันนี้เป็นเพราะมันมีการซื้อกันมากขึ้นๆ บริษัทเกมจึงหาทางออกระบบแบบนี้ออกมา เพื่อล่อหลอกเอาเงินจากกระเป๋าเราให้ได้มากขึ้น เป็นเงาตามตัว

สรุปคือ หากไม่ซื้อซะอย่าง ทุกอย่างก็จบ!

ส่วนประเด็นว่า ระบบนี้เข้าข่ายว่าเป็นการพนันหรือไม่ ผมคิดว่ามันอยู่ที่มุมมอง และนิยามของแต่ละประเทศนะ ว่า มองการพนันในลักษณะใด ยกตัวอย่างเช่น กรณีของประเทศเบลเยียม ที่มองว่าระบบนี้อาจจะเข้าข่ายการพนันได้ เนื่องจากผู้เล่นไม่รู้ว่าเมื่อซื้อไปแล้ว จะได้รับอะไรเป็นการตอบแทน ซึ่งการไม่รู้ว่าจะได้อะไรเป็นการตอบแทน หรือแม้กระทั่งไม่รู้ค่าอัตราส่วนสำหรับสิ่งของที่จะได้รับในหลายๆ ประเทศ จะมองว่า มันคือการพนัน และผิดกฎหมาย ทันที!

ซึ่งในประเทศญี่ปุ่น ก็พบว่ามีเรื่องลักษณะคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกัน เพียงแต่จะมีการบอกข้อมูลให้กับผู้เล่นเลยว่า โอกาสที่จะได้ของระดับ แรร์ไอเท็ม (Rare item) ต่อครั้ง อยู่ที่ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ หรืออย่างน้อย หากจ่ายเงินเท่านี้จะได้แรร์ไอเท็มระดับเท่านั้น เท่านี้ ซึ่งเป็นเหมือนตารางให้เช็กได้ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถประเมินความเสี่ยง ต่อการคิดจะจ่ายเงินออกไปจากกระเป๋า ซึ่งก็ถือว่าแฟร์กับเกมเมอร์ในระดับหนึ่ง

แต่อย่างไรก็ดี วิธีการแบบนี้ มีผลวิจัยออกมาแล้วเหมือนกันว่า ยิ่งจะเป็นการทำให้บรรดาเกมเมอร์ตัดสินใจยอมจ่ายเงินกันมากขึ้นกว่าระบบที่ไม่บอกอะไรเลย เนื่องจาก ผู้เล่นมองว่า ตนเองสามารถประเมินโอกาสที่จะได้รับไอเท็มไ้ด้มากกว่า จากจำนวนเงินที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะนำไปใช้ในเกม

ด้าน channel Joystick in TH หล่นทัศนะในประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า คือที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่านับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับประเด็นนี้ ยังคงไม่มีรัฐบาลของประเทศใดออกกฎเกณฑ์ หรือกฎหมายฉบับใด เข้ามาควบคุมดูแลอย่างจริงจังมาก่อน ทั้งๆ ที่จะว่าไปมันทั้งสิ้นเปลือง หมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย และศีลธรรม รวมทั้งอาจเข้าข่ายสิ่งที่เรียกว่า การพนัน ด้วย

อย่างไรก็ดี ส่วนตัวไม่อยากให้หลงไปกับคำนิยามว่า มันเข้าข่ายเป็นการพนันหรือไม่? แต่อยากให้มองว่า ระบบนี้มันสร้างปัญหาได้หรือไม่มากกว่า ซึ่งข้อเท็จจริงมันก็ปรากฏชัดอยู่แล้วว่า มันสร้างได้

ฉะนั้น มันจึงควรมีมาตรการอะไรออกมาเพื่อควบคุม แต่คำว่า ควบคุม นั้น ส่วนตัวอยากให้เป็นไปในแนวทางว่า มีความเป็นอิสระ เป็นมาตรฐานในระดับหนึ่ง แต่หากมีอะไรที่มันมากล้นเกินพอดี แบบนี้ก็จะต้องถูกควบคุม และทำไม่ได้

หากหันมามองในบ้านเรา ณ เวลานี้ ปัญหาเรื่องการเติมเงินซื้อไอเท็มในเกม ที่อยู่ตามมือถือ หรือ แท็บเล็ต ก็น่าจะมีปัญหาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่พบในระบบ Loot boxes สักเท่าไร แต่ปัญหาคือบรรดาผู้ใหญ่ในรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจจะมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย

มีประเด็นหนึ่ง ที่ผมอยากให้มองลึกลงไปก็คือ เหตุใด นักกฎหมาย ส.ส. หรือ รัฐมนตรีเมืองนอก เขาถึงยังสนใจที่อยากจะเข้าไปแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ นั่นเป็นเพราะคนเหล่านั้น น่าจะกระหายที่อยากจะแสดงผลงาน คืออย่างน้อย ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ชื่อของคนเหล่านั้นก็จะกลายเป็นนิรันดร์ตลอดกาลว่า ข้านี่แหละ เป็นผู้ริเริ่มที่จะทำเพื่อประชาชน

แต่กลับกัน ทำไมในบ้านเรา ถึงไม่มีนักการเมือง หรือ เจ้าหน้าที่รัฐ คนไหนมาสนใจกันบ้าง มันก็เป็นเรื่องที่น่าคิดอยู่เหมือนกัน

หรือนั่นที่ไม่กล้าไปแตะต้อง ก็เพราะ นักการเมือง หรือรัฐมนตรีในประเทศไทย อาจจะกลัวว่าหากมีชื่อตัวเองไปเกี่ยวข้องกับ วิดีโอเกม มันจะกลายเป็นตราบาปที่ติดตัวไป แบบนั้นหรือเปล่า?

ทั้งๆ ที่โลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว อยู่ที่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะรู้ตัวกันเมื่อไหร่?

สำหรับในตอนต่อไป จะเป็นการถกในประเด็นปัญหาว่า ในประเทศเราพอจะมีกฎหมายฉบับใด ที่พอจะสามารถเข้ามาดูแล ระบบ Microtransaction และ Loot boxes ในกรณีที่เข้าข่ายว่าเป็น การพนัน บ้างหรือไม่ และเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใด ที่ควรจะเข้ามาควบคุมดูแล โปรดติดตามตอนต่อไป...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน