วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกสาวตลกดัง เพชร ดาราฉาย เผยทั้งน้ำตา พ่อทรมานอยู่ 3 วันก่อนสิ้นใจ (คลิป)

เป็นนักแสดงตลกอาวุโสของวงการบันเทิงอีกคนหนึ่ง ที่เหล่าบรรดานักแสดงตลกให้ความเคารพอย่างมาก สำหรับ เพชร ดาราฉาย ที่เสียชีวิตลงเมื่อวานนี้ ในวัย 79 ปี หลังจากต่อสู้กับโรคร้าย มะเร็งลำไส้ที่ลามไปถึงตับ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็ได้เข้ารับการรักษาผ่าตัดที่ลำไส้แล้ว แต่ว่าพอลามลงตับ เลยทำให้เชื้อมะเร็งอยู่เต็มช่องท้อง หากจะผ่าตัดอีกรอบก็อาจจะได้รับอันตรายได้ 

ซึ่งในเช้านี้ ทางญาติ และครอบครัวได้จัดพิธีฝังศพตามหลักศาสนาอิสลาม ที่มัสยิดนูรุ้ลอิบาดะห์ อ่อนนุช 70 ซึ่งมีคนมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงเพื่อนพี่น้องในวงการตลก อาทิ ป๋าเทพ โพธิ์งาม, จิ้ม ชวนชื่น, ตูมตาม เชิญยิ้ม, โรเบิร์ต ดอกมะดัน, ดู๋ ดอกกระโดน

โดย น้องบี แคทลียา ดาราฉาย ลูกสาวคนเล็กของ เพชร ดาราฉาย ได้เผยว่า ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตนั้นมีอาการปวดร่างกายหนักมากจนนอนไม่ได้มา 3 วัน จนเมื่อวานนี้ก็ได้จากไป ก่อนจะไปก็ได้บอกลูกๆ ว่า ช่วยกันดูแลแม่ เพราะพ่อกับแม่รักกันมาก ไม่เคยห่างกัน ตอนนี้แม่ยังทำใจไม่ได้ ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมา พ่อเพชร ดาราฉาย เป็นหัวหน้าครอบครัวที่หาเลี้ยงด้วยอาชีพตลก พ่อรักในวงการบันเทิง เป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูกๆ ในหลายๆ เรื่อง สิ่งหนึ่งที่ลูกภูมิใจคือ พ่อเป็นคนไม่เคยสร้างหนี้ หรือสร้างปัญหาหนักใจให้กับคนในครอบครัวเลย

ได้ให้สัมภาษณ์ว่า "ก่อนที่คุณพ่อจะเสียชีวิตได้บอกแค่ว่า ลูกทุกคนอย่าดื้อ ให้ดูแลแม่ อย่าให้แม่ร้องไห้ ก่อนหน้านั้นคุณพ่อเจ็บหนัก มีอาการปวดหนักมากอยู่ 3 วัน เพ้อ แล้วก็ทรมานทั้งวัน ไม่มีวินาทีไหนที่คุณพ่อไม่ร้องปวด ร้องทั้งวันทั้งคืน คนที่บ้านอยากจะหลับก็หลับไม่ได้ ต้องเฝ้าคุณพ่อตลอดเวลาค่ะ ในคืนแรกที่เริ่มปวดหนัก บีเฝ้าคุณพ่อทั้งคืน เราคิดว่าแค่คุณพ่อปวดแล้วก็จะหาย เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่เป็นเค้าไม่เคยปวดมาก่อนเลย แต่เพิ่งมาปวด 3 วันสุดท้ายที่ผ่านมา ปวดจนสมองเค้าเบลอไปหมดเลยค่ะ"

"ที่ไม่ได้พาไปโรงพยาบาล เพราะว่าหมอหมดทางการรักษาแล้ว ถ้าเราไปอีกจะได้แค่มอร์ฟีนที่ฉีดแก้ปวด ซึ่งพ่อไม่มีเนื้อแล้วค่ะ เค้าเหลือแค่หนังหุ้มกระดูก ถ้าเค้าเจาะเค้าก็จะเจ็บเปล่าๆ บีไม่อยากให้เค้าเจ็บต่ออีกไปแล้ว คือถ้าเค้าไปหาหมอเมื่อวานเค้าอาจจะรอดนะคะ แต่ถ้าเค้าเจาะคอเค้าอาจจะทรมานหนักกว่านี้"

"พ่อเค้าปวดมาก ปวดจนบีพูดไม่ออกแต่พ่อร้องตลอด คนที่บ้านอยากจะเจ็บแทน ไม่อยากร้องไห้ให้เค้าเห็นแต่ก็ต้องร้อง ความสงสารค่ะ ทุกคนอยากแบ่งเบาความเจ็บมาแทน อยากเป็นมะเร็งแทนด้วยซ้ำ บีบอกถ้ามันเป็นกรรมพันธุ์ อนาคตถ้าลูกเป็น ลูกจะรู้ความรู้สึกนั้น หมอบอกว่ามีส่วนกรรมพันธุ์ค่ะ แล้วก็มีส่วนที่เกี่ยวกับอาหารการกินแล้วก็สมัยนั้นพ่อไม่มีวัคซีนป้องกันเหมือนสมัยเราค่ะ พ่อเป็นคนที่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ค่ะ ถึงจะทำงานวงการบันเทิงแต่ก็ไม่เคยดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก"

"ตอนนี้แม่บียังไม่ไหวเลยค่ะ แม่ยังยืนแล้วยังจะล้มเลย คือทำใจไม่ได้ค่ะ แต่บีสัญญาว่าวันนี้บีกับพี่บอยจะพยายามไม่ร้องให้เค้าเห็น ทุกอย่างจะทำให้มีความสุข มันเป็นวันที่พ่อควรจะมีความสุข และเป็นวันที่คุณพ่อภูมิใจที่มีคนมาร่วมงานเยอะขนาดนี้ เค้าอยากให้คนมาแค่นี้แหละค่ะ เค้าเคยบอกว่าถ้าพ่อไป ต้องมีคนมาร่วมงาน เพราะพ่อไปทุกงาน ทั้งงานที่ได้เงินและไม่ได้เงินเยอะมาก พ่อไปตลอดค่ะ ช่วยคนเยอะมาก และบีก็เชื่อว่าวันนี้ก็จะต้องมีคนมาร่วมงานของพ่อเยอะเหมือนกัน"

"พ่อเค้ารักงานในวงการบันเทิงมากค่ะ แล้วก็รักงานอ่านอัลกุรอานทุกปีเวลาออกบวช ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่พ่อได้อ่านค่ะ ต่อไปนี้ก็ต้องเข้มแข็งค่ะ แล้วก็ต้องทำให้แม่ยืนต่อไปให้ได้ค่ะ"

"เมื่อตอนต้นปีถ้าไมติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะก็ไม่ตรวจเจอหรอกค่ะ จนปัจจุบันนี้ก็อาจยังไม่รู้ว่าเป็นมะเร็ง แต่อันนี้รู้ก่อน ถ้าไม่รู้อาจจะเสียเร็วกว่านี้เพราะว่าลำไส้อาจจะอุดตันหมด ขับถ่ายไม่ได้ แต่นี่เราไปผ่าตัดตรงลำไส้ออกมันเลยบรรเทาตรงลำไส้ไป เป็นที่ตับแล้วก็ลามมาถึงลำไส้อีก"

"ฝากถึงแฟนๆ คุณพ่อค่ะ ขอบคุณมากเลยที่ติดตาม และให้กำลังใจ ตั้งแต่ออกข่าวไปก็มีกำลังใจเยอะมาก ด้านดีเยอะกว่าด้านไม่ดี ซึ่งบีดีใจมากเลยค่ะ บีอ่านให้เค้าฟังให้เยอะที่สุด ตอนที่อ่านให้เค้าฟังเค้ายิ้มเค้ามีความสุข เค้าถามด้วยว่ามีคนจำเค้าได้ด้วยเหรอ แล้วไอ้ในโทรศัพท์เราจะดูได้ยังไง คือเค้าไม่รู้ไงคะ บีบอกเดี๋ยวจะทำเฟซบุ๊กให้นะ เค้าบอกว่าไม่ต้องหรอกป๋าทำไม่เป็น ก็เลยใช้ของบีในการบอกเล่าเรื่องเค้า คนก็เข้ามาคอมเมนต์เต็มเลยค่ะ เค้าก็ดีใจที่มีคนจำได้ ไม่มีคนลืมเค้า อ่านให้เค้าฟัง"

"สำหรับแม่เค้ายังทำใจไม่ได้ค่ะ พ่อเป็นทั้งสามีที่ดีมาก เป็นเหมือนพ่อเพราะห่างกัน 25 ปี เค้าผูกพันกันมากค่ะ ตอนที่คุณพ่อใกล้จะจากไปเค้าไม่ปล่อยมือใครเลยนะคะ เราปล่อยมือเค้าก็จับ เพราะเค้าทรมานเค้าก็หยิกบี บีบอกหยิกไปเลยพ่อ ลูกไม่เจ็บหรอก"

"อาชีพหลักของคุณพ่อคือการเล่นตลกค่ะ เค้าเป็นหัวเรือหลักของครอบครัว แม่เป็นคนเก็บเงินเก่งมากเลยไม่มีปัญหาเรื่องเงิน พ่อไม่เคยสร้างหนี้ ไม่เคยต้องผ่อนอะไรเลยค่ะ พ่อสอนให้ลูกอย่าสร้างหนี้ เพราะพ่อไม่สร้าง บีภูมิใจในตัวคุณพ่อมากค่ะ เพราะไม่ต้องมานั่งรับรู้ว่าพ่อมีหนี้อะไร ไม่ต้องมานั่งรับรู้ว่าพ่อกินเหล้าหรือสูบบุหรี่ ไม่ต้องมานั่งเครียดบอกให้เค้าเลิก ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าพ่อต้องกินเหล้าแน่ๆ ถึงได้เป็นแบบนี้ แต่หมอบอกว่าควันบุหรี่ก็เกี่ยวเหมือนกัน ตอนที่เค้าเล่นตลกในคาเฟ่ค่ะ"

"คุณพ่อเป็นคนที่เคร่งในศาสนามากค่ะ ละหมาดทุกเวลา คุณพ่อเป็นต้นแบบให้เราสองคนพี่น้องในทุกเรื่องค่ะ ไม่เคยมีประวัติไม่ดีเลย แต่มีเรื่องเดียวที่บีไม่ชอบก็คือเค้าเป็นคนอารมณ์ร้อน ขับรถเร็ว"

"คุณพ่อทำงานในวงการมาตั้งแต่บียังเด็กๆ จนกระทั่งบีเรียนจบ ม.6 คุณพ่อยังทำงานอยู่เลยค่ะ พอบีเข้ามหาวิทยาลัยงานก็เริ่มลดลงแล้ว เค้าทำงานจนวาระสุดท้ายค่ะ พอเริ่มป่วยเมื่อต้นปีเค้าก็หยุดทำงาน ถามว่าพ่ออยากให้ลูกทั้งสองทำงานในวงการบันเทิงเหมือนพ่อมั้ย พ่อไม่อยากค่ะ เพราะเค้าไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา ถ้าอยากจะเข้าวงการก็ต้องเข้าด้วยตัวเราเอง เพราะถ้าเราทำไม่ได้แล้วมีปัญหาหลังจากนี้ก็ไม่มีใครช่วยเราแล้ว บีกับพี่บอยก็เลยคิดกันว่า คือเค้าสร้างขึ้นมาดีเยอะมากเลย จะให้เราทำมาเสียเหรอ ก็ไม่โอเค".