วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติเปิดบริการ ผู้ป่วยด้อยโอกาสได้สิทธิ์รักษาเหมือนรพ.เอกชน

เพื่อสนองพระปณิธานในการดูแลรักษาพยาบาลประชาชนที่เจ็บป่วย โดย เฉพาะผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาส และในโอกาสที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬา ภรณวลัยลักษณ์ อัครราช กุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้ดำเนินการจัดสร้าง “อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ” ภายในศูนย์ราชการ โซนซี ถ.แจ้งวัฒนะ ซึ่งแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนในเดือน ม.ค.ปี 2561 โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จเป็นประธานเปิด “อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมาและได้เสด็จ ณ อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์ เฉลิมพระเกียรติ และโรงเรียนนักอัลตราซาวนด์ทางการแพทย์ เพื่อทอดพระเนตรเครื่องจำลองการตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อการเรียนการสอน โอกาสนี้ได้มีการสาธิตการสวนหัวใจและหลอดเลือดและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนผ่านทางจอโทรทัศน์ถวายทอดพระเนตรด้วย

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดเผยว่า ศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ จะเปิดเป็นโรงพยาบาลทั่วไปมีศูนย์การรักษาที่เด่นได้แก่ ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด, กระดูกและข้อ, มะเร็งเต้านม นอกจากนี้ยังมีคลินิกทันตกรรม กายภาพบำบัด ซึ่งการบริหารงานอยู่ภายใต้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นโยบายการรักษานั้นให้บริการคนไข้ในทุกระดับ โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส ชนชั้นกลาง ซึ่งด้วยพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ที่ทรงมีพระประสงค์ให้บริการคนไข้ทุกระดับ รวมทั้งผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสได้รับการรักษาเหมือนโรงพยาบาลเอกชน ศูนย์การแพทย์แห่งนี้จึงดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกันกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งตั้งมาแล้ว 8 ปี

โดยศูนย์การแพทย์ฯนี้จะเปิดให้บริการอย่างเต็มที่ในวันที่ 8 ม.ค. 2561 ซึ่งหลังจากวันนี้จะเปิดรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยบางส่วนของ รพ.จุฬาภรณ์ เพื่อระบายความแออัด ซึ่งปัจจุบัน รพ.จุฬาภรณ์ มีผู้ป่วยเต็มกว่า 80-90% จากเตียง 100 เตียง โดยมีผู้ป่วยนอกถึงวันละ 400-500 คน เป็นโรคมะเร็ง 80-90% ส่วนหนึ่งเป็นคนไข้ในพระอนุเคราะห์ในพระองค์ ที่ได้เสด็จไปเยี่ยมประชาชนกับโครงการ พอ.สว. ได้ทอดพระเนตรเห็นประชาชนลำบาก ทุกข์ยากมาก กว่าจะเข้ามารักษาได้ตามระบบต้องใช้เวลานาน จึงทรงรับประชาชนเหล่านี้ไว้เป็นคนไข้ในพระอนุเคราะห์ สมัยก่อนมีแต่คนไข้มะเร็ง แต่ช่วงหลังก็เปิดรับโรคอื่นๆด้วย ซึ่งเมื่อคนไข้รักษามะเร็งหายก็มักจะมีโรคอื่นๆตามมาด้วย พระองค์ท่านจึงไม่สบายพระทัยที่จะส่งคนไข้ไปยังโรงพยาบาลอื่น การมีศูนย์การแพทย์นี้ จึงสามารถรองรับผู้ป่วยในพระองค์ได้มากขึ้น นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีพระวิสัยทัศน์ หลังจากการเสด็จเยือนต่างประเทศ ทำให้พระองค์ทรงสร้างหลักสูตรทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ขึ้นมา ในจุดที่ประเทศไทยขาดแคลน อาทิ โรงเรียนอัลตราซาวนด์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ได้รับความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กับทาง Monash University ประเทศออสเตรเลีย โดยจะเปิดสอนในหลายระดับทั้งพยาบาล นักรังสีวิทยาและเทคนิคการแพทย์ เพื่อแบ่งเบาภาระของแพทย์ ซึ่งในต่างประเทศมีการฝึกบุคลากรเพื่อช่วยทำแทนแพทย์ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่พระองค์จะทรงเติมเต็มจุดเล็กน้อยที่เราไม่ค่อยคิดถึงกัน.