วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เครือข่ายยางฯจี้หาทางออก

โดย สะ-เล-เต

ในขณะที่รัฐบาลและการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ยังคงมะงุม-มะงาหรา หาทางแก้ปัญหาราคายางไม่ได้...สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง กยท. จัดประชุมหาทางออกที่ จ.อุบลราชธานี ได้ข้อสรุปหลักๆ 2 ประเด็นใหญ่ ที่ กยท.ต้องรีบเร่งแก้ไข

1. ให้ทบทวนการตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง กยท.กับบริษัท 5 เสือยักษ์ใหญ่วงการยางเมืองไทย ลงหุ้นฝ่ายละ 200 ล้านบาท รวม 1,200 ล้านบาท...ที่ฝันไว้ว่า ร่วมทุนมาช่วยกันซื้อยาง น่าจะทำให้ยางมีราคาสูงขึ้น แต่ได้ผลตรงข้าม

ที่ประชุมให้เหตุผลต้องทบทวน เพราะบทบาทหน้าที่ของ กยท.เป็นองค์กรที่มีเครือข่ายเกษตรกร สถาบันเกษตรกร อยู่ในมือเป็นจำนวนมาก ควรทำหน้าที่เป็นเสือตัวที่ 6 เข้าไปแข่งขันแย่งซื้อยาง เพื่อดันราคาให้สูงขึ้น

แต่เมื่อไปร่วมทุน กยท.เลยอยู่ในสถานะเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้ 5 เสือกดราคาได้ง่าย...เพราะเงินลงหุ้นไปร่วมซื้อยางมานั้น สุดท้ายยางจำนวนนั้นถูกขายให้บริษัทของ 5 เสืออยู่ดี เพราะอำนาจในการตัดสินใจขายปล่อยยางให้ใคร ในราคาเท่าไร...ต้องอาศัยเสียงโหวต ตัดสินใจของตัวแทน 5 เสือ+1 กยท.

5 เสือฮั้วกัน โหวตยังไง กยท.ก็แพ้ เสร็จ 5 เสือ...ที่สำคัญการร่วมทุนแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับจำนำข้าว เพราะ กยท.ได้ช่วยออกเงินไปซื้อยางมาเก็บไว้ก่อน ถึงเวลาขาย 5 เสือเอายางไปขายก่อนแล้วค่อยมาจ่ายเงินทีหลัง

อีกประเด็น...กยท.ต้องเร่งรัดเรื่องการนำเงินกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49 (3) ของ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 มาให้สถาบันเกษตรกรกู้ให้เป็นจริงเป็นจังเสียที...เงินก้อนนี้สามารถเบิกมาใช้ได้ตั้ง 2-3 ปีแล้ว แต่วันนี้เงินยังไม่ตกถึงเกษตรกรเลย

ยางราคาตก...สถาบันเกษตรกรจะกู้มาเป็นเงินหมุนเวียนรับซื้อยางก็ทำไม่ได้ จะกู้มาสร้างโรงงานแปรรูปเพื่อยกระดับราคายางยังทำไม่ได้เช่นกัน

สาเหตุหลักมาจาก กยท.ทำงานชักช้าไม่ทันสถานการณ์ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเซ็นอนุมัติ ต่างไม่กล้าเซ็น อ้างอยู่ในตำแหน่งรักษาการ เลยบ่ายเบี่ยงโยนเรื่องไปมา.

สะ–เล–เต