วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดจบไอ้เหี้ยม

นายสลอบอดัน มีโลเซวิช อดีตประธานาธิบดีเซอร์เบีย (พ.ศ.2532-2540) และอดีตประธานาธิบดีสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย (พ.ศ.2540-2543) โดนจับเมื่อ 1 เมษายน พ.ศ.2544 ข้อหาอาชญากรสงคราม การใช้อำนาจโดยมิชอบและคอร์รัปชัน ลักลอบขนทองแท่งออกนอกประเทศ และบงการลอบสังหารศัตรูทางการเมือง

นายมีโลเซวิชถูกส่งให้ศาลอาชญากรระหว่างประเทศที่กรุงเฮกเมื่อ 28 มิถุนายน พ.ศ.2544 ข้อหามีส่วนร่วมในการสังหารชาว คอซอวอ-แอลเบเนีย 900 คน และเนรเทศชาวคอซอวอ-แอลเบเนีย 700,000 คน พอถึงปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2544 ก็มีข้อหาทำสงครามล้างเผ่าพันธุ์ในบอสเนียถูกนำมาพิจารณาคดีร่วมด้วย

นายมีโลเซวิชต้องอยู่ในที่คุมขังนาน 5 ปีเพื่อถูกไต่สวนและพิจารณาคดี ทว่าการไต่สวนยังไม่เสร็จ แกก็ตายด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเมื่อ 11 มีนาคม พ.ศ.2549 ทำให้การพิจารณาคดีสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ก่อนถูกนำไปฝัง ศพของนายมีโลเซวิชถูกนำไปตั้งไว้ที่หน้าอาคารรัฐสภากลางกรุงเบลเกรด มีผู้คนแห่แหนมาแสดงความอาลัยจำนวนมาก เพียงเวลาไม่กี่วัน มีคนมาเคารพศพเกิน 50,000 คน

เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2551 มีการจับกุมนายราโดวัน คาราดิช อดีตผู้นำเซิร์บบอสเนียส่งศาลอาชญากรระหว่างประเทศ เพื่อพิจารณาคดีที่กรุงเฮก ข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ที่ผมนำเรื่องนี้มาเล่า ก็เพราะในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา มีการพิจารณาคดีที่ศาลอาชญากรระหว่างประเทศอีกหลายราย อย่างนายพลรัตโก มลาดิช อดีตนายพลแห่งกองทัพบอสเนีย เซิร์บ ก็โดนตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสงครามบอลข่าน นายพลมลาดิชโดนฟ้อง 11 ข้อหา ศาลตัดสินให้มีความผิด 10 ข้อหา

พอถึงวันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2560 ศาลอาชญากรระหว่างประเทศก็นั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาพลเอกสลอบอดัน ปราลยัค อายุ 74 ปี ข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม การอ่านคำพิพากษาในครั้งนี้มีการออกอากาศสดในห้องพิจารณาคดี

ขณะนั้น ก็มีภาพที่ผู้คนทั้งโลกเห็นกันทั่ว คือพลเอกปราลยัคยกแก้วยาพิษที่แกนำติดตัวมาด้วยขึ้นดื่ม และก็ไปตายที่โรงพยาบาล

สมัยก่อนตอนโน้น พวกเราที่ตามข่าวต่างประเทศต่างชื่นชมอดีตประธานาธิบดีมีโลเซวิชว่าแกพัฒนายูโกสลาเวียได้อย่างประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะด้านสังคมและเศรษฐกิจ แต่ยูโกสลาเวียมีปัญหาเรื่องการเมืองแรง จนสุดท้าย แกต้องใช้นโยบายแข็งกร้าวต่อชนกลุ่มน้อยในคอซอวอทางตอนใต้ของประเทศ

พวกแอลเบเนียในคอซอวออยากไปรวมกับสาธารณรัฐแอลเบเนียมากกว่าที่จะอยู่กับสาธารณรัฐเซอร์เบีย เพื่อให้บ้านเมืองสงบ จึงมีการใช้มาตรการรุนแรงเพื่อบังคับให้คอซอวออยู่ภายใต้การปกครองของเซอร์เบียโดยตรง ตอนแรกพวกแอลเบเนียใช้วิธีการต่อต้านอย่างสงบ แต่พอไม่ได้ผล ก็รวมหัวต่อต้านอย่างเปิดเผย ด้วยการตั้งกองทัพปลดปล่อยคอซอวอ ความมุ่งหวังตั้งใจก็คือ ต้องการให้ชนกลุ่มน้อยคอซอวอได้เอกราช

นี่แหละครับ ผู้อ่านท่านที่เคารพ การต่อสู้ระหว่างกองทัพเซอร์เบียกับกองทัพปลดปล่อยคอซอวอจึงเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ.2541 ต่อมา การต่อสู้ได้บานปลายขยายไปเป็นสงครามทำลายล้างเผ่าพันธุ์ ชาวแอลเบเนียและชนกลุ่มน้อยเผ่าพันธุ์อื่นที่เป็นมุสลิมมักจะโดนทั้งทหารและตำรวจของเซอร์เบียฆ่า

แม้ว่าสมัยนั้นยังไม่โซเชียลมีเดียแพร่หลายเหมือนในสมัยนี้ แต่ภาพและเรื่องราวของคนที่ถูกฆ่าถูกแพร่ขยายกระจายไป จนทำให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือมีมติส่งทหารไปปฏิบัติการในคอซอวอ เพื่อยุติเหตุร้ายแรงระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน พ.ศ.2542 รวมระยะเวลาปฏิบัติการทั้งหมด 79 วัน

พอถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ.2542 คอซอวอก็กลายเป็นรัฐอารักขาของสหประชาชาติ มีความพยายามที่จะทำให้คอซอวอเป็นรัฐประชาธิปไตยและมีประชากรหลายเผ่าพันธุ์อยู่รวมกันได้อย่างสันติ

โลกอนาคต ผมเชื่อว่าจะมีองค์กรทั้งลับและสว่างจัดการกับเผด็จการ หรือพวกผู้นำที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรือทำทารุณต่อมนุษยชาติอย่างไร้ความปรานี ต.ย.ขององค์กรสว่างก็เช่นศาลอาชญากรระหว่างประเทศ องค์กรลับก็อาจจะเป็นการรวมกลุ่มกันของยอดมนุษย์จากชาติมหาอำนาจหลายแห่งที่จะใช้มือที่มองไม่เห็นเข้าไปล้มล้างหรือทำลายทั้งชีวิต ทรัพย์สินและอำนาจของผู้นำที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com