วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุรินทร์ พิศสุวรรณ ตั้งมั่นอุดมการณ์ ปชต.

สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตรัฐมนตรี ต่างประเทศและอดีตเลขาธิการอาเซียน ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

นับเป็นความสูญเสียบุคคลสำคัญที่น่ายกย่องและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติไปอีกคนหนึ่ง เพราะเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และอุดมการณ์อันแน่วแน่อย่างยิ่งยวด

ย้อนปูมประวัติ “สุรินทร์ พิศสุวรรณ” เป็นคนนครศรีธรรมราช เกิดวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2492 เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้อง 11 คน คุณพ่อเป็นครูสอนศาสนาอิสลาม เข้ารับการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดบ้านตาล และระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชและโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช

ด้วยความมุ่งมั่นมานะพยายามของเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ด้วยสิ่งเดียว ที่ทำได้ก็คือความพยายามเรียนให้เก่งที่สุด ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีความวิริยอุตสาหะ ขยัน อดทนเป็นที่ตั้ง จนทำให้ “สุรินทร์” มีโอกาสได้ไปเรียนต่อต่างประเทศระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแคลร์มอนต์ สหรัฐอเมริกาในปี 2515

ในปี 2517 เรียนปริญญาโทสาขารัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และปริญญาเอกด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 2522 เมื่อเรียนจบแล้วก็ได้เริ่มอาชีพอาจารย์ในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มุมมอง วิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ “โลกกำลังเปลี่ยน...ความสำเร็จไม่มีข้อยกเว้น” คนเป็นครูต้องตีลังกากลับหัวคิดสอนแบบเดิมไม่ได้แล้ว ดร.สุรินทร์ กล่าวไว้ว่า เมื่อก่อนธุรกิจที่มั่นคง น่าเชื่อถือ ต้องมีโรงงาน มีสำนักงาน มีบุคลากรเยอะๆ แต่สมัยนี้ยิ่งน้อยยิ่งดี แต่น้อยอย่างมีประสิทธิภาพ ...“คนน้อย กำไรเยอะ ค่าตอบแทนสูง”

แอปเปิล...จากอดีตไม่เคยมีโรงงานผลิตของตัวเอง แต่ครองตลาดอันดับหนึ่งของโลก เพราะจ้างผลิตล้วนๆ กำไรเพิ่มขึ้นทุกปี มาร์จิ้นสูงมาก ผลประกอบการดี๊ดี...เฟซบุ๊ก กูเกิล ก็มีรายได้มหาศาลจากโฆษณา โดยไม่มี พนักงานขายโฆษณาเลยสักคน เพราะใช้พาร์ตเนอร์และให้ลูกค้าทำเองได้

วันนี้ใช่แค่เพียงเท่านี้ หากแต่เราจะเห็นโมเดลธุรกิจแบบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาทิ อูเบอร์...บริษัทแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่มีรถของตัวเอง สักคันเดียว อาลีบาบา...แหล่งค้าปลีกออนไลน์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก แต่ไม่เคยมีสินค้าและสต๊อกสินค้าเลยสักชิ้น...นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น นี่คือการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

“ร้านค้าอยู่ในอากาศ สาขาคือมนุษย์ทุกๆคน”

ชีวิตในอนาคต โลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร? ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร?

บนเส้นทางการเมืองชื่อ “ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ” เริ่มเข้าสู่แวดวงการเมืองในปี 2529 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ที่สำคัญ...เขาคนนี้ยังได้รับเลือกตั้งเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรติดต่อกันถึง 7 สมัยเลยทีเดียว

แนวคิดแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย “ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ” เปิดมุมมองไว้ในฐานะประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย (FIT) อย่างน่าสนใจ “ปฏิรูปการเมือง” หลักการสำคัญข้อแรกของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขคือ “อำนาจทางการเมือง” ที่ได้มาจากประชาชนต้องมีขอบเขตจำกัด โดยกฎหมาย ตามกติกาและค่านิยม ธรรมเนียมปฏิบัติอันทรงคุณค่าของสังคม

และต้องตระหนักว่า “เสียงข้างมากไม่ใช่...ประทานบัตร หรือใบอนุญาต”

ที่ทำให้อำนาจผู้ถือสิทธิ์จัดการกับประเทศได้ตามอำเภอใจ ไม่มีขอบเขต ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง หลักนิติธรรม ค่านิยมใดๆของสังคมทั้งสิ้น...สร้างเสริมกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจฝ่ายต่างๆ ที่อาจเหลื่อมล้ำเกินเลยขอบเขตของกรอบกฎหมาย ละเมิดสิทธิฝ่ายอื่น เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องครอบครัว

“กำหนดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างรัดกุม...มีประสิทธิภาพ และกลไกที่ว่านี้จะต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง ไม่ให้ มีการอ้างสิทธิจากเสียงข้างมากเข้ามาก้าวก่ายจนเสียความเป็นกลาง ขาดอิสระ และไร้ประสิทธิภาพ”

ประเด็นสำคัญต่อมา...ปฏิรูประบบตรวจสอบอันเข้มข้นจากภาคประชาชน เพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน การฉ้อราษฎร์บังหลวงในระยะเวลาที่ผ่านมาการบริหารจัดการโอกาสและทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ทั้งในรูปของงบประมาณแผ่นดิน ทรัพยากรธรรมชาติ กิจการรัฐวิสาหกิจ ได้ถูกครอบงำ ตักตวงผลประโยชน์ทุกรูปแบบ จนทำให้ผลประโยชน์สูงสุดไม่ตกเป็นของประเทศชาติ...ประชาชน

ถ้าคิดเป็นมูลค่าเป็นตัวเงินเกิดการรั่วไหลกว่า 300,000 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนั้นทรัพย์สินของรัฐ สมบัติของแผ่นดินต้องได้รับการปกป้อง แยกส่วนชัดเจนจัดการจากทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ปะปนสับสนเป็นกงสีของตระกูล เครือญาติ พรรคพวก

มาตรการต่างๆที่ควรจะพิจารณาจัดตั้ง คือ องค์กรตรวจสอบภาคประชาชน ให้ภาคประชาชนมีสิทธิ์ในการตรวจสอบและฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ...กำหนดให้มีบทลงโทษที่ชัดเจน มีกระบวนการทางกฎหมายให้มีการปฏิบัติอย่างรัดกุม ในการที่หน่วยงานรัฐไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร

และ...“คดีคอร์รัปชัน” ไม่มีหมดอายุความ

ถัดมา...ปฏิรูประบบราชการและกระจายอำนาจ ดร.สุรินทร์ ย้ำว่า ระบบ ราชการต้องปลอดจากการเมือง ข้าราชการมีศักดิ์ศรี เป็นอิสระ มีสิทธิ์ในการบริหารจัดการกิจการภายในองค์กรของตนเองตามกรอบและกฎเกณฑ์โดยเฉพาะกฎหมายเฉพาะสำหรับแต่ละหน่วยงานที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เป็นกลไกเพื่อเพิ่มพูนแสวงหา...รักษาผลประโยชน์ของครอบครัว พวกพ้อง เหมือนที่เป็นอยู่ตั้งแต่ในอดีตและรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน

“กลไกการปกครองของรัฐต้องมีการกระจายโอกาสให้ประชาชนและภาคประชาสังคม มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการใช้...เข้าถึงซึ่งทรัพยากรในท้องถิ่นของตน โดยคำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตของประชากรของประเทศร่วมกัน”

ประเด็นที่สี่...“ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม” ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้และโอกาส ให้ “คนไทย” หลุดพ้นจากความยากจน บนพื้นฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืน มีดัชนีบอกวัดความเหลื่อมล้ำที่แม่นยำ พัฒนาแบบทั่วถึง เป็นธรรม....ไม่ให้เกิดสภาพ “รวยกระจุก จนกระจาย” อีกต่อไป

“ปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน”...ให้โอกาสทางการศึกษา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างทั่วถึงเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เคารพ ให้เกียรติต่อกัน มีความปรองดองในหมู่ประชากรที่มีความหลากหลายด้วยความเสมอภาค ปราศจากการแบ่งแยก เลือกปฏิบัติ กีดกัน

ประเด็นที่หก “ปฏิรูประบบสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”...“เศรษฐกิจที่มีการแข่งขันอย่างโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค”...“ปฏิรูปสื่อสารมวลชน” ...สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย

และข้อสุดท้าย “ปฏิรูประบบยุติธรรม” สิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างทั่วถึง มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่ใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง ผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคม ไม่มีสองมาตรฐาน...สำหรับคดีสำคัญที่มีความเกี่ยวกับสังคมส่วนรวม ไม่รวบอำนาจไว้ที่อัยการสูงสุด เป็นต้น

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ผู้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยอันแรงกล้าปิดฉากชีวิตลงแล้ว...แต่อนาคตประเทศไทยยังเดินหน้าต่อไป ซึ่งหลายๆคนก็ยังไม่รู้ทิศทางหรือมีทีท่าว่าจะเต็มใบเมื่อไหร่...อย่างไร.