วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟรอยด์ วางแผนจูงมือ แพรว เตรียมใช้ชีวิตต่างจังหวัด

ได้มาให้เสียงในภาพยนตร์แอนิเมชั่น ของขวัญจากดิน ในบทเด็กชายตัวแสบชื่อ จอม ที่จะออกอากาศในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ทำเอาหนุ่มอารมณ์ดี ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์ แฮปปี้และอินไปกับบทบาทมากๆ จนขอเปิดใจถึงแพลนชีวิตบั้นปลายกับแฟนสาว แพรว คณิตกุล เนตรบุตร เลยล่ะ โดยหนุ่มฟรอยด์เผยว่า

“ผมมีความคิดอยากไปอยู่ต่างจังหวัดเลยครับ ผมคิดเรื่องนี้อยู่ อยากมีที่ต่างจังหวัด พูดแบบภาษาชาวบ้านคือ ผมอยากใช้ชีวิตอยู่บ้านนอก ผมรู้สึกว่าบ้านนอกมันเป็นอะไรที่ไม่ต้องเร่งรีบ พอได้มาให้เสียงแอนิเมชั่น ของขวัญจากดิน ทำให้รู้เลยว่า บางอย่างมันอยู่รอบตัวเราแค่นี้เอง เราไม่จำเป็นต้องลงทุนกับอะไรที่ไม่รู้ว่าจะได้อะไรกลับมา หรือต้องเสียอะไรไปหรือเปล่า

จริงๆ ผลผลิตจากการเกษตร ปลูกต้นไม้ ผลไม้ ถึงคุณจะขายไม่ได้แต่คุณก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ เพราะคุณกินเองก็ได้ สิ่งที่คนเราต้องการทุกวันนี้คือ ที่อยู่อาศัย ที่คุณจะอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ อากาศ บรรยากาศที่จะทำให้คุณมีความสุขในทุกๆ วัน ที่ตื่นขึ้นมา อาหารที่ทำให้คุณมีชีวิต ถามว่าพาหนะมันจำเป็นมั้ย ถ้าเราไม่ได้ออกไปข้างนอก หรือต้องไปติดต่องาน ก็ไม่ได้ซีเรียส แต่ถ้ามีมันก็โอเค เป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มความสะดวกสบายในการเดินทาง”

เตรียมซื้อที่ต่างจังหวัดแล้ว?

“ผมเล็งไว้แล้ว หลายที่อยู่เหมือนกัน อย่างเชียงใหม่ แพรว (คณิตกุล เนตรบุตร) ก็มีที่อยู่แล้ว แถวๆ แม่ริม ไปทางบนดอย มีโฉนดเรียบร้อย แล้วผมก็เล็งไว้อีกที่ คือผมไม่อยากไปไกลมาก เผื่อต้องทำงานจะเดินทางลำบาก จริงๆ แถวนครนายกก็ยังมีที่ผืนสวยๆ อยู่ แบบติดน้ำตก ติดภูเขา ลำธาร เส้นนั้นถ้าเราปลูกมะยงชิด ปลูกมะลิ ปลูกอะไรง่ายๆ ที่มีผลผลิตได้ตลอดปี

ทำแล้วให้ชาวบ้านแถวนั้นช่วย เราเอาเงินแค่นิดหน่อย แล้วให้เค้าไปดำเนินการ เช่น ของกิโลละ 10 บาท เราเอาแค่ 2 บาท ที่เหลือให้ชาวบ้านไปเลย จ้างคนแถวนั้นดูก็ได้ เราคงไม่ได้เป็นชาวสวนจ๋า หรือเกษตรกรเต็มตัว แต่คงพอมีคนท้องถิ่นที่ช่วยเหลือ เป็นที่ปรึกษาให้เราได้ และเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน โครงการพวกนี้ผมอยากเริ่มก่อนจะเกษียณตัวเองด้วย ถ้ามันไปได้ดีก็จะอยู่เลยยาวๆ เพราะผมเป็นคนชอบไปป่า ชอบธรรมชาติ เงินมันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการแล้ว

ทุกวันนี้ผมอยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ซึ่งจุดนี้ผมกับแพรวคิดเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเราติสต์จ๋า หรืออินดี้อะไร แต่วันนึงเราก็คงไม่มีคนจ้าง ต้องมีเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่จะทำยังไงให้เราใช้ชีวิตได้มีความสุข ถ้ายังมีงานเรื่อยๆ ก็รับงานได้ ละครปีละ 2 เรื่องก็อยู่ได้แล้ว”