วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัตตานีวิกฤติ รพ.ถูกนํ้าท่วม ย้ายคนไข้หนี

ปัตตานีอ่วมหนัก ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากรับน้ำมาจากยะลา ขณะที่ รพ.หนองจิก ขอกำลังทหารขนย้ายผู้ป่วยติดเตียง 17 คนหนีตายโกลาหล ถนนหลายสายกลายเป็นคลองไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่ยะลาระดับน้ำเริ่มลดแล้วหลังฝนทิ้งช่วง ส่วนนราธิวาส พื้นที่ตากใบจมบาดาลน้ำทะลักจากแม่น้ำสุไหงโก-ลก เข้าท่วมหมู่บ้าน 2 ตำบล ส่วนภาคเหนือหนาวคนแห่ชมทะเลหมอก ขณะที่กรมอุตุฯเตือนภาคใต้ฝนยังหนักต่อเนื่อง ส่วนภาคเหนืออุณหภูมิลด 2-3 องศา

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้บางจังหวัดเริ่มคลี่คลายหลังฝนทิ้งช่วงแต่บางพื้นที่ยังวิกฤติ โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ว่า พื้นที่ จ.ปัตตานียังคงวิกฤติทุกพื้นที่ทั้ง 12 อำเภอ แม้ว่าฝนเริ่มหยุดตกสลับกับแดดออกแต่น้ำจำนวนมากที่ไหลมาจาก จ.ยะลายังคงไหลบ่าลงสู่แม่น้ำปัตตานีก่อนลงสู่ทะเลอ่าวไทย ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งไหลบ่าท่วมหลายอำเภอใน จ.ปัตตานี โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ยะรัง อ.หนองจิก และ อ.เมืองได้รับผลกระทบ ระดับน้ำสูงถึง 1-2 เมตร

ขณะเดียวกัน รพ.หนองจิก ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าช่วยขนย้ายผู้ป่วยไป รพ.ปัตตานี เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้นและท่วมโรงพยาบาล ภายหลัง พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 ปัตตานี นำกำลังพล 20 นายไปช่วยขนย้ายผู้ป่วยทั้งหมด 17 คน พร้อมนำกระสอบทรายทำพนังกั้นน้ำ ระหว่างนั้นมีชาวบ้านได้ขอความช่วยเหลือจากทหารเนื่องจากน้ำเข้าท่วมบ้านสูงถึง 1 เมตร แถมมีผู้ป่วยติดเตียงอีก เจ้าหน้าที่เลยเดินลุยน้ำเข้าไปช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของและผู้ป่วยขึ้นเรือก่อนส่งไป รพ.ปัตตานี

จากนั้น พ.อ.หาญพล ร่วมกับนายเอก ยังอภัยย์ ณ สงขลา นอภ.หนองจิก พร้อมกำลังพลนำอาหารแห้งและน้ำดื่ม ลงเรือยางไปแจกชาวบ้านหมู่ 2 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตรไม่สามารถเดินทางออกมาได้ ทำให้ชาวบ้านกว่า 500 คนที่รอรับความช่วยเหลือต่างดีใจที่มีเจ้าหน้าที่นำอาหารและน้ำดื่มมาช่วยเหลือ เช่นเดียวกับเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ถนนทุกสายยังคงมีน้ำเข้าท่วมสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.จะบังติกอ และ ต.สะบารัง ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำปัตตานี ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ถนนทางเข้าชุมชนถูกตัดขาด

เช่นเดียวกับถนนสายต่างๆ ในย่านเศรษฐกิจหลักของจังหวัดปัตตานี จำนวน 11 สายถูกน้ำท่วมรถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ คือ ถนนฤดี ถนนพิพิธ ถนนอุดมวิถี ถนนหนองจิก ถนนสายบุรี ถนนโรงอ่าง ถนนกลาพอ ถนนปรีดา ถนนรามโกมุท ถนนปากน้ำและถนนนาเกลือ ขณะที่ชุมชนพญาเมืองหลังโรงเรียน เจริญศรี ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร บ้านเรือนกว่า 20 หลังจมอยู่ในน้ำต้องใช้เรือท้องแบนเป็นพาหนะ

นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผอ.สนก.สพฐ. นายภิรมย์ จีนธาดา ผอ.สพป.ปัตตานี เขต 3 นายประจักษ์ ชูศรี ผอ.ร.ร.อนุบาลปัตตานี นายชวนชิด รักเถาว์ ผอ.ร.ร.บ้านยาบี ประธานศูนย์เครือข่ายฯใน อ.สายบุรี และผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่ใกล้เคียง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนบ้านเจาะกือแย บ้านลานช้าง และบ้านแซะโมะ อ.สายบุรี จ.ปัตตานีที่ถูกน้ำท่วมโรงเรียนทำให้อุปกรณ์ การเรียนการสอนเสียหายและต้องปิดการเรียนการสอนจนกว่าน้ำจะลด สำหรับโรงเรียนใน สพป.ปัตตานี เขต 3 ปิด 24 แห่ง เนื่องจากโรงเรียนถูกน้ำท่วม

พื้นที่ จ.ยะลา ระดับน้ำเริ่มลดลงหลังฝนหยุดตกแต่ยังมีชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำปัตตานี อาทิ บ้านสาคอ หมู่ 4 ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลาโดยมีนางจุฑามณี ตระกูลมุทุตา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา นายก้องสกุล จันทราช นอภ.เมืองยะลา และคณะนำชุดธารน้ำใจไปมอบให้ และพระครูวรพุทธาภิรักษ์ ประธานชมรมพุทธอาสายะลา ร่วมกับชมรมลูกเสือ ญาติธรรมวัดพุทธภูมิ นำข้าวกล่องกะเพราไข่เจียวหมูสับ ผลไม้ น้ำดื่ม กว่า 400 ชุด ไปช่วยชุมชนไทยพุทธบ้านยุโป หมู่ 2 ต.ยุโป จำนวน 60 ครัวเรือนที่จมน้ำมา 4 วัน เช่นเดียวกับสวนกล้วยหอมทองของนายปิยวัตร บุญช่วย หมู่ 1 บ้านยุโป ต.ยุโป ลงทุนปลูกกล้วยหอมทองในพื้นที่ 10 ไร่กว่า 4,000 ต้น เป็นระยะเวลา 6 เดือนแล้ว และกำลังให้ผลผลิตแต่กลับถูกน้ำท่วมเกือบ 1 สัปดาห์ ซึ่งนายปิยวัตร เผยว่า ขณะนี้ทำได้เพียงรอให้น้ำลดระดับลง เนื่องจากพื้นที่โดยรอบติดกับแม่น้ำปัตตานีที่มีปริมาณมาก

จ.นราธิวาส พื้นที่ ต.นานาค กับ ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ ที่มีแม่น้ำสุไหงโก-ลก เป็นพรมแดนติดกับบ้านปึงกาลังกูโบว์ อ.ตุมปัต รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมหมู่บ้านในพื้นที่ทั้ง 2 ตำบล รวมทั้งทุ่งนา สวนผลไม้ และสวนยางพาราถูกน้ำท่วมเป็นวงกว้าง และในบางจุดยังมีน้ำท่วมเป็นระยะ ส่วนบ้านเรือนใน ต.นานาค ระดับนํ้าท่วมสูงกว่า 2 เมตร ชาวบ้านต้องนำแผ่นไม้ต่อเป็นแพขนาดเล็ก และใช้สายเชือกสลิงต่อกับบ้านแล้วโยงไปยังเสาไฟฟ้าหน้าบ้านเพื่อทำเป็นแพลากขึ้นบ้านแทนการเดินลุยน้ำ และที่บ้านตันหยงลูโล๊ะ หมู่ 9 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส ถูกน้ำท่วมขังนานหลายวัน ทำให้ชาวบ้าน 150 ครอบครัวต่างเดือดร้อน

จ.สงขลา ซึ่งถูกน้ำท่วมทั้งจังหวัดรวม 16 อำเภอ ล่าสุดหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายโดยเฉพาะ อ.เทพา อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย และ อ.สะเดา ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องจากฝนทิ้งช่วง แต่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือพื้นที่ บริเวณฝั่งทะเลสาบสงขลาทั้งสองฝั่งรวม 7 อำเภอ ตั้งแต่ อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ อ.สิงหนคร อ.ควนเนียง อ.บางกล่ำ และบางส่วนของ อ.หาดใหญ่ เนื่องจากถูกน้ำจากทะเลสาบสงขลาหนุนทะลักเข้าท่วมอย่างหนัก และเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรับน้ำจาก จ.นครศรีธรรมราชและ จ.พัทลุงด้วย

ส่วนพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ น้ำจากทะเลสาบสงขลาได้ไหลเข้าท่วมแหลมโพธิ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.สงขลา ทำให้สำนักสงฆ์แหลมโพธิ์ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ขณะเดียวกัน พล.ท.ปิยะวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 นายดลเดช พัฒนรัฐ ผวจ.สงขลา และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลานำถุงยังชีพไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ต.ระโนด อ.ระโนด 3 แห่ง คือหมู่ 6 หมู่บ้านสำโรง หมู่ 2 บ้านเฉียงพง และหมู่ 1 บ้านมหาการ

สำหรับ จ.สตูล น้ำเริ่มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ อ.ละงู หมู่ 10 ต.น้ำผุด อ.ละงู ชาวบ้านและผู้ประกอบการล่องแก่งใน จ.สตูล ต่างช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือน และโฮมสเตย์ที่พักต่างๆ สอบถามนางศรีเวียง ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการล่องแก่ง วังสายทอง ศรีเวียงโฮมสเตย์ กล่าวว่า หลังน้ำลดต้องเร่งทำความสะอาด หากเข้าสู่ภาวะปกติแล้วสามารถล่องแก่งได้ภายใน 3-4 วัน สำหรับ จ.สตูล พื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยกเว้น ต.เขาขาว ต.กำแพง และ ต.ละงู อ.ละงู ซึ่งรับน้ำเต็มที่และถูกน้ำท่วมซ้ำซาก

ส่วน จ.ตรัง มีคนสังเวยน้ำท่วมอีก 2 ศพ รายแรกชื่อ ด.ต.ศุภเกียรติ สุขคีรี ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองตรัง พบศพลอยน้ำหลังบ้านเลขที่ 101 หมู่ 5 ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง มีบาดแผลผุพองตามมือขวาและต้นแขนขวามีร่องรอยหนังถลอกลักษณะเหมือนถูกไฟช็อต คาดเสียชีวิตมาแล้ว 2 วัน ส่วนสาเหตุคาดมาจากบ้านถูกน้ำท่วมจนถึงปลั๊กไฟและกระแสไฟรั่วเลยถูกไฟช็อตล้มจมน้ำดับ อีกศพชื่อนายอนุพล หรือยาว บุญโยดม อายุ 38 ปี อยู่บ้าน เลขที่ 1 หมู่ 2 บ้านห้วยด้วน ต.ในควน อ.ย่านตาขาว พบศพลอยน้ำที่สะพานข้ามคลองที่หมู่ดังกล่าว สภาพศพไม่มีบาดแผลใดๆ คาดถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปขณะเดินเข้าบ้าน

ขณะที่ จ.พัทลุง ระดับน้ำในพื้นที่ อ.กงหรา อ.ป่าบอน อ.ศรีนครินทร์ อ.ตะโหมด อ.ศรีบรรพตและ อ.ป่าพะยอม ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วย อ.ควนขนุน อ.เมือง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว และ อ.ปากพะยูน ยังมีน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะหมู่ 7 บ้านหัวป่าเขียว ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน ระดับน้ำสูงต้องอพยพชาวบ้านไปอาศัยชั่วคราวที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านหัวป่าเขียว หมู่ 7 ต.ทะเลน้อย จำนวน 38 ครอบครัว ส่วนในชุมชนลำปํา เขตเทศบาลเมืองพัทลุง ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 80 ซม.—1 เมตร ประชาชนเดือดร้อนไม่น้อยกว่า 200 ครัวเรือน

ส่วนนายประพันธ์ กล้าแข็ง อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 ม.7 ต.โตนดด้วน อ.ควนขนุน เจ้าของอู่รถในตลาดควนขนุน กับเพื่อนอีก 3 คน นั่งเรือหางยาวไปธุระที่คลองนางเรียม หมู่ 1 ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน ปรากฏว่าถูกคลื่นซัดจนเรือล่มจมน้ำในคลองนางเรียมทำให้นายประพันธ์จมหายไป ล่าสุด ชุดกู้ภัยของ อบจ.พัทลุงและชุดกู้ภัยของมูลนิธิพัทลุงการกุศลได้ดำน้ำหาศพ กระทั่งพบศพนายประพันธ์ส่งมอบให้ญาติแล้ว

จ.นครศรีธรรมราช สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางดีที่ขึ้น ฝนตกลดลงทำให้น้ำที่ท่วมอยู่ในเขตตัวเมืองนครศรีธรรมราช รวมถึงอำเภออื่นๆ ได้ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากฝนที่ตกลงมาน้อยลงแล้ว การเร่งระบายน้ำที่ท่วมของสำนักงานชลประทานจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่บริเวณปากน้ำต่างๆในจังหวัด เพื่อผันน้ำลงทะเลอ่าวไทย ทำให้สามารถลดระดับความรุนแรงของอุทกภัยในครั้งนี้ ได้ค่อนข้างรวดเร็ว ส่วนนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า แม้ระดับน้ำเริ่มลด สั่งให้ทุกภาคส่วนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะที่ภาคใต้ผจญกับน้ำท่วม แต่ที่ภาคเหนือกลับหนาวโดยเฉพาะ จ.เชียงราย อุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นราบอุณหภูมิ 15 องศา ยอดดอย 8-9 องศา หมอกลงหนาจัด สอบถามนายมนตรี ศิริพงษ์กุล ผู้ประกอบการร้านกาแฟและที่พัก บนจุดชมวิวดอยผาตั้ง ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ช่วงเช้าหลังพระอาทิตย์ขึ้นท้องฟ้าเปิดเกิดภาพทะเลหมอกสวยงามทุกจุดชมวิวในพื้นที่ อ.เวียงแก่น เช่น ดอยผาตั้ง ดอยผาหม่น ภูชี้เดือน ภูชี้ดาว และภูชี้ฟ้า มีนักท่องเที่ยวนับพันรายรอสัมผัสทะเลหมอก ขณะที่จุดชมวิวภูชี้ดาว บ้านร่มโพธิ์เงิน ต.ปอ อ.เวียงแก่น มีนักท่องเที่ยวมารอสัมผัสทะเลหมอกจำนวนมากเช่นกัน

ส่วนภูชี้ฟ้า อ.เทิง จ.เชียงราย นักท่องเที่ยวขึ้นไปรอชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 1,600 คน นายนิวัฒน์ งามธุระ นอภ.เทิง กล่าวถึง การดูแลความปลอดภัยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างความอุ่นใจและความประทับใจให้กับผู้มาเยือน ช่วงนี้อากาศหนาวเย็น จึงสั่งให้ผู้นำชุมชนสำรวจความต้องการเครื่องกันหนาวพบว่า ที่อำเภอเทิงมีความต้องการเครื่องนุ่งห่มกันหนาวประมาณ 25,000 ชุด เพราะชาวบ้านบางส่วนอยู่บนดอยสูงและมีฐานะยากจน ได้ประสานภาครัฐและเอกชนขอผ้าห่มไปแจกแล้วประมาณ 3-4 พันชุด แต่ยังขาดอีกจำนวนมาก ถ้าหน่วยงานไหนต้องการบริจาคเครื่องกันหนาวจะยินดีมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่า ในช่วงวันที่ 2-5 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศากับมีลมแรง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 6-8 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศา กับมีหมอกในตอนเช้าแต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 2-5 ธ.ค. บริเวณภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องระวังเรื่องฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม และคลื่นลมแรง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. สั่งการกระทรวงมหาดไทยให้ทุกจังหวัดติดตามสำรวจความเดือดร้อนของประชาชน และความเสียหายของสาธารณูปโภคจากเหตุการณ์น้ำท่วมและเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาปัญหาโดยเร็ว รวมทั้งยังกำชับให้ทุกหน่วยงานได้แก่ ปภ. หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยที่เกี่ยวข้อง บูรณาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ตามแผนเผชิญเหตุที่ได้กำหนดไว้ หากประชาชนประสงค์จะขอความช่วยเหลือ จากทางราชการ สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม.